เกี๊ยวกรอบราดหน้า

  • จากที่หลายวันก่อนทำบะหมี่กรอบราดหน้ากินอิ่มไปแล้วหนึ่งวันก็เลยนึกอยากกินเกี๊ยวกรอบราดหน้าบ้าง เคยเห็นเขาทำกันแต่ไม่เคยชิม มันก็คงจะอารมณ์เดียวกับบะหมี่กรอบนั่นหละนะ อ่านเจอเขามีผัดไทยเกี๊ยวกรอบด้วย เราก็เลยลองกินผัดไทยใส่แคบหมูแบบเมืองๆ มีมันติดด้วย โหยยย กรอบอร่อยสุดๆ เชียวหละ
  • กินเกี๊ยวกรอบต้องแยกน้ำราดหน้าไว้ต่างหาก ค่อยๆ หย่อนเกี๊ยวทีละชิ้น หรือจะหยิบเกี๊ยวจิ้มน้ำราดหน้าก็อร่อยดี

  • ซื้อเกี๊ยวในห้างเพราะไม่มีเวลาเดินไปกาด ถ้าซื้อที่กาดจะได้เยอะกว่านี้ 2-3 เท่า หมูเด้งเหลือจากทำสุกี้เมื่อเดือนที่แล้วแช่แข็งไว้หาโอกาสมาทำให้หมดเลยใส่หมูเยอะไปหน่อย จริงๆ ใส่จิ๊ดเดียวพอ เออออ เปลี่ยนเป็นกุ้งเด้งๆ ที่ลวกแล้วเอามาใส่จะได้ไม่มีปัญหาไส้ข้างในไม่สุก

  • ทำเรียงเอาไว้เยอะๆ พยายามกดไส้ให้แบนๆ เวลาทอดจะได้สุก ถ้าทำหนาแป้งเกี๊ยวจะไหม้ก่อนข้างในจะสุก
  • ลองทอดดูแล้วข้างในมันไม่ค่อยสุกดีก็เลยผ่าตรงกลางจะได้สุกง่ายขึ้น เวลาทอดต้องใช้ไฟอ่อนมากๆ ตั้งจนน้ำมันร้อนดีจริงๆ แล้วค่อยหย่อนลงไป ทอดไปพลิกกลับไปมาบ่อยๆ จะได้กรอบอร่อย

  • ไส้กรอกเหลือก็เอามาห่อเกี๊ยวทอดกินกับราดหน้าก็อร่อย 

  • ทอดจนเหลืองกรอบเตรียมเอาไว้กินกับราดหน้า ส่วนน้ำราดก็ดูวิธีทำในนี้มีสารพัดราดหน้า สารพัดเส้นพร้อมวิธีหมักหมูนุ่มอีกด้วย วันนี้เอามาให้เป็นไอเดียเผื่อใครจะเบื่อเส้นใหญ่ เส้นหมี่ หรือบะหมี่กรอบลองเกี๊ยวกรอบดูแล้วก็ครีเอทหาอะไรในตู้เย็นมาลองห่อเกี๊ยวทอดทานด้วยกันดู ขอให้สนุกกับการรื้อค้นตู้เย็นมาประยุกต์ทำทานกันนะคะ

บะหมี่กรอบราดหน้า


  • อยากกินราดหน้ามาหลายวันแล้วเพราะตั้งแต่หลังช่วงกินเจก็ไม่ค่อยได้ทำ ใจจริงอยากจะทำราดหน้าทะเลแต่ก็ไม่ได้ไปห้างซื้อกุ้งกับปลาหมึกก็เลยชวนณโมเดินแอ่วกาดตอนเย็นหลังเลิกเรียนซัมเมอร์ หลายเดือนมานี้ไม่ค่อยได้ไปช็อปปิ้งหรือซื้อของในกาดตกใจเนื้อหมูตรงสันคอกิโลกรัมละ 150 บาทไปแล้วเหรอ เห็นเขาหั่นไว้แล้วก็เลยสั่งไป 3 ขีดแต่เขาคงฟังเป็น 30 ก็เลยตักมาให้ 35 บาท ทั้งๆ ที่รู้ว่าเคยซื้อแบบหั่นไว้แล้วไม่ดีก็ยังจะซื้อเพราะกลับไปก็จะได้หมักเอาไว้ก่อน เ้วลาซื้อที่หั่นมาแล้วเขาชอบปนมันมาเยอะ แล้วหั่นชิ้นไม่สวย ถ้าเราหั่นเองจะหั่นบางๆ  ใหญ่ๆ เวลาทำแล้วจะดูน่ากินหมักหมูก็จะนุ่มดี
  • หมักหมูเสร็จแล้วก็แช่ตู้เย็นเอาไว้คืนนึง เย็นอีกวันก็ใช้ได้ ทำกับข้าวไปก็เลี้ยงหลานไปด้วยตอนนี้โตแล้วแค่หาอะไรให้เล่นก็นั่งเล่นไ้ด้เองแต่ก็ต้องแอบดูเป็นระยะเพราะอาจสร้างความเสียหายได้ อย่างวันนี้มัวแต่ทำกับข้าวโมเอาปากกาเมจิแท่งใหญ่ที่เขาออกแบบมาเพื่อให้เด็กหัดจับมาเขียนแล้วบอกว่าโมจับปากกาได้แล้วก็ขีดเขียนบนกระดาษไปมา เราก็ไปเขียนตัวเลขให้ก็กลับมาทำกับข้าว พอพี่เดียร์ออกมาร้องลั่นบอกว่าทำไมไม่ดูหลานเอาปากกาขีดเต็มพื้นเป็นทางยาวหลายจุดเลย อ้าวใครจะไปเห็นฟะมันทำตอนไหนเนี่ย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปากกาเป็นแบบล้างออกได้แค่เอาผ้าชุบน้ำเช็ดก็ออก ดีนะเนี่ยที่ซื้อแบบนี้มาให้เล่นไ่ม่งั้นแย่เลยเรา T_T

