ร้าน Shinla Restaurant (ดีลดีๆ จาก Ensogo)

  • ซื้อดีลร้านอาหารเกาหลี "Shinla Restaurant" ไว้ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ตั้งใจว่าช่วงสงกรานต์ไม่ได้ไปไหนจะพาเดือนกับเซบัสไปกิน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ไปกิน ทั้งๆ ที่ร้านก็อยู่ตรงปิยรมย์ หน้าปากซอยบ้านแท้ๆ พอดีเพื่อนๆ จะมากินข้าวที่บ้านก็เลยพากันไปกินอาหารเกาหลีกันให้อิ่ม แล้วมาคุยเล่นกันต่อที่บ้าน

  • ซื้อคูปองราคาใบละ 125 บาททานได้ 250 บาท เราซื้อไว้ 4 ใบ เท่ากับว่าจ่ายค่าคูปองไป 500 บาทแล้วทานได้ 1,000 บาทคะ คูปอง 1 ใบต่อ 1 คน พอดีเราไป 5 คนแต่มีคูปอง 4 ใบ ร้าน Shinla อยู่ที่ปิยรมย์ปาร์ค (หน้าปากซอยสุขุมวิท 101/1)  หน้าปากซอยบ้านเราเอง นับว่าใกล้มากๆ ขึ้นมาที่ชั้น 2 เราโทรจองโต๊ะเอาไว้แล้ว 

  • มาถึงเขาก็เสิร์ฟเครื่องเคียง (Side Dishes) มาให้เราก่อนเลย จานนี้เป็นผักกาดหอมคลุกน้ำซอสของเกาหลีที่อร่อยมาก มันออกเปรี้ยวๆ หวานๆ เพื่อนที่ไม่ชอบกินผักยังบอกเลยว่าผักกาดหอมไม่ขมเลย สั่งมาหลายจานคีบกันไม่หยุดปากเลยคะ  
  • อันนี้เป็นไข่นกกระทา รสชาติอร่อยดีคะ กินไข่เพลินไปเลย 

  • หอยแครงลวก ราดด้วยน้ำจิ้มเกาหลี ส่วนตัวรู้สึกว่าน้ำจิ้มรสมันอ่อนไป ไม่ค่อยจัดจ้านเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ดของคนไทย แต่หอยสดดี

  • อันนี้น่าจะเป็นพิซซ่าเกาหลี มีฟักทองกับแครอทสไลด์ เพื่อนๆ ชอบบอกเหมือนกินไข่เจียว 

 
  • ขาดไม่ได้สำหรับจานนี้ "กิมจิ" เรากินไปไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

  • ยำถั่วงอกแบบเกาหลี ไม่ค่อยโปรดเลยทานไปไม่มาก

  • ยำผักก็ชิมไปไม่เยอะ 
  • ที่กินเยอะจริงๆ เลยเป็น "ส้มตำเกาหลี" เรียกชื่อเอง ในถ้วยสีส้มๆ ซ้ายมือในสุด เหมือนเอาเส้นมะละกอมาคลุกน้ำยำ แต่เราเปิดใน youtube ดูแล้วคนเกาหลีเขาใช้หัว Radish เหมือนหัวไชเท้าแต่ว่าหัวใหญ่ๆ เนื้อมันจะแน่นๆ ไม่มีกลิ่นหัวไชเท้า คลุกกับน้ำส้มสายชู น้ำมันงา น้ำตาล เกลือ พริกเกาหลี โรยงา ต้นหอมซอย เรากินคนเดียวไป 3-4 ถ้วย อร่อยมากๆ ต้องกลับไปกินอีกให้ได้ เราว่าเครื่องเคียงร้านนี้อร่อยกว่าร้านอื่นๆ ที่เคยชิมมา 

 
  • เมนูนี้เคยเห็นในหนังสือมานานมาก อ่านเจอเขาบอกว่าเป็นอาหารในราชสำนักเกาหลีโบราณ ชื่อไทยจะเรียกว่า "นพเก้า" เพราะมี 9  อย่าง 

