ผัดกระเพราหมูสับเจ

  • เมื่อวานมื้อเย็นเริ่มกินเจเพื่อเป็นการล้างท้องก่อนวันจริงคือวันพรุ่งนี้ บางคนก็กินเจแล้วตั้งแต่เช้า แต่ว่าเราขอเคลียร์ตู้เย็นทำเกี๊ยวห่อปูอัดชีสก่อน แต่จริงๆ แล้วก็กินไปแค่สองชิ้นเอง กินไอติมแล้วก็ตอนเย็นก็ทำอาหารเจกินแล้ว 

  • ซื้อหมูสับเจมาจากท็อปส์ มันเป็นหมี่กึงทำเหมือนหมูสับ แต่จริงๆ เราอยากได้หมี่กึงที่เป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนหมูสับร่วนๆ เอามาผัดกับถั่วฟักยาวใส่กระเพราอร่อยมากๆ เคยกินที่ตลาดมหาสินแถวบ้านมีร้านอาหารเจตามสั่งร้านนึง ต้องสั่งประจำแต่ว่าหลังๆ หาไม่เจอแล้ว 

  • มีหมี่กึง เห็ดหูหนูดำ พริกชี้ฟ้าแดงไม่ได้ใส่พริกขี้หนู 

  • หน้าตาหมี่กึงแบบหมูสับเจ จะบอกว่าไม่อร่อยมีรสเปรี้ยวๆ แต่ไม่เสียนะ ให้เดือนชิมแล้วเดือนก็ว่าเหมือนกัน เสียดายจังรู้งี้ซื้อเป็นลูกชิ้นมาก็ดีหรอก 

  • คนตรงข้ามบ้านเอากระเพราแดงมาให้พี่ติ๋มกำเบ้อเริ่ม เราก็แบ่งมาหน่อยแล้วก็เด็ดเอาในสวนที่บ้าน 

  • ผัดง่ายและไวมาก แค่ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่หมูสับเจ เห็ดหูหนู พริกลงไปผัด ใส่ผงปรุงรสผักแบบไม่มีผงชูรส (ซื้อได้ตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ) ซีอิ๊วขาว หรือซอสปรุงรสก็ได้ แต่ดาวชอบใส่ซอสผัดของทาคูมิ เติมน้ำตาลไปนิด พริกไทยหน่อย เติมน้ำไปสักหน่อย ปล่อยให้หมี่กึงดูดน้ำซอสที่เราปรุงจนงวดก็ใส่ใบกระเพราผัดสองสามทีก็เสร็จแล้วคะ

  • โปะราดข้าวกล้องหรือข้าวสีนิลร้อนๆ การกินเจก็ต้องควบคู่กับการกินอาหารสุขภาพด้วย ปรุงรสชาติไม่จัด จะถือว่าเป็นการพักผ่อนร่างกายอัวยวะต่างๆ ภายใน

    วันก่อนไปซีคอนก็สั่งราดหน้าเจมากินที่ร้านอาหารเจ พอดีวันนั้นวันพระ มีคนมาสั่งราดหน้าเหมือนกันสองคน เราเห็นเขาปรุงแบบว่าใส่พริกเผ็ดมาก ปรุงรสจัดสุดๆ เราเห็นหน้าเขา ผิวพรรณเขาแล้ว ก็ไม่แปลกเลย คือ ส่วนตัวเป็นโรคจิตเวลาเห็นใครผิวไม่เนียนมีริ้วรอย หรือมีสิวเยอะๆ เราอยากแนะนำให้เขาดีท็อกซ์แล้วกินผลไม้ล้างพิษ งดเว้นอาหารรสจัดๆ ดู ไม่นานผิวจะใสขึ้นแล้วก็ไม่หยาบกร้านด้วยนะ อันนี้เป็นความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ  แบบว่าบางคนไม่ชอบกินอาหารเจกลัวมันจืดๆ เลี่ยนๆ ก็เลยปรุงรสให้จัดๆ จะได้น่ากิน แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทำให้ไตเราทำงานหนักด้วย แต่มันก็พูดยากบางคนกินอาหารรสจัด และเผ็ด ให้กินจืดๆ มันก็ไม่เจริญอาหาร แต่ว่าก็น่าจะพยายามลดลงๆ ทีละนิดๆ ก็จะเยี่ยมมาก 