  • ชื่อเต็มๆ น่าจะเรียกว่าบะหมี่กรอบราดหน้าคะน้าฮ่องกงหมูนุ่มมมมม
  • คะน้าฮ่องกงถุงละ 20 บาท บะหมี่มีประมาณ 10 กว่าก้อน 19 บาท หมูสันคอ 35 บาท
  • ดูมันน้อยๆ ลงไปว่ามะ 8 ก้านเองเหรอแถมไม่ค่อยอ่อนเท่าเมื่อก่อน
  • หั่นแล้วแช่น้ำยาล้างผักของเซ็นต์แอนด์ดรูว์ไว้สัก 10 นาที คะน้าสารพิษเยอะมากต้องล้างให้สะอาด จากนั้นก็ล้างน้ำเปล่าสัก 2-3 รอบจนแน่ใจว่าล้างน้ำยาออกหมด ผักจะช้ำไปหน่อยแต่ดีกว่ามีสารเคมีนะคะ
  • บะหมี่ไข่แบบพิเศษห่อใหญ่ไม่แน่ใจว่าจะกิโลนึงหรือเปล่าราคา 38 บาท เราจะซื้อทีละครึ่งนึงก็พอสำหรับครอบครัวเรา กินได้เกือบสองมื้อ

  • เอาน้ำมันเทใส่หม้อวิเศษเหมือนเดิมใส่น้ำมันเยอะๆ ให้สูงไม่ต่ำกว่านิ้วครึ่ง ตั้งกระทะใช้ไฟกลางรอจนน้ำมันร้อนจัด ลองหย่อนบะหมี่สักเส้นสองเส้นวาใส่ลงไปแล้วค่อยๆ ฟองขึ้นมาหรือเปล่า ถ้าร้อนได้ที่แล้วก็ยีๆ เส้นบะหมี่ให้ออกจากกันหย่อนลงทอดครั้งละหนึ่งก้อน จะพอดีกับหนึ่งอิ่ม
  • ทอดจนเหลืองก็พลิกอีกด้านใช้เวลาแป็บเดียวเท่านั้นคะ ไม่งั้นจะไหม้ได้ ถ้าเราทอดหลายๆ ครั้งแป้งของบะหมี่จะลงไปกองกันที่ก้นหม้อจะต้องคอยระวังนิดนึงสำหรับภาชนะเล็กเพราะแป้งมันจะทำให้น้ำมันล้นออกมาได้คะ พอบะหมี่กรอบเหลืองแล้วก็ตักผึ่งบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมันแล้วก็ซับด้วยกระดาซับมัน 
  • ทอดเอาไว้ให้พอกับจำนวนสมาชิก ณโมแอบเดินมาเด็ดกินหลายรอบ เมื่อวานว่าจะเก็บใส่ถุงแต่ลืมแม่เอาแค่ฝาชีครอบไว้ให้ พอวันนี้จะกินตอนเที่ยงมันก็ยังกรอบอร่อยเหมือนทอดใหม่ๆ เลย
  • ทอดบะหมี่เสร็จแล้วก็เทน้ำใส่หม้อลวกคะน้า เวลาลวกก็ใส่เกลือไปนิดหน่อยพอน้ำเดือดก็แบ่งคะน้าลงไปลวกคนดูจนเห็นก้านใสๆ ก็เอาขึ้นได้ใช้เวลาลวกนิดเดียวเพราะสุกง่าย ตักคะน้าใส่ในกะละมังที่ใส่น้ำไว้เต็มเพราะทำให้คะน้าเย็นลงจะช่วงให้คะน้าสดกรอบสีเขียวสวย ถ้าใครอยากจะใส่น้ำแข็งในน้ำด้วยก็ได้คะ  แต่เราว่าแค่ใส่น้ำในกะละมังเยอะๆ ก็ช่วยลดอุณหภูมิคะน้าได้พอแล้ว พอคะน้าเย็นลงก็ช้อนขึ้น บีบน้ำให้ออกให้หมดแล้วใส่ภาชนะไว้ ดาวเทน้ำมันเมล็ดชาลงไปสักหนึ่งช้อนชาคลุกเอาไว้ด้วย เขาว่าไขมันจะช่วยให้ร่างกายเราดูดซึมแร่ธาตุเวลาเราทานผัก 
  • ลวกผักเสร็จแล้วเราก็มาทำตัวน้ำราด วันนี้ทำราดหน้าแบบแยกน้ำกับผักจะได้เก็บไว้ได้นานๆ ผักจะได้กรอบอยู่เสมอ เวลาเราหมักหมูจะต้องใส่แป้งมันเพื่อทำให้หมูนุ่มพอเวลาจะเอามาทำราดหน้าถ้าเอามาผัดก่อนแป้งที่เกาะหมูมันจะเป็นก้อนก็เลยผัดกระเทียมกับน้ำมันเล็กน้อยแล้วใส่เต้าเจี้ยวสัก 2-3 ช้อนโต๊ะลงไปผัดให้หอมๆ จากนั้นก็เทน้ำเปล่าลงไปกะให้พอๆ กับเส้น รอจนน้ำเดือดก็ใส่หมูหมักปรุงรสด้วยผงปรุงรส ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เหยาะน้ำตาลนิดปรุงรสตามชอบ พอน้ำเดือดอีกครั้งก็ละลายแป้งมันกับน้ำเปล่าค่อยๆ ใส่คนเร็วๆ ให้ทั่วจนเหนียวได้ที่ก็ปิดไฟ

