เต้าหู้และเห็ดเข็มทองน้ำแดง

  • เต้าหู้ทรงเครื่องนับว่าเป็นเมนูที่เราๆ ชอบทำทานกันเองในบ้าน หรือนิยมสั่งตามร้านอาหารตามสั่ง เมื่อก่อนเราก็ชอบสั่ง หลังๆ ก็หัดทำเองประยุกต์น้ำราดไปเรื่อยผ่านมา 10-20 ปีแล้ว ก็เริ่มมีผู้ช่วยให้เราทำอาหารได้อร่อยและง่ายขึ้น วันนี้ก็เลยได้โอกาสลอง "รสดีเมนูน้ำแดง" ซื้อมานานแล้วเพิ่งได้โอกาสทำ  
  • ซีพีออกเต้าหู้ไข่ผสมน้ำข้าวโพดมา หน้าตาน่ากินก็เลยลองมา 1 หลอด
  • ผ่าเป็นท่อนๆ ได้กลิ่นหอมของข้าวโพดโชยมา จับคลุกกับแป้งทอดกรอบ หรือจะใช้แป้งมัน แป้งข้าวโพดก็ได้ เพียงแค่ให้แป้งหุ้มชิ้นเต้าหู้ไข่ก็พอ เพราะถ้านำลงทอดไปเลยน้ำมันจะกระเด็น
  • รสดี เมนูน้ำแดง ใช้สำหรับผัด หรือราดหน้าก็ได้คะ ใช้ครั้งละนิดเดียวเองคะนอกจากจะเป็นผงปรุงรสแล้วยัังผสมแป้งมันมาให้เราพร้อมเสร็จสรรพ
  • เห็ดเข็มทองลดราคาอยู่แพ็คละ 10 บาท หมู่นี้เลยต้องมีเมนูเห็ดเข็มทองบ่อยหน่อย
  • ทอดเต้าหู้ไข่จนเหลืองกรอบทั้งสองด้านแล้วก็นำมาใส่จาน ส่วนเห็ดเข็มทองก็นำมาตัดรากออกแล้วล้างน้ำพอผ่านๆ นำใส่ภาชนะนำเข้าไมโครเวฟปิดฝาด้วยใช้เวลาแค่ 1 นาที แต่ถ้าไม่มีไมโครเวฟก็นำเห็ดวางบนกระทะไม่ต้องเติมน้ำเพราะน้ำจากเห็ดและน้ำที่เราล้างจะออกมาเอง อ้อ อย่าลืมใช้ฝาครอบกระทะทิ้งไว้สักพักให้พอเห็ดสลด พอสุกแล้วก็นำมาวางเรียงกัน
  • ตั้งกระทะเทน้ำมันเล็กน้อยพอน้ำมันร้อนนำหมูสับผัด จะหั่นเห็ดเข็มทองเป็นชิ้นเล็กๆ ลงผัดด้วยก็ได้ ถ้าชอบแครอท กุ้ง ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ก็ใส่ได้ตามชอบคะ ดาวชอบต้นหอมแบบซอยก็ซอยใส่ จากนั้นก็เติมน้ำซุปหรือจะใช้น้ำเปล่าก็ได้ กะปริมาณน้ำให้พอราดเต้าหู้ จากนั้นก็ตักผงเมนูน้ำแดงของรสดี ค่อยๆ ทยอยใส่ทีละช้อน คนเร็วๆ ให้เข้ากันแล้วก็ชิมว่ารสชาติได้หรือยังอย่าหนักมือนักมันจะเค็ม พอน้ำราดข้นแล้วตักราด ถ้าทานเลยก็ราดที่เต้าหู้ได้เลย แต่ถ้ากลัวว่าเต้าหูไม่กรอบก็แยกน้ำราดแบบที่ทำก็ได้คะ ดาวราดบนเห็ดเข็มทอง