ไข่เจียวปูอัดและเห็ดหูหนู

  • ชอบร้านข้าวไข่เจียวที่ท็อปส์ในซีคอนมากๆๆ เขามีเครื่องให้เลือกใส่ได้หลากหลาย เราเลือกได้ 3 อย่างแหนะ มีตั้งแต่ถั่วฟักยาว หมูสับ วุ้นเส้น ปูอัด ไส้กรอก พริก ชะอม เห็ด ข้าวโพดอ่อน มะเขือเทศ สารพัด ไข่ฟองเดียวราดข้าว 25 บาท ไข่สองฟอง 30 บาท มีพริกน้ำปลาน่ากิน ๆ ให้ราด ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ที่สำคัญมีน้ำซุปใส่สาหร่ายให้ซดคล่องคออีกด้วยยยย 
  • วันนี้เคลียร์ตู้เย็นเพราะจะกินเจแล้วก็เลยไม่ซื้อเนื้อสัตว์ติดบ้าน ก็เลยทำ "ไข่เจียวปูอัดใส่เห็ดหูหนู" โปะข้าวมานั่งกิน ชอบจังไข่เจียวใส่เห็ดมันกรุบๆ ดีจัง ถ้านึกไม่ออกว่าจะเอาอะไรใส่ไข่เจียวดี ลองปูอัดกับเห็ดหูหนูดูนะคะ ^___^

จิบกาแฟที่ร้านกาแฟนรสิงห์ @ วังพญาไท


  • ได้รับฟอร์เวิสด์เมล์ร้านกาแฟนรสิงห์มานานแล้ว มีคนรีวิวถ่ายรูปสวยๆ จนน้องซีอยากจะไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านนี้ให้ได้ พอสบโอกาสมีเวลาว่างเราก็เลยนัดกันไป โดยที่เราเจอกันที่อนุสาวรีย์จากนั้นก็เดินมุ่งหน้าไปทางโรงพยาบาลเด็ก ร้านกาแฟนรสิงห์อยู่ในโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลเด็ก เราเดินเข้าไปในโรงพยาบาลฯ จากนั้นก็ถามคนแถวนั้นเขาก็ชี้ให้เราเดินเข้าไปทางซ้ายมือจะมีทางเข้าไปจากข้างตึก ถ้าไม่เคยไปอาจจะงงๆ สักหน่อย แต่หาไม่ยากคะ 

  • เดินไปถึงก็รอสักพักเพราะที่นั่งเต็ม จากที่เราดูในเน็ตเราคิดว่าเป็นร้านใหญ่แต่เข้าไปจริงๆ ก็ไม่ค่อยใหญ่ 

  • เดินกันมาไกลเริ่มหิวแล้วคะ สั่งอาหารกันใหญ่เลย

  • ร้านกาแฟนรสิงห์จะมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ เบเกอรี่ ส่วนอาหารจะเป็นอาหารจานเดียวที่ปรุงมาแล้ว จะแค่อุ่นให้เราทาน ไม่ได้ปรุงใหม่ๆ นะคะ เพราะเนื้อที่ค่อนข้างจำกัด

  • ระหว่างนั่งรออาหารก็ชมเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ไปด้วย

  • น้องซีสั่งน้ำมะนาวปั่น ดาวสั่งกาแฟลาเต้ปั่น (มั๊ง จำไม่ค่อยได้ละ) พอเขาเสริฟ์มาเป็นแก้วพลาสติกก็แอบเซ็งๆ เล็กน้อยเพราะมันไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศเลย


  • น้องซีสั่งกาแฟร้อนมาตบท้ายด้วย เพราะเมื่อกี้ยังไม่ได้สั่งกาแฟมาจิบ แหม ได้แก้วนี้ค่อยเข้าบรรยากาศหน่อย