  • เอาคะน้าที่ลวกไว้เรียงใส่จาน วางบะหมี่กรอบ ดาวทำแบบนี้ไว้ทุกจานรอราดน้ำอย่างเดียว พอสมาชิกทุกคนในครอบครัวจะทานก็ตักน้ำราดแค่นี้เอง ทำอย่างนี้นึกถึงตอนเรียนสายน้ำผึ้ง จะสั่งราดหน้าแล้วบอกว่าไม่เอาผัก เพราะร้านที่นั่นจะแยกผักกับน้ำราด ตอนเด็กๆ ไม่ชอบกินผักคะน้ามาเจอแบบนี้ชอบเลย

  • จานนี้ใช้บะหมี่ครึ่งก้อนทำให้หม่อมแม่ 

  • ชามนี้ของณโมหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ ราดน้ำไว้เลยจะกินแค่เอาเส้นมาใส่ เวลากินจะได้ยังกรอบๆ อยู่


  • ชามนี้ของเราเอง บะหมี่กรอบๆ ผักก็กรอบ หมูนุ่มๆ หอมเต้าเจี้ยวกำลังดี สมัยนี้เขาไม่ค่อยใส่เต้าเจี้ยวกันแล้ว บางครั้งเราเองก็ยังใส่มิโสะแทนเลย เมนูนี้เราทำเอาไว้ทานที่ทำงานได้ แยกน้ำราดกับผัก ส่วนบะหมี่กรอบทอดเอาไว้เก็บไว้หลายวันไม่นิ่ม ใครชอบเส้นอื่นๆ ก็เปลี่ยนได้ แค่อุ่นน้ำราดในไมโครเวฟที่ทำงานก็ได้อาหารกลางวันเพื่อสุขภาพ อยากใส่ผักอะไรเยอะแค่ไหนก็ได้ สะอาดแล้วก็ประหยัดด้วยคะ ซื้อของทำไปทั้งหมดแค่ 70-80 บาทก็ทำทานได้หลายจานเลยคะ

ยำวุ้นเส้น (ใส่น้ำพริกเผา) แบบพร้อมปรุง

  • อาหารจำพวกยำๆ หรือส้มตำถ้าปรุงเอาไว้นานมันก็จะเซ็ง สู้ปรุงเสร็จก็รับประทานไม่ได้แต่บางครั้งเวลาทำอาหารแต่ละทีก็อยากจะทำเอาไว้เยอะๆ เก็บล้างทีเดียว หรือบางครั้งเราอาจจะเตรียมไว้ให้คนในครอบครัวคนอื่นๆ ได้ทานแต่ไม่สามารถจะทานได้พร้อมกัน หรือคนที่ทำงานนอกบ้านอยากจะทำยำต่างๆ ไว้ทานตอนมื้อเที่ยงเพื่อลดความอ้วน หรืออากาศร้อนๆ แบบนี้ไม่อยากจะเดินตากแดดนอกออฟฟิค มาลองดูวิธีเตรียมยำวุ้นเส้นพร้อมปรุงใส่กล่องไปทานที่ทำงานแบบเส้นไม่อึด และรสชาติไม่เซ็งคะ
เครื่องปรุงมีดังนี้นะคะ
  1. วุ้นเส้นแช่น้ำจนนิ่ม นำไปลวกน้ำร้อนจนเส้นนิ่มรีบเอาขึ้นล้างน้ำเย็นพึ่งบนกระชอนจนแห้งสนิท
  2. เห็ดหูหนูหั่นเป็นเส้นลวกจนสุก ถ้าชอบเห็ดอื่นๆ ใส่เพิ่มได้
  3. หมูสับรวนกับน้ำปลาให้พอออกรสเค็มเต็มน้ำเล็กน้อยตอนรวน ตักแยกเนื้อหมูสับออกต่างหาก หรือจะใส่ในน้ำยำก็ได้ ส่วนน้ำหมูที่ได้จากการรวนน้ำไปผสมกับน้ำยำจะได้รสชาติหอมของหมูคะ
  4. หั่นหมูยอแล้วลวกไว้ ชอบปูอัด ปลาหมึก กุ้ง หรือลูกชิ้นก็นำมาลวกเพิ่มได้
  5. ผักที่ใช้จะมีแครอทซอย หัวหอมใหญ่หรือหัวหอมแดงซอย ผักชีต้นหอม หรือจะใส่แค่คื่นช่ายตามชอบ
  6. ส่วนผสมทั้งหมดนี้จัดเรียงใส่กล่องจะแยกเก็บส่วนผสมต่างๆ เป็นช่องๆ หรือจะวางด้วยกันก็ตามแต่สะดวกขอแค่ส่วนผสมต่างๆ ผึ่งให้แห้งดีแล้วจะทำให้เก็บได้นานขึ้น
วิธีทำน้ำยำ วันนี้ดาวทำยำวุ้นเส้นใส่น้ำพริกเผาไปด้วยน้ำยำเลยออกมาสีคล้ำนิดนึงแต่รสชาติเข้มข้นขึ้น
  • นำน้ำที่ได้จากการรวนหมูหรือจะใส่หมูสับมาด้วยก็ได้นะคะ เติมน้ำปลา  l ส่วน น้ำมะนาว 2 ส่วน ตักน้ำพริกเผาสัก 1-2 ช้อนโต๊ะลงไปคนให้เข้ากัน ไม่ต้องเติมน้ำตาลถ้าน้ำพริกเผาออกรสหวาน ชอบเผ็ดก็เติมพริกขี้หนูหั่นลงไป ชิมให้ได้รสเปรี้ยวนำ เค็มตามแล้วหวานนิดๆ  ชอบรสไหนก็ปรุงตามชอบขอให้รสจัดหน่อยเพราะเวลาเราคลุกจะ ได้ไม่จืดเกินไป เราลองทำทานก่อนจะได้กะถูกว่าสัดส่วนแค่ไหนพอดี แล้วค่อยเตรียมทำไปทานที่ทำงาน 
     
    ทีนี้เวลาพักเทีี่ยงเราก็นำยำวุ้นเส้นของเราออกมาคลุกน้ำยำ จะทานกับข้าวสวยหรือจะทานเปล่าๆ ก็อร่อยแถมเป็นเมนูไขมันต่ำด้วยทานแกล้มกับผักกาดหอม หรือผักกาดแก้วด้วยจะยิ่งดี ลองเปลี่ยนเป็นยำเห็ด ยำวุ้นเส้นใส่เห็ดหูหนูขาว หรือจะยำมาม่า (ลวกเส้นไว้ทำเหมือนวุ้นเส้น) ยำไส้กรอก ยำรวมทะเล ยำลูกชิ้น ยำหมูยอ ทำได้สารพัดเลยคะ ผู้หญิงเรากินยำต่างๆ แบบนี้ได้ทุกวันไม่มีเบื่ออยู่แล้วคะ ขอให้มีความสุขกับการเตรียมอาหารกลางวันเพื่อสุขภาพกันนะคะ



ร้านหอยทอดชาวเล เชียงใหม่


  • วันนี้จะพามากินของโปรดเรียกได้ว่าให้กินทุกวันก็ยังได้ คือ "หอยทอด" นั่นเอง อย่าคิดว่าอยู่เชียงใหม่ห่างไกลทะเลจะอดอยากปากโหยแห้งอาหารทะเล ที่ไหนได้แหมๆๆๆ ลองดูรีวิวเก่าๆ ได้เลยว่าร้านอาหารทะเลในเชียงใหม่ที่รีวิวไปมีแต่ของสดๆ อร่อยๆ ทั้งนั้น แล้วหอยทอดสดๆ ใหญ่ๆ จะไม่มีได้ยังไงใช่ม้า มามะมาเรียกน้ำย่อยกัน! 


  • ร้านนี้เมื่อก่อนผ่านบ่อยตอนณโมเป็นเบบี๋ ผ่านทีไรอยากกินแต่คิดว่าควันเยอะมาเด็กอ่อนมาด้วยไม่ได้ก็เลยอด หลังๆ พอหลานโตแล้วพี่เดียร์กับเฮียเป้งแวะมากินบ่อยแล้วซื้อกลับไปฝากเราที่ผ่านกินจะ 10 หนแล้วแต่เรายังไม่เคยมาชิมที่ร้านเลย วันนี้ไปรับเซบัสที่อาเขตเพราะขึ้นเครื่องบินไปทำงานที่แม่ฮ่องสอนไม่ได้เพราะหมอกควันเยอะต้องนั่งรถเมล์มาตั้ง 6 ชั่วโมงก็เลยต้องหาอะไรอร่อยๆ ให้กินเสียหน่อย


  • เป็นหวัดกันทั้งบ้าน แต่ดูซิสั่งน้ำชามะนาวมากินกันซะงั้น อิฉันขอแบ่งสไปร์ทจากเซบัสมากินดีกว่า ที่บ้านชอบกินน้ำหวานกัน ดีที่คุณหลานไม่ยอมกินเลยจะกินแต่น้ำเปล่าๆๆ หลายปีก่อนคุยกันว่าถ้าเรามีเด็กในบ้านเราจะเลิกกินน้ำอัดลมกันเดี๋ยวเด็กจะกินตามเป็นการปลูกฝังที่ไม่ดี แต่ตอนนี้มีหลานสองคนแล้วที่บ้านก็ไม่เคยขาดน้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ แต่ที่แปลกคือ ณโมไม่ชอบกินน้ำหวานๆ จะชอบกินน้ำผลไม้ ยิ่งน้ำองุ่น น้ำเชอรี่จะชอบมาก พวกผู้ใหญ่ก็เลยยังคงกินน้ำอัดลมกันไป (ไม่ต้องกลัวเด็กแย่ง lol)

  • กระเพาะปลาน้ำแดง ของโปรดของครอบครัวแต่อิฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ 
  • ออส่วนของโปรดของครอบครัวเช่นกัน หอยใหญ่ๆ ทอดแบบนี้อร่อยกว่าเป็นน้ำเละๆ  ข้นๆ
  • อันนี้สับสนตอนสั่ง เฮียเป้งสั่งเห็ดทอดนึกว่าจะเป็นเห็ดชุบแป้งทอดพอเขาเอามาเสริฟ์เลยบอกว่าทำผิด ไปๆ มาๆ ถึงรู้ว่านี่คือ เห็ดทอด เขาจะทำเหมือนหอยทอดแต่ใส่เห็ดแทน เราจะสั่งเป็นเนื้อปลา เป็นทะเล หรือใส่อะไรแทนหอยก็ได้ เห็ดทอดเหมาะสำหรับคนที่กลัวคลอเรสเตอรอลสูงจากอาหารทะเล เห็นแบบนี้แล้วว่าจะลองทำให้แม่กินดีกว่า
  • ข้าวผัดกุ้งของคุณหลาน ข้าวเรียงเม็ดสวยไม่แฉะมีกุ้งตัวใใหญ่ๆ ใส่มาด้วย ไม่ได้ชิมว่าอร่อยไหม คุณหลานกินกุ้งหมดเลยเหลือแต่ข้าว
  • ต้มยำทะเลน้ำข้น รสชาติเข้มข้นใช้ได้ ใส่ทั้งเนื้อปลา ปลาหมึก กุ้ง หอยลาย ซดน้ำเข้มข้นดีจัง
  • จริงๆ มีแพนงไก่สั่งให้เซบัสอีกจานไม่ได้ถ่าย เครื่องแกงหอมคลุกข้าวกินก็อร่อย แต่ 2-3 เดือนที่ผ่านมาไม่ค่อยมีปาร์ตี้เลยกินข้าวเย็นน้อยลงจนชินก็เลยกินอะไรไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อน 

  • ร้านขายทั้งหอยทอดผัดไทย ขนมผักกาด อาหารตามสั่งเช่นต้มยำ ผัดฉ่า ยำต่างๆ เมนูหอยทอดมีเป็นสิบอย่าง กับข้าวต่างๆ อาหารจานเดียว เรียกได้ว่า กินกันจนอิ่มแปล้เลยหละ แถมตบท้ายด้วยขนมหวานอย่าง ทับทิมกรอบ แปะก๊วย พุทราจีน สารพัด คราวที่แล้วพี่เดียร์ซื้อทับทิมกรอบไปฝากอร่อยมาก วันนี้เห็นลอดช่องแตงไทยแล้วอยากกิน โหยหาลอดช่องวัดเจษจนอยากจะบินไปซื้อมากินให้ฉ่ำปอด ก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอีกไม่กี่เดือนจะได้ไปกรุงเทพแล้วจะไปหามากิน พอเห็นปุ๊บก็เลยสั่งมากิน น้ำกะทิหอมอร่อยถึงแม้จะไม่ใช่กลิ่นน้ำตาลหอมๆ แบบดั้งเดิมแต่ก็พอหายอยาก ทั้งๆ ที่เป็นหวัดมาสองอาทิตย์ไม่หายยังจะกินพอตกดึกรู้สึกรุมๆ เหมือนไข้จะขึ้น เฮ้อ ไม่เจียมตัวเลยเรา T_T 

  • ด้านหน้าร้าน มีแต่ของทะเลสดๆ



  • เห็นแล้วน้ำลายไหลหิวขึ้นมายามดึกอยากจะกลับไปกินทุกวัน แต่กลัวเหมือนตอนบ้ากินขาหมูพะโล้ แวะซื้อที่กาดช้างเผือกทุกวันไม่ใช่เจ้าดังนะ ซื้ออีกเจ้านึงชอบร้านนั้นมากกว่าจะสั่งไส้หมูกับคากิมากินตอนกลางคืนติดๆ กันอยู่หลายอาทิตย์น้ำหนักขึ้นแบบลืมตัวไปเลยกว่าจะเรียกกลับคืนได้แทบตาย T_T 

ชาน้ำทับทิม หอมหวานชื่นใจคลายร้อน

  • หน้าร้อนๆ แบบนี้เห็นมีคนเสิรช์เข้ามาหาวิธีทำน้ำชามะนาวในบล็อกเยอะมาก เราเคยทำเมื่อปีก่อนๆ ส่วนมากจะทำตอนหน้าฝนมะนาวถูกจนต้องหาวิธีใช้มะนาว แต่หน้าร้อนๆ แบบนี้มันยิ่งทำให้อยากกินน้ำชาบีบมะนาวเปรี้ยวๆ ได้กลิ่นหอมๆ ของมะนาวแท้ๆ แต่ว่าหน้าร้อนมะนาวมันแพงกองละ 20 บาทได้ไม่กี่ลูก ที่เชียงใหม่ยังไม่แพงมากตอนอยู่กรุงเทพต้องซื้อมะนาวที่โลตัสลูกละ 4 บาทถึงจะมีน้ำเยอะหน่อย 
  • วันนี้เกิดไอเดียอยากกินชามะนาวแต่มะนาวแพง ลองเอาน้ำผลไม้มาผสมน้ำชาจะดีไหม??? ว่าแล้วก็ทำลองเทน้ำทับทิมของทิปโก้จากตู้เย็นมาผสม บร๊ะแม่เจ้าาา เหมือนชาทับทิมที่ซื้อเป็นขวดๆ เลย
มาดูวิธีทำกันคะ วิธีนี้ไม่ต้องใช้ถุงกาแฟแบบร้านอาแปะ ที่ไม่ซื้อมาใช้เพราะแพงตั้ง 30 กว่าบาท ใช้แล้วต้องเอามาล้างกว่าจะเอาชาออกจากผ้าได้เหงื่อแต่ซิกๆๆๆ ใช้วิธีง่ายๆ ตามสไตล์คนขยันน้อยดีกว่าคะ
  1. ต้มน้ำให้เดือดเตรียมไว้ หาภาชนะใหญ่ๆ ทนไฟหน่อยดาวใช้กระติกที่เก็บความร้อน-เย็นขนาดใหญ่ ใครมีเหยือกแก้วหรือเซรามิคทนความร้อนเอามาใช้ได้เลย 
  2. ตักชาตรามือ (หาซื้อได้ตามห้างหรือตลาด กระป๋องที่เห็นเมื่อก่อนแค่ 20 บาทหมดแล้วซื้อแบบถุงมาเติมได้ กระป๋องเดียวใช้ได้เป็นปีๆ คะ) เราใช้แค่ 2 ช้อนโต๊ะ เทนน้ำร้อนประมาณลิตรกว่าๆ ใช้ช้อนคนแล้วทิ้งไว้สัก 2-3 นาที  
  3. แช่จนน้ำชามีสีเข้มขึ้น ใช้กระชอนเล็กๆ ตาถี่ๆ ที่เรามีติดครัวไว้แทบทุกบ้านมาวางบนภาชนะอีกใบนึงแล้วค่อยๆ เทน้ำชาจนหมด เราก็จะได้น้ำชาปราศจากกากชา 
  4. น้ำชาอาจจะมีเศษชาเล็กๆ บ้างถ้าไม่ชอบก็คนแล้วทิ้งไว้ให้นอนก้น ค่อยๆ เทเอาแต่น้ำชาก็จะได้น้ำชาใสแจ๋ว 
  5. พอได้น้ำชาแล้วจะผสมน้ำตาลเอาไว้เลยก็ได้ เวลาจะดื่มก็เอาน้ำชามาผสมน้ำทับทิมอย่าใส่น้ำตาลมากเพราะน้ำทับทิมรสหวานอยู่แล้ว ไม่ชอบหวานก็ไม่ต้องเติมน้ำตาล 
  6. ถ้าทำชาดำเย็นใส่น้ำตาลติดตู้เย็นเอาไว้ พออยากกินชามะนาวก็แค่บีบมะนาวเติมได้รสเปรี้ยวกลิ่นหอมๆ ของมะนาวไม่ต้องบีบเอาไว้เดี๋ยววิตามินซีจะหายไป อยากกินชาเย็นก็แค่ราดนมข้นจืด 
  7. เราเปลี่ยนน้ำผลไม้ได้เรื่อยๆ วันก่อนเปิดน้ำแอปเปิ้ลของทิปโก้ก็เอามาผสมเป็นชาแอ็ปเปิ้ล ที่บ้านซื้อน้ำผลไม้ทิปโก้ติดบ้านไว้ตลอด คือเอามาถวายพระ (ทั้งกล่อง) จากนั้นก็เอามาดื่ม ได้บุญได้อิ่มด้วย
เคล็ดลับ
ถ้าเสียดายกากชาอาจจะเทน้ำร้อนใส่จะได้น้ำชาจางๆ จะเอามาผสมเจือจางกับรอบแแรกที่ทำก็ได้ หรือจะเอาไว้กินแบบจางๆ เหมือนตามร้านกาแฟอาแปะทำเอาไว้ให้ลูกค้าจิบเล่นๆ ล้างคอร้อนๆ หรือใส่น้ำแข็งกินเอาพอได้กลิ่นก็ได้เคยกินที่ร้านข้าวต้ม

เบคอนห่อไส้กรอก

  • อาทิตย์ก่อนพี่เดียร์ไปห้างซื้อไส้กรอกเยอรมัน กับเบคอนมา เราก็เลยทำเบคอนห่อไส้กรอกทอดเอาไว้พอกรอบๆ ตอนเช้าจะได้อุ่นในไมโครเวฟให้ณโมกินก่อนไปเรียนซัมเมอร์
  • คุณพี่สาวซื้อเบคอนยี่ห้อเทสโก้มา แหมเห็นมันลดราคาเลยซื้อที่ไหนได้พอแกะห่อออกมาดู ชิ้นที่มีเนื้อมีไม่เกิน 4-5 ชิ้นเอาไว้ด้านหน้า ด้านหลังๆ มีแต่มันหาส่วนที่เป็นเนื้อน้อยมาก แล้วนี่จะกินอะไรกันหละ คราวที่ทำผัดสปาเก็ตตี้เบคอนเราซื้อเป็นแบบขีดน่าจะยี่ห้อหมูสามตัวแพงกว่าแต่มีแต่เนื้อมันน้อยมาก
  • วางไส้กรอกบนเบคอนค่อยๆ ม้วนจนสุดแล้วเอาไม้จิ้มฟันเสียบไว้กันหลุด ที่บ้านไม่มีไม้จิ้มฟันสักอันรื้อแทบตายได้แค่ไม้เสียบลูกชิ้นก็ดีอีกแบบ แหมถ้ามีกระทะใส่น้ำมันท่วมๆ เหมือนที่เขาขายก็เรียงใส่ไม้เลย จำได้ตอนเด็กๆ ชอบกินของรถเข็นศรีไทยสมัยนั้นลูกชิ้นธรรมดาไม้ละ 3 บาท แต่ถ้าเป็นไส้กรอกเบคอนจะไม้ละ 12 หรือ 15 บาทจำไม่ได้ นานๆ ถึงจะได้สั่งกินเพราะซื้อกินไม้เดียวเท่ากับกินลูกชิ้นหลายไม้เชียว น้ำจิ้มของศรีไทยอร่อยมากเป็นน้ำจิ้มไก่ผสมซอสพริกหวานๆ เผ็ดๆ ตอนนี้หากินแบบนั้นไม่ได้แล้ว T_T ต้องทำเองอย่างเดียว
  • ห่อได้สี่อัน นอกนั้นเบคอนมีแต่มันก็เลยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาเข้าไมโครเวฟครั้งละ 3 นาทีเอาออกมาคนไม่เช่นนั้นมันจะไหม้แค่ตรงกลาง ทำแบบนี้สัก 2 หรือ 3 รอบจนเบคอนเป็นสีน้ำตาลก็พอละ น้ำมันจะออกมาเยอะเหลือแต่เบคอนกรอบๆ ตักขึ้นใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำมัน อดใจไม่ได้แอบจกกินหลายรอบ ตื่นเช้ามาเปิดดูอีกทีเหลือแต่ตะแกรงเบคอนกรอบๆ หายไปหมด ส่วนน้ำมันที่เจียวได้กะว่าจะแอบเอาไว้ผัดกับผักจะได้หอมๆ คุณพี่เททิ้งหมดเลยบอกว่าอย่ากิน "ไม่คุ้ม" บ้าเหรอช่วงนี้ลดไปได้ตั้ง 2 โลแล้วนะยะ ขอสักนิดคงไม่อ้วนกว่าเดิมหรอกน่าาาาใส่แค่พอได้กลิ่นไม่อ้วนหรอกกก
  • อภินิหารหม้อวิเศษที่อดีตเคยเป็นหม้อแบรนด์เนมได้กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว หม้อไปจิ๊ดเดียวใส่น้ำมันแค่พอท่วมไม่เปลืองน้ำมันดี แถมเก็บความร้อนดีด้วยนะ เอาเบคอนลงทอดดีจังมีไม้ไว้คอยพลิกไปมา ทอดเอาแค่มันเกรียมๆ ก็พอตอนเช้าอุ่นอีกทีจะได้ไม่แห้งไป
  • ทอดสี่เหลือแค่สาม กล่องมันเล็กใส่ไม่หมดเลยแอบจิ๊กไปชิ้นนึงไส้กรอกเค็มไปหน่อยแต่อร่อยเหาะ แต่จะบอกว่าตกกลางคืนคุณหลานไข้ขึ้นไม่ได้หลับได้นอนทั้งบ้านตอนเช้าก็ไปโรงเรียนไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ร่วมอาทิตย์แล้วเสียเงินค่าซัมเมอร์ไป 3,500 เรียน 3 อาทิตย์หยุดไปแล้วอาทิตย์นึง คุ้มากๆๆๆๆ แถมตอนนี้เป็นหวัดทั้งครัวเรือน หม่อมแม่บอกว่า "รีบๆ หายหวัดกันเถอะ จะได้ไปฉลองกินไอติมกัน" เฮ้อ วันก่อนบ่นว่าจะหมดโปรโมชั่นพิซซ่าซื้อ 1 แถม 1 จะให้สั่ง ก็ดูซิหวัดกินเจ็บคอทั้งไอจนไม่มีเสียงพูดกันแล้วยังจะสั่งของมันๆ มากินอีก หม่อมแม่อ้างว่า "กินพิซซายังดีกว่ากินบะหมี่มันจะตาย" "โหยยยย คิดได้ไงว่าบะหมี่มันกว่าพิซซา อยากกินพิซซาแล้วมาอ้างมากกว่ามั๊ง"
ป.ล. น้ำจิ้มรสเด็ดกินกับเบคอนห่อไส้กรอกต้องเป็นน้ำจิ้มไก่ตราแม่ประนอมผสมกับซอสพริกตราม้าบินเท่านั้นถึงจะแจ่มมมมมม ได้กลิ่นไอของวัยเยาว์ลอยมาาาาาา

ร้านข้าวต้มแดง เชียงใหม่

  • มื้อสุดท้ายก่อนที่เดือนกับเซบัสจะขึ้นเครื่องตอน 4 ทุ่มกลับไปกรุงเทพมีเวลากันไม่มาก ตอนแรกว่าจะไปกินดินเนอร์บุฟเฟ่ต์ที่โรงแรมสุริวงศ์ที่เก่าเพราะเดือนบอกว่าอยากไปฟังเพลง แต่แม่กลัวว่าจะโอ้เอ้กันจนขึ้นเครื่องไม่ทัน ก็เลยตัดสินใจว่าให้แม่ พี่เดียร์และม่อนอยู่บ้านแล้วพวกเราเดินกันไปกินร้านข้าวต้มแดง ตรงข้ามกับวัดแสนฝางเราเดินทะลุตรอกแม้วก็ถึงแล้ว
  • ร้านนี้คนเยอะประจำที่นั่งข้างล่าง และหน้าร้านเต็มก็เลยขึ้นมาชั้นสอง คุณนายเดือนมาทั้งทีแม่คุณกระดาษรายชื่อเมนูที่เขาให้เรามาเลือกว่าจะสั่งอะไรคุณเธอติ๊กซะจนเกือบทุกเมนูแหนะ แฮ่มๆๆ เมนููเลือดพะโล้อิฉันสั