  • ไข่แดง ไข่ขาว แยกกันมาทำเป็นไข่เจียวหั่นเป็นเส้นๆ มีเห็ดหอม แล้วก็หมู

  • ฝั่งนี้เป็นเนื้อกุ้ง ปูอัด แตงกวา แครอทหั่นฝอยๆ
  • วางแผ่นแป้งหยิบส่วนต่างๆ อย่างละนิดละหน่อย เหยาะน้ำจิ้ม ที่เราใช้จิ้มของย่างๆ นั่นหล่ะมาใส่ แล้วห่อเข้าปาก แป้งของเขานุ่มดีจัง 

  • น้ำจิ้มตัวนี้ใช้จิ้มได้ทุกอย่าง เราว่ารสมันอ่อนไปไม่ค่อยถูกปากคนไทย เขาก็เลยมีกระเทียม พริก มะนาวให้เติม ปรุงกันให้แซ่บกันไปเลย

  • สั่งชุดปิ้งๆ ย่างๆ แบบเนื้อหมูรวม ชุดนี้ 800 บาท ที่หายไปเป็นเนื้อส่วนคอ พนักงานเขามาย่างให้คะ พวกเราก็เลยสบายเลย นั่งคุยนั่งกินนู้นนี่ รอหมูสุกพนักงานก็มาตัดให้

  • เนื้อเรียงอย่างสวยงาม พลิกกลับไปมาแป็บเดียวก็สุกแล้ว
  • เนื้อสุกแล้วน้องพนักงานก็ตัดให้ แล้วเอาอย่างอื่นย่างต่อไป 
  • ถึงคิวของหมูสามชั้น ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่เพราะมันเยอะไปหน่อย สาวๆ แอบกลัวอ้วน วันหลังเลยคิดว่าจะสั่งเป็นจานๆ ดีกว่า

  • รู้สึกไม่อิ่มก็เลยสั่งเนื้อช่วงคอมาเพิ่ม จานนี้ 250 บาท เพื่อนๆ ลงความเห็นว่าเราสั่งเป็นจานๆ แบบนี้เราจะได้เลือกเอาเนื้อส่วนที่เราชอบได้ เป็นชุดมันมีหมูสามชั้นมาด้วย ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่

  • เนื้อหมูนุ่มหอมซอสที่หมักมา แทบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยคะ

  • จะเอาผักกาดหอมห่อเนื้อหมูก็อร่อย แต่เรากินกับผักกาดหอมที่คลุกน้ำยำทำให้อร่อยกว่า ได้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลย
  • ซูชิสไตล์เกาหลี ใส่หลายอย่างดีคะ เสียดายที่เขาไม่ได้ใช้วาซาบิสดๆ 

  • กินกันไปถ่ายรูปกันไป อัพเฟซบุ๊คกันตลอดเวลาเลยเพื่อนๆ ของฉันนนน น้ำชาเป็นแบบรีฟิวถ้าจำไม่ผิดแก้วละ 35 บาทเติมได้ไม่อั้นเช่นกัน กินไปอย่างอิ่มแปล้ ทั้งหมดเป็นเงิน 1,891 บาท หักคูปองไป 1,000 บาท จ่ายเพิ่ม 891 บาท กินกัน 5 คน ตกคนละ 280 บาทเองคะ 

  • เจ้าของร้านชาวเกาหลี เห็นพวกเรานั่งกันเป็นโต๊ะแรก ก็เข้ามาทักทาย "อันยองฮาเซโย" เราก็บอกว่า "ซาราเฮโย" พร้อมทำท่าด้วย เจ้าของร้านเขินไปเลย อิอิ วันหลังมากินอีกจะให้ส่วนลดหนูไหมคะ  ^___^  

    ดีลนี้ช๊อบๆๆ ใกล้บ้านด้วย เครื่องเคียงอร่อยถูกปาก ใครอยู่ใกล้ๆ ลองแวะไปชิมได้นะคะ