  • แก้วสวยจัง

  • ผักขมอบชีสที่นี่อยู่ในพายคะ รสชาติโอเคไม่เข้มข้นแต่ก็ไม่ขี้เหร่

  • ชีสไม่เยิ้มเลย อิอิ

  • ไม่ค่อยมีอะไรให้สั่งเลยสั่งคาโบราน่ามาคนละจาน

  • เขาใช้เกลือแบบต้องบดๆ เอา มันก็ดูคลาสิคดีแต่ว่ามันบดนานกว่าจะได้ คาโบนาร่าเขาจืดมาก บดนานมากยังไม่เค็มก็เลยทนๆ กินไปเพราะเมื่อย หมุนจนหน้ามืด

  • จานนี้เป็น Signature Dish ใครมาต้องไปพลาดต้องสั่งมาลองชิม

  • หมูเค็มขนมปังปิ้ง-ขนมปังหนาๆ ปิ้งร้อนๆ กินกับหมูเค็มเคี่ยวกับเครื่องเทศอย่างดีเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มหอมกลิ่นเครื่องเทศมากๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับปลาดุกฟูผัดพริกขิง อร่อยดีคะแต่ดาวว่าเปลี่ยนจากขนมปังเป็นข้าวเหนียวร้อนๆ จะถูกปากมากกว่า (แหม บอกสัญชาติเชียว) อิอิ

  • ปลาดุกฟูผัดพริกขิง กินเล่นๆ อร่อยดี
  • เสื้อผ้าหน้าผมน้องซีเข้ากับบรรยากาศมากๆ 

  • ด้านหน้าร้านกาแฟนรสิงห์ 

  • เรากินกันอิ่มแล้วก็เดินชมวังพญาไทกัน โชคดีที่วิทยากรกำลังบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับวังฯ เราก็เลยถือโอกาสเดินชมพร้อมคนอื่นๆ ด้วย พอเดินกันจนรอบวังก็หิวน้ำ เลยกลับมานั่งในร้านกาแฟกันใหม่ พนักงานใจดีมากบอกว่ามานั่งพักเฉยๆ ก็ได้ แหมใจดีจังเลย เราเลยสั่งน้ำปั่นมาแก้กระหายคนละแก้ว

  • ดาวสั่งน้ำกีวีรสชาติเข้มข้น น้องซีสั่งน้ำสตอเบอรี่ บอกว่ารสไม่จัดเท่ากีวี จะบอกว่ากาแฟ และเครื่องดื่มที่นี่ราคาเริมต้นไม่แพงราว 40-50 บาท อาหารก็ราคาไม่แพงเวอร์ไม่แปลกใจเลยที่วันหยุดจะมีคนมานั่งจิบกาแฟชมวังจนที่นั่งไม่เคยว่างเลย



ทำแพนเค้กแบบง๊าย ง่าย

  • ซื้อแป้งทำแพนเค้กสำเร็จรูปไว้ตั้งนานแล้วตอนที่หลานมาบ้านกรุงเทพ ว่าจะสอนหลานหยอดแพนเค้กกันเล่นๆ แต่มาแค่อาทิตย์เดียว ไปนู้นไปนี่ไม่มีเวลาอยู่บ้านทำขนมกินกันเลย น้าเลยต้องมานั่งทำเองกินเองเสียเลย 

  • วันนี้มีอัลมอนต์ซื้อมาจากพาหุรัด กับกีวีมาเพิ่มความไฮโซ แป้งสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะเติมน้ำตาล แต่งกลิ่น ใส่ผงฟูมาให้แล้ว เราแค่ใส่ไข่ไก่ นม เนยไปตามสูตรของแต่ละยี่ห้อ วันนี้ใช้มาการีนที่ผสมน้ำมันเมล็ดทานตะวัน เมื่อก่อนชอบซื้อบ่อยแต่เพิ่งมาอ่านว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ใช้น้ำมันเมล็ดทานตะวันล้วนๆ เสียหน่อย มันก็ผสมน้ำมันปาล์มอยู่ดี เลิกๆๆๆ กินเนยแท้ๆ ดีกว่า