  • พอดีมีดอกขจรที่ปลูกไว้ในสวนในบ้าน แต่ออกดอกทีละเล็กละน้อยจะทำแกงจืดหรือไข่เจียวไม่ค่อยพอก็เลยเอามาชุบแป้งทอดทานด้วยกันก็เข้ากันดี
  • จะบอกว่าไม่ค่อยชอบกลิ่นของข้าวโพดในเต้าหู้ไข่ คือกลิ่นมันเหมือนกลิ่นสังเคราะห์กินเกือบไม่หมดจานมันเอียนทั้งๆ ที่ชอบกลิ่นข้าวโพด แต่รู้สึกส่วนตัวว่าไม่ค่อยเข้ากับการเอามาทำอาหารคาว แต่ก็นับว่าเป็นการเพิ่มคุณค่าทางอาหารดี เด็กๆ น่าจะชอบ


  • ลองจัดแบบ Single Serve ดูมันน่ารักดี น้ำราดเราทำแบบข้นๆ รสจะจัดนิดนึงน้ำไม่เยิ้มจะทำให้เต้าหู้ไม่แฉะ

Bitter Choco Walnut Brownie By Duenita

  • ซื้อหนังสือ Kitchen หลายเดือนก่อนเห็นเขามีวิธีทำ Crispy Brownie บ่นมาเป็นเดือนว่าอยากกิน เดือนบอกว่าทำกินดิ ก็ทำไม่เป็นแถมไม่มีเวลาอีกต่างหากก็คงได้แต่ปลง ผ่านไปเดือนกว่าพร้อมกับการบ่นอยากกินเป็นระยะๆ วันนึงตื่นมาก็ได้กลิ่นหอมฉุยมาแตะจมูก ก็เลยรีบแปรงฟันชงกาแฟมากินอาหารเช้าอันหอมหวาน 
  • คุณน้องสาวทำเสร็จอิฉันก็ได้การหยิบมาใส่จานพร้อมกับหยิบท็อปโปโรนที่เดือนซื้อมาเป็นซองชิ้นเล็กๆ ผสมกันมาสามอย่างคือ Milk, Dark, White เลือกเอา White มาหั่นแล้วโรยหน้าเอาเข้าเตาอบเสียหน่อยจะเยิ้มๆๆๆ เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอีก 
เดือนใช้แป้งสำเร็จรูปหน้าตาเป็นแบบที่เห็น เติมเพียงแค่น้ำมันพืช น้ำเปล่า และไข่ 1 ฟองเท่านั้นมาดูวิธีทำกันคะ
  • ผสมแป้งในซองกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย และไข่ 1 ฟอง
  • คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นทาพิมพ์ด้วยน้ำมันพืช
  • นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 F นาน 26-28 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ และความหนาของขนม เราจะเช็คได้ด้วยการเอาไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางขนมถ้าไม่มีอะไรติดขึ้นมาก็ใช้ได้คะ 
ด้านบนเป็นวิธีทำตามซอง แต่บ้านนี้ไม่เคยทำอะไรเป๊ะๆ ต้องขอประยุกต์เสียหน่อยด้วยการผสมข้าวโอ๊ตลงไปสัก 2-3 ช้อนโต๊ะเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร จากนั้นก็จะใส่พวกช็อคโกแลตหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพิ่มความเข้มข้นอีกเวลากัดไปจะได้รู้สึกถึงรสชาติยิ่งนำไปอุ่นสักนิดก่อนทานช็อคโกแลตจะละลาย เหมือนแอบซ่อนลาวาไว้้ข้างใน ยังไม่หนำใจขอใส่วอลนัทที่เดือนซื้อมาจากอิหร่านไว้เพียบเลย นำไปอบแล้วทุบเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมลงไป ใครชอบถั่วหรือนัทอื่นๆ ก็ใส่ได้ ถ้าชอบลูกเกด หรือผลไม้แห้งก็ใส่เพิ่ม หรือจะบดกล้วยหอมงอมๆ ใส่ด้วยสัก 2 ลูกก็ไม่เลว เราครีเอทได้ตามใจ ชอบอะไรก็ใส่อย่างนั้น 