ร้าน Shinla Restaurant @ ปิยรมย์เพลส ปากซอยสุขุมวิท 101/1 บางจาก พระโขนง กรุงเทพ


หอยนางรมทอดใส่เห็ด

  • โลตัสเอ็กเพรสแถวบ้านชอบลดราคาหอยนางรมกระปุกๆ เหลือไม่กี่บาท เจอทีไรต้องซื้อมาทุกที ไม่ทำออส่วน ไข่เจียว ก็หอยทอดเนี่ยหล่ะ ง่ายดี เร็วดี มาดูสูตรกันคะ

สูตรแป้ง
    แป้งข้าวเจ้า 1 ส่วน
      แป้งมัน 3 ส่วน
        น้ำเย็นจัด  5 ส่วน

        สูตรนี้เป็นส่วนๆ เราจะใช้ช้อนโต๊ะ หรือจะใช้ถ้วยตวงก็ได้ ดาวใช้ช้อนโต๊ะตวงก็จะได้แป้งพอดีกับหนึ่งจาน วันนี้ใส่หอยนางรม และเห็ดโคนผสมกันคะ ไม่เน้นแป้งเยอะ ขอเน้นหอยๆ เห็ดๆ แทน


        • จะปรุงรสด้วยเกลือ หรือผงปรุงรสให้พอออกรสเค็มๆ หั่นต้นหอมลงไปสักนิด


        • ตั้งกระทะเทน้ำมันตั้งจนร้อนก็เทแป้งลงไปทอดให้พอเริ่มเกรียมๆ ก็ตอกไข่ลงไป

        • หมู่นี้กลัวอ้วน (กว่านี้) ก็เลยไม่ใส่น้ำมันเยอะ ถ้าชอบกรอบๆ ต้องใส่น้ำมันค่อนข้างเยอะ ตักน้ำมันราดด้านบนเรื่อยๆ ก็จะกรอบๆ ด้านในก็จะนุ่มๆๆ วันนี้ไม่มีถั่วงอกเลยใส่ไควาเระผัดเหยาะน้ำปลา พริกไทยลงไปนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ

        • น้ำจิ้มใช้ซอสพริกศรีราชาผสมกับน้ำจิ้มไก่ตราแม่ประนอมจะอร่อย เพราะซอสพริกศรีราชาให้ความหอมเผ็ดบวกกับน้ำจิ้มไก่ออกหวานๆ 

        • โรยพริกไทย ต้นหอม ผักชี ราดน้ำจิ้ม ฮื่มมม อร่อย กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน แบบนี้ค่อยทำทานได้ทุกหน่อย ใครว่ากินหอยทอดแล้วจะอ้วน ลองทำสูตรนี้ทานดูนะคะ ผสมเห็ดต่างๆ ลงไปด้วย ใช้น้ำมันรำข้าวแทนน้ำมันปาล์ม ผักก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องทานกับถั่วงอก ดาวเคยเอากระหล่ำปลีมาผัด หรือไควาเระ ก็อร่อยไปอีกแบบคะ ลองทำดูนะคะ ^___^

        แกงเขียวหวานหมูนุ่ม


        • อยากทำแกงเขียวหวานขาไก่มานั่งแทะกิน แต่มีหมูเหลือจากทำแพนง หมักหมูนุ่มๆ เอาไว้อีกครึ่งนึงก็เลยทำแกงเขียวหวานหมูนุ่มๆ ดีกว่า


        • วันนี้หุงข้าวหอมมะลิใส่ผักต่างๆ มากินด้วย ข้าวนุ่มๆ กินกับแกงกะทิจะทำให้อร่อยขึ้น


        • หมักหมูเหมือนกับที่เราหมักทำแกงแพนง คือหั่นหมูชิ้นใหญ่ๆ แต่บางๆ หมักกับแป้งมันสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม ขยำทิ้งไว้ 20 นาที หรือนานกว่านั้นคะ


        • หมักหมูเอาไว้จะได้ไม่ต้องเคี่ยวหมูกับกะทินานๆ 
        • ผักต่างๆ มีดังนี้คะ


        • มะเขือเปราะอ่อนๆ หั่นสี่แช่น้ำใส่เกลือลงไปนิดเพื่อกันดำ หมูหมัก ใบโหระพาเด็ด ยอดมะพร้าวอ่อน มะเขือพวง กระชายหั่นฝอย มะกรูดฉีกไว้เป็นใบๆ หรือหั่นให้เล็กลง พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเป็นเส้นๆ ไว้ตกแต่ง

        • วันนี้ทำแกงเขียวหวานง่ายๆ ด้วยน้ำแกงเขียวหวานพร้อมปรุง ของรอยไทย

        • ง่่ายๆ แค่เทน้ำแกงเขียวหวานของรอยไทยลงกระทะ พอร้อนก็ใส่หมูหมักต้มไปสักพักจนนุ่ม ถ้าน้ำกะทิงวดเกินไปก็เติมน้ำเปล่าลงไปสักนิด อย่าเติมมากเพราะจะใสเกิน พอหมูเริ่มสุกนุ่ม ก็ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน มะเขือเปราะ มะเขือพวง กระชาย ใบมะกรูด พอปิดไฟก็ใส่ใบโหระพา และพริกชี้ฟ้าแดง ไม่ต้องปรุงรสเพิ่มใดๆ เพราะมันอร่อยลงตัวมาอยู่แล้ว อ้ออย่าลืมแบ่งใบโหระพากับพริกชี้ฟ้าแดงเอาไว้ตกแต่งด้วย

        • อร่อยง่ายๆ เหมือนมืออาชีพในวันเร่งๆ รีบๆ ก็มีของอร่อยๆ ทาน จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็อร่อย ถ้าเคี่ยวจนน้ำกะทิงวดสักหน่อย กินกับโรตีจะเข้ากันมากๆ เลยคะ ลองทำทานดูกันนะคะ ^___^



        ข้าวหมูเกาหลี


        • ครีเอทเมนูหมูนุ่มอีกแล้วช่วงนี้ สวนกระแสช่วงหมูแพงจริงๆ วันนี้หมักหมูนุ่มเอาไว้แต่เอามาผัดแบบเกาหลีแทนคะ


        • ผัดแบบเกาหลีๆ ต้องใช้โชยุหรือซีอิ๊วญี่ปุ่น กับมิริน เอ๊ะ มันของญี่ปุ่นนี่หว่า ><


        • อันนี้หรอกน่าที่เป็นของเกาหลีๆ "โคชูจัง" น้ำพริกเผาเกาหลี แต่ดาวเอามาผัดแบบอีกสูตรนะคะ วันนี้จะผัดแบบสองอย่าง


        • วันนี้หมักหมูนุ่มอีกแบบ คือใส่แป้งมันไม่ต้องเยอะพอแค่ช่วยให้หมูนุ่ม หมักด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น มิริน ถ้าชอบกลิ่นขิงก็ขูดๆ หรือสับๆ ลงไป ใส่น้ำมันงาด้วยจะยิ่งหอม หมักเอาไว้สัก 20 นาที

        • ตั้งกระทะใส่น้ำมันผัดหมูจนหมูสุกก็ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม โชยุ มิริน น้ำมันงาเพิ่มความหอม ให้ออกรสเค็ม ๆ หวานนิดๆ แค่นี้ก็ตักเสิร์ฟได้ แต่ถ้าชอบรสเผ็ดก็ตักโคชูจังสัก 1-2 ช้อนโต๊ะใส่ผัดลงไปด้วยก็ได้


        • เสริฟคู่กับผักสลัดเพิ่มไฟเบอร์สักหน่อย 


        • จานนี้แบบผัดกับโชยุเฉยๆ ทำให้น้องสาวกิน

        • จานนี้ใส่โคชูจังตอนท้าย ใส่เห็ดโคนญี่ปุ่นลงไปด้วย


        • นั่งทำงานไป ดูทีวีไป กินไป


        • เผลอแพล็บเดียวข้าวหมดจานแบบไม่รู้ตัว ยืนยันแล้วว่าอร่อยจริงงงงง