  • ผสมแป้ง ไข่ นม เนย วันนี้แอบใส่ไข่ไปสองฟอง โอ้โหฟูดีจัง

  • คนให้เข้ากัน จากนั้นก็เอาไปทอดในกระทะเทฟล่อน เดือนซื้อพิมพ์ซิลิโคนรูปหัวใจมา เราหยอดมาการีนในพิมพ์เล็กน้อยจากนั้นก็หยอดแป้งไปแค่ทัพพีเล็กๆ หรือแค่ 40% ของพิมพ์เพราะมันจะพองฟูพอดิบพอดี อย่าใส่เยอะนะคะ ใช้ไฟอ่อนๆ จนตัวแพนเค้กเริ่มมีฟองอากาศจนทั่ว ขอบข้างๆ สุกแล้วก็เอาพิมพ์ออกค่อยกลับอีกด้าน ทอดจนเหลืองก็เสร็จแล้วคะ

  • ทาเนยอีกสักหน่อยจัดวางราดด้วยน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมเมเปิ้ล โรยอัลมอนต์บด เรียงกีวีหั่น ถ้ามีไอศกรีมด้วยจะยิ่งแจ่มสุดๆๆ

  • ดาวชอบทำเอาไว้หลายๆ ชิ้น ทอดจนหมดแป้ง กินไม่หมดก็แช่ตู้เย็นเอาไว้ ตอนเช้าก็เอามาอุ่นไมโครเวฟ หรือจี่บนกระทะก็ประหยัดเวลาีดีคะ ^___^

รีวิวบะหมี่ผักอบแห้ง "โมโรเฮยะ"

  • ไปเดินท็อปส์มาเจอบะหมี่ผักยี่ห้อเดียวกับที่เดือนชอบซื้อมาทำกินที่บ้าน เดือนซื้อที่ร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ จะเป็นแค่เส้นอบแห้งมีสัก 4 ก้อนต่อ 1 ห่อ แต่วันนี้เราเจอแบบเป็นบะหมี่สำเร็จรูปพร้อมเครื่องปรุง จำไม่ได้ว่าห่อละเท่าไหร่ แต่ราคาสิบกว่าบาท เลยซื้อมาลอง 2 รส วันนี้จะรีวิวรสเห็ดหอมให้ชิมกันก่อนนะคะ

  • เส้นบะหมี่ผสมผักโมโรเฮยะ ไม่มีผงชูรส และเป็นอาหารเจคะ ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ ฉะนั้นเหมาะกับการเทศกาลกินเจที่จะถึงนี้เป็นที่สุด

  • แกะห่อมามีบะหมี่อบเส้นน่ากินมากกกก ผงปรุงรส และซองซีอิ๊ว

  • นำบะหมี่ใส่หม้อ เติมน้ำไปพอท่วมไม่ต้องใส่เยอะ เทเครื่องปรุงรสจะมีเห็ดหอมมาด้วย ว๊าววว เป็นต่อนๆ เลย อิอิ แล้วก็ฉีกซองซีอิ๊วใส่ลงไป ต้มจนเส้นนิ่มก็เสร็จแล้วคะ

  • มีเนื้อเห็ดหอมเป็นชิ้นๆ น่ากินจัง แหมถ้ามีแครอทด้วยคงจะดี สีสวยขึ้น อิอิ คิดไปเรื่อย

  • ขอบอกว่าเส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมดีจังเลย ห่อนึงอิ่มพอดิบพอดี ไม่น้อยเลยนะคะ เมื่อเทียบกับบะหมี่สำเร็จรูปทั่วไป ดีต่อสุขภาพด้วย เทศกาลกินเจจะต้องไปซื้อตุนเอาไว้ดีกว่า ลองไปหาซื้อดูนะคะ แล้วเล่าให้ฟังกันบ้างว่าถูกปากหรือเปล่าจ้าาาา ^___^

พาสต้าแกงเขียวหวานไก่ (Chicken Green Curry with Pasta)