ตักไอศกรีมที่มีรสเปรี้ยวเ่ช่นพวกเบอรี่ต่างๆ มากินด้วยจะอร่อยสุดยอดเลยคะ หรือว่าจะหั่นบราวนี้เป็นชิ้นเล็กๆ ผสมในไอศกรีมนม ทำ Hot Fudge ราดเหมือน Brownie lover ของแดรี่ควีน ก็อร่อยแจ่ม ว่าแต่ว่า.....มันไม่เหลือให้ทำอะไรเลย กินเปล่าๆ ก็หมดแล้วววววว

เกี๊ยวหมูเด้งกับเห็ดเข็มทอง

  • เมื่อวานเดินโลตัสเอ็กเพรส เดินไปเดินมาไม่รู้จะทำอะไรกินดี ตอนนี้ยังฮิตกินหมูเด้งกับอยากต้มน้ำซูปกระดูกหมูเอาไว้ซดแล้วก็แทะกระดูกเปื่อยๆ พอดีเหลือบเห็นแป้งเกี๊ยวก็เลยหยิบมาทำเป็นเมนู "เกี๊ยวหมูใส่เห็ดเข็มทอง" ที่ใส่เห็ดเข็มทองด้วยเพราะมันลดราคาจากห่อละ 17 บาทเหลือแค่ 10 บาทเท่านั้นก็เลยเอามา 4 ห่อ 
  • พอดีเห็นกุ้งพรานทะเลแบบต้มสุกลดราคาก็เลยเอามา เดือนเดินไปเด็ดตำลึงกับผักขมจากสวนมาให้ใส่ด้วย
  • หมูบดปรุงรส (หมูเด้ง) แผ่นเกี๊ยว กุ้ง (เด้ง) ต้ม
  • หั่นเห็ดเข็มทองเป็นสองท่อน ท่อนบนที่มีดอกเก็บเอาไว้ใส่น้ำซุป ส่วนท่อนหลังหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับหมูเด้ง เติมผงปรุงรสสัก 1 ช้อนชา ใส่น้ำมันงา 1 ช้อนชา พริกไทยป่นตามชอบ
  • ทีนี้มา้ดูวิธีการห่อแป้งเกี๊ยวกันคะ : ทาน้ำที่ขอบเกี๊ยวทั้งสี่ด้านบางๆ ตักหมูสับใส่ตรงกลาง 
  • พับทะแยงมุม ใช้มือกดปิดทั้งสองด้าน 
  • จับด้านซ้ายขวามาบรรจบกัน แต้มน้ำทั้งสองด้านใช้มือกดให้ติดกัน

  • ทำไว้เยอะๆ แล้วทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยลวก จะทำให้เกี๊ยวไม่หลุด 
  • ลองทำอีกแบบนึง เอากุ้งเด้งเสียบด้วย หน้าตาเหมือนขนมจีบ

  • แบบนี้หน้าตาแปลกๆ ไม่ผ่าน


  • เทน้ำใส่หม้อต้มให้เดือดจัดก็หย่อนเกี๊ยวลงไป เวลาต้มเกี๊ยวต้องใช้น้ำที่เดือดจัดๆ แป้งเกี๊ยวจะได้ไม่เละ ต้มไปสักพักแป้งจะลอยขึ้นมา ตัวแป้งจะใสขึ้น ก็ช้อนใส่น้ำเย็นแล้วตักให้สะเด็ดน้ำ
  • คลุกน้ำมันงา หรือน้ำมันกระเทียมเจียวก็ได้ แต่ดาวชอบกลิ่นน้ำมันงา

  • ตักน้ำซุปกระดูกหมูที่ต้มเอาไว้เมื่อวาน

  • พอน้ำซุปเดือดก็ใส่ตำลึงกับผักโขมที่เด็ดมาจากสวน ถ้ามีผักอะไรที่ชอบก็ใส่ได้ตามใจเลยคะ พอน้ำเดือดอีกครั้งก่อนปิดก็ใส่เห็ดเข็มทอง 

  • ตักน้ำซุป พร้อมกระดูกหมู ผักที่ต้มใส่ชาม จากนั้นตากเกี๊ยว และใส่กุ้งเด้งต้มเหยาะพริกไทย กินเป็นอาหารเช้าแบบง่ายๆ ส่วนผักก็ใส่ตามชอบ จะหั่นกุ้งเป็นชิ้นๆ คลุกน้ำมันงาสักนิดแล้วห่อเกี๊ยวรสชาติก็จะเหมือนเกี๊ยวของซีพีเลยคะ อ้อ แผ่นเกี๊ยวยี่ห้อนี้ดีแป้งไม่บางเกิน ไม่หนาเกินเหมาะกับทำเกี๊ยวน้ำคะ

ข้าวเปียก (น้ำใส)

  • เดือนซื้อเส้นข้าวเปียกแบบสดมาร่วมเดือนแล้วทิ้งไว้ในตู้เย็นจนเส้นมันแข็ง จริงๆ แล้วเราชอบซื้อแบบแห้งมากกว่าเพราะเก็บได้นานแต่ต้องเสียเวลาแช่เส้นให้นิ่มก่อน เส้นสดเหมาะสำหรับซื้อตอนที่เราอยากจะิกินเลย ครั้งนี้ลองทำแบบน้ำใสคือจะต้มเส้นต่างหากแล้วตักน้ำซุปมาใส่ แทนที่จะต้มเส้นพร้อมน้ำซุป อารมณ์ที่กินจะเหมือนเฝอหรือก๋วยเตี๋ยวมากกว่าก๋วยจั๊บเพราะไม่มีน้ำลื่นๆ 
  • ซื้อกระดูกหมูสำหรับทำซุปแพ็คละ 24 บาทเองเมื่อก่อนเดือนชอบซื้อมาต้มให้หมา หนอยหารู้ไม่ว่าวันก่อนเขาไปถ่ายร้านก๋วยเตี๋ยวฮีโร่ว่ามีน้ำซุปกระดูกหมูแบบเปื่อยๆ เนื้อนุ่มแทบละลายในปากแต่มันไกลบ้านก็เลยคิดจะทำเองก็ได้ จะกินให้สะใจไปเลย


  • เติมน้ำสะอาดใส่หม้อ ล้างกระดูกหมูซุปแล้วทิ้งให้สะ็เด็ดน้ำสักพักก็ใส่ลงไปในหม้อไม่ต้องรอให้น้ำเดือด ใส่ไปตอนน้ำเย็นๆ เลยเขาว่ากันว่าจะได้น้ำซุปหอมหวาน ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆ เคี่ยวและช้อนฟองทิ้ง ใส่น้ำตาลกรวด เติมเกลือ ผงปรุงรส หรือจะใส่ซอยหอยนางรมเล็กน้อยจะได้สีน้ำซุฟเข้มขึ้น จะใส่รากผักชี หรือผักชีทั้งต้นก็ได้ ดาวมีคื่นช่ายก็ใส่ลงไปทั้งต้น อันนี้แล้วแต่ชอบจะใส่ไชเท้า หัวหอมใหญ่ มีอะไรหรือชอบกลิ่นอะไรก็ใส่ได้ตามชอบ

  • เคยทำข้าวเปียกไก่ไปแล้ว วันนี้ลองทำหมูดีกว่าไหนๆ ก็มีน้ำซุปหมูแล้ว เส้นสดยี่ห้อนี้ไม่เคยลองเส้นมันใหญ่ทำให้ต้มนานกว่าจะนิ่ม แต่เส้นไม่เละเหมือนยี่ห้อเก่าแบบแห้งที่เราเคยทำ มีหมูบดปรุงรสแพ็คละ 57 บาทแพงนะเนี่ย แต่ซื้อแบบลดราคาห้างเขาแอบใส่มันเยอะแล้วเอามาลดราคาต้มทีไรมันเยิ้มทุกที หมูยอโลตัสห่อเล็กๆ 15 บาทไม่อร่อยอย่างแรก พอดีอยู่คนเดียวเลยลองซื้อเล็กๆ แล้วรีบซื้อในโลตัสเอ็กเพรสมีไม่กี่ยี่ห้อต้องรีบซื้อเพราะร้านจะปิดเพราะอยู่ในช่วงเคอร์ฟิวส์  จะูบอกว่าเป็นหมูยอแป้งมากๆๆๆ กินแล้วเละๆ คิดถึงหมูยอที่เชียงใหม่ทั้งป้าย่น ป้าปี๋ลำปางมันอร่อยขั้นเทพจริงๆ 
  • แบ่งเส้นเปียกมาแค่นี้พอดีหนึ่งมื้อ เส้นมันแห้งๆ เพราะซื้อทิ้งไว้นาน
  • ต้มน้ำสะอาดจนเดือดก็หย่อนลงไป หมั่นคน ใช้เวลาต้มนานมาก 10 กว่านาที ไม่ได้จับเวลาใช้สังเกตว่าเส้นใส หรือจะหยิบเส้นมาชิมดูว่านิ่มดีหรือยัง มันขึ้นกับขนาดของเส้นด้วย ยี่ห้อนี้เส้นใหญ่ต้มนาน
  • ซอยต้นหอม ผักชีฝรั่ง พอดีหอมแดงหมดบ้านก็เลยไม่ได้เจียวเอาไว้โรย แต่่กินเจ้าดังของเวียงจันทน์เจ้าตำรับเขาไม่ได้ใส่หอมเจียวมาให้ อ้อเตรียมมะนาวด้วยหน้านี้ถูกกินมะนาวแทนน้ำส้มสายชูจะได้ประโยชน์มากกว่า 

  • ต้มเส้นนิ่มแล้วก็ตักเฉพาะเส้นใส่ชาม เทน้ำซุปตักหมูเด้งหรือหมูปรุงรสที่ต้มไว้จนสุก ดาวแอบทำเป็นรูปหัวใจด้วย ทำชิ้นใหญ่ๆ ใส่ชิ้้นเดียวหั่นหมูยอ ตักกระดูกหมู ชอบผักอาจจะใส่พวกผักดกาดหอม กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผัักคอส ผักสลัดต่างๆ ก็เข้ากันดี เวลาทานจะทานก็ปรุงรสเหมือนก๋วยเตี๋ยวบางคนชอบใส่พริกตำ ถ้ากินแบบลาวก็ใส่ซอสพริก ดาวปรุงน้ำซุปออกเค็มๆ หวานนิดๆ แค่บีบมะนาวสักหน่อยแล้วก็เหยาะซอสพริกคนให้เข้ากันก็ได้รสแซ่บ ๆ โรยพริกไทยป่นหน่อย ซดน้ำจนหมดชามเลยคะ
  • ชามนี้ต้มเส้นพร้อมกับน้ำซุปจนสุก น้ำจะข้นๆ เหมือนเรากินก๋วยจั๊บ เส้นยี่ห้อนี้ไม่เละดีเหมาะสำหรับคนที่ชอบกินแบบเป็นเส้นๆ ไม่เละเหมือนโจ๊ก ถ้าไม่อยากให้สีข้าวเปียกเข้มก็ปรุงน้ำซุปด้วยเกลือและผงปรุงรส ใส่ซอยหอยนางรมเพียงเล็กน้อย เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบกินข้าวเปียกสีออกน้ำตาลๆ มันดูไม่ค่อยน่ากิน 
เคล็ดลับกินให้อร่อย
  • ปรุงรสด้วยซอสพริกจะอร่อยขึ้น 
  • ทำพริกแดงตำใส่ด้วยสำหรับคนชอบกินเผ็ด จะใส่พริกน้ำส้มแล้วบีบมะนาวเล็กน้อยจะได้กลิ่นหอมของมะนาว
  • ซื้อปาท่องโก๋มาตัดเป็นชิ้นๆ เอามาจิ้มน้ำซุปข้าวเปียกเพื่อเพิ่มรสชาติ แล้วก็อิ่มท้องเหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้า เพราะกินแค่ข้าวเปียกคงจะไม่ค่อยอิ่มท้องเท่าไหร่
  • ถ้าชอบผักสามารถใส่พวกผักสลัดต่างๆ 
  • ต้มน้ำซุปกระดูกหมูไ้ว้หม้อใหญ่ๆ จะกินก็แค่ต้มเส้น เส้นต้องต้มใหม่ๆ ทิ้งไว้เส้นจะอืด

แกงจืดใบมะรุมหมูสับ

  • มีเมนูใบมะรุมมาอีกแล้วเพราะพอได้อ่านประโยชน์ต่างๆ ของใบมะรุมแล้วอยากกินอีก ไหนๆ บ้านเราก็ปลูกแล้วมีให้กินทุกวันจะไปซื้อผักจากตลาดให้เปลืองเงินทำไมจ๊ะ แถมออกยอดงามกว่าผักหวานอีก 
  • วันนี้เด็ดมาเยอะหน่อยเพราะโดนน้ำซุปแล้วมันจะเหลือนิดเดียว
  • กลัวว่ามันจะหดเลยนิดเดียวก็เลยใส่เห็ดโคนสีขาวๆ ซื้อที่ตลาดนัดน่าจะเป็นของจีนเคยเอามารีวิวแล้วที่เขาเขียนหน้าห่อว่าเป็น White Crab Mushroom หน้าตาคล้ายเห็ดเข็มทองแต่ใหญ่กว่า เนื้อแน่นเคี้ยวแล้วอร่อยเหาะจริงๆ แพ็คนึงซื้อที่ตลาดนัดแถวบ้านแค่ 20 บาท
  • มีซีโครงหมูอยู่ก็เลยต้มน้ำซุปกระดูกหมูในเปื่อยๆ ก่อนใส่แค่ผงปรุงรสและพริกไทยนิดหน่อย ใส่กระดูกหมูในน้ำตั้งแต่ตั้งหม้อเขาบอกว่าจะทำให้น้ำซุปหวานก็ลองทำดูแต่ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆ ช้อนฟอง พอกระดูกหมูเปื่อยดี ก็ใส่หมูเด้งเป็นก้อนๆ ของโปรดใส่เยอะๆ หน่อย พอหมูเด้งลอยขึ้นมาแล้วรอให้น้ำเดือดอีกครั้งก็ใส่เห็ดและใบมะรุม คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟเลย เพราะเห็ดและใบมะรุมสุกง่ายอยู่แล้ว
  • หน้าตาเหมือนแกงจืดตำลึงหมูสับ แต่มีกลิ่นหอมของเห็ดทำให้ได้รสหวานจากเห็ดโดยที่ไม่ต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม 
  • ชมใกล้ๆ อีกสักภาพ ถ้าจะประยุกต์ใส่ต้มเลือดหมูก็ไม่เลว ใส่แทนใบตำลึง ก็น่าจะดี หม้อนี้กินไปมื้อนึงยังเหลือเห็ุดกับหมูพรุ่งนี้ว่าจะเอามาต้มมาม่าแล้วไปเด็ดใบมะรุมเพิ่ม เย้ ไม่ต้องไปซื้อผักที่ตลาดแล้ว แค่นี้เราก็มีผักสำหรับใส่มาม่า ทอดไข่เจียว หรือทำแกงจืดได้ แถมยังได้คุณประโยชน์แบบสุดๆ 


น้ำมะนาวมิ้นท์ซ่าส์

  • เริ่มเข้าสู่หน้าฝนเป็นช่วงเวลาแห่งการกินเปรี้ยวๆๆๆ เพราะมะนาูวถูกแสนถูก สมัยเมื่อก่อนที่บ้านปลูกมะนาวแป้นเวลาหน้าฝนออกเต็มต้นต้องเก็บไปแจกเพื่อนฝูง จากนั้นก็เลยทำให้ติดกินเปรี้ยวทำน้ำมะนาวทีต้องใช้ 4-5 ลูก ที่ชอบมากที่สุดคือ บีบมะนาว 2 ลูกใส่น้ำผลไม้ของยูนิฟสมัยก่อนเป็นกระป๋องเสพติดกินวันละกระป๋องสองกระป๋อง เมื่อก่อนเคยแปรงฟันแล้วเลือดออกตามไรฟันพอกินบ่อยๆ ก็หายเป็นปริดทิ้งเชียว แหมเพิ่งรู้อีกว่าวิตามินซีช่วยลดริ้วรอยด้วยก็น่าจะจริงนะเพราะจะสี่สิบแล้วตีกาสักรอยยังไม่มี คอลลาเจนยังเด้งดึ๋งอยู่เชียว ไม่ได้โม้!!!!  

  • "น้ำมะนาวมิ้นท์" จริงๆ อยากทำกินตั้งนานแล้วเพราะได้สูตรจากหนังสือทำพวกน้ำต่างๆ สมูทตี้ที่พี่เขยซื้อมาฝากจากออสเตรเลีย เขาจะสับใบสะระแหน่ซะละเอียดยิบๆ เลย จำไม่ได้ว่าเขาเอาไปปั่นก่อนหรือไม่เพราะตัวหนังสือเล่มนี้อยู่เชียงใหม่ แต่เมื่อก่อนเคยทำไอศกรีมฝรั่งเราเอาสะระแหน่ไปปั่นพร้อมฝรั่งก็ได้ละเอียดยิบๆ น่ากินมาก แต่วันนี้ทำแบบง่ายๆ แค่สับๆ ก็พอ
  • เตรียมแก้วใสใช้มะนาวปาดปากแก้วแล้วคว่ำลงที่ถ้วยใส่เกลือกลิ้งปากแก้วให้เกลือเกาะปากแก้ว จากนั้นบีบมะนาวน้ำดีๆ สัก 2 ลูก ทำน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำตาล 1 ส่วนต่อน้ำ 1 ส่วนทิ้งไว้ให้เย็นนำมาผสมค่อยๆ เติมตามชอบจะหวานมากหรือน้อย เหยาะเกลือสักปลายช้อน พอใส่เกลือรสจะกลมกล่อมมากขึ้น จากนั้นก็ใส่ใบสะระแหน่สับ
  • ชิมจนรสถูกใจแล้วก็เติมน้ำโซดาจนถึงระดับครึ่งแก้ว
  • ใส่น้ำแข็งทุบลงไปจะอร่อยกว่าเป็นก้อนๆ ถ้้าไม่มีก็เอาน้ำแข็งจากแล็กน้ำแข็งใส่ถุงแล้วใช้ไม้ตีพริกทุบๆๆๆๆๆ แบ่งใบสะระแหน่มาชักช่อไว้ตกแต่ง ถ้าใบสะระแหน่เหี่ยวลองเด็ดแล้วแช่น้ำสักพักจากที่หงอยๆ กลับมาสดชื่นอย่างที่เห็นคะ อากาศร้อนๆ อย่างนี้ลองทำน้ำมะนาวโซดาแบบใส่ใบสะระแหน่ดูนะคะ