  • อยากกินสปาเก็ตตี้ราดแกงเขียวหวานมาหลายวันแล้ว ก็เลยซื้อเครื่องเอาไว้ แต่พอหยิบเส้นมาจะลวก อ้าววว เป็นเส้นพาสต้านี่หน่า เออๆๆๆ ใช่เซบัสซื้อพาสต้ามาไม่ใช่สปาเก็ตตี้ ก็ได้ๆๆ เหมือนกันๆๆ

  • คราวนี้ใช้เนื้อไก่แล่ พริกแกงเขียวหวานยี่ห้อน้ำใจ (ทำเมื่อใดก็อร่อยเมื่อนั้น) มะเขือเปราะ พริกแดง กระทิกล่อง ใบมะกรูด ใบโหระพา

  • หั่นมะเขือเปราะแช่น้ำใส่เกลือจะได้ไม่ดำ 

  • เนื้อไก่แล่หั่นชิ้น ชอบเพราะเขาเอาเนื้อน่อง เนื้อสะโพกมาแล่ไม่มีกระดูกติดหนังนิดหน่อยพองาม

  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเป็นเส้นๆ แช่น้ำ ถ้าจะให้งอนสวยงามก็ใส่น้ำแข็งไปด้วย

  • กระทิกล่องนึงก็พอดีหนึ่งหม้อคะ

  • วันนี้ลองใส่บุกเม็ดลงไปด้วย เพิ่มไฟเบอร์คะ

  • ลวกเส้นพาสต้าให้สุกคลุกน้ำมันมะกอกรอไว้

  • ใช้กระทิกล่องก็เลยไม่มีหัวกระทิ เลยเทกระทิทั้งหมดลงกระทะรอจนเริ่มเดือดก็ใส่น้ำพริกแกงเขียวหวานลงไป วันนี้อยากกินรสจัดๆ ก็เลยใส่หมดห่อเลย น้ำหนัก 1 ขีด

  • ผัดจนเข้ากันก็ใส่เนื้อไก่ลงไปผัด

  • เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกระทิแตกมันสวย เนื้อไก่เริ่มจะสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปีบสักนิดหน่อย

  • ใส่มะเขือเปราะ บุกเม็ดลงไป

  • พอมะเขือเปราะเริ่มนิ่มก็ใส่ใบมะกรูด โหระพา พริกชี้ฟ้าแดง คนให้เข้ากันก็ปิดไฟ

  • คีบพาสต้าใส่จาน ราดด้วยแกงไก่ให้ชุ่มๆ

  • แบ่งพริกชี้ฟ้าแดง ใบโหระพา เอาไว้ตกแต่งด้วย

  • ดาวไม่ค่อยชอบน้ำแกงข้นๆ เกินไป จะออกใสๆ กำลังดี จริงๆ ถ้าจะทานกับพาสต้าอาจจะทำให้ออกเข้มข้น น้ำข้นๆ จับเส้นดี แต่มันจะเลี่ยนไปนิด อันนี้แล้วแต่ความชอบนะคะ 

  • ถ้าชอบน้ำข้นๆ ก็ใช้แต่หัวกระทิผสมหางเล็กน้อยก็ได้ ถ้าเป็นกระทิกล่องก็เคี่ยวให้งวดไม่ต้องเติมน้ำ ถ้าชอบใสขึ้นมาหน่อยก็เติมหางกระทิ หรือเติมน้ำเท่านั้นเองคะ 
หมายเหตุ

สังเกตุอะไรไหมคะ ดาวทำเสร็จจนเอามานั่งกิน นึกไปนึกมาว่าขาดอะไรหนอ ป๊าดดดดด อุส่าห์ซื้อกระชายหั่นมาตั้ง 2 แพ็คเพื่อการนี้ แต่ไม่ได้เอาออกมาจากตู้เย็น ตายๆๆๆๆ รีบไปเอามาใส่แทบไม่ทันเลยคะ แหมๆๆๆ แกงเขียวหวานไก่ขาดกระชายไปก็ไม่อร่อยซิคะ ดีนะเนี่ยที่ยังนึกขึ้นได้ตอนกิน ไม่ใช่กินจนล้างหม้อหมดแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ แย่เลยยยย  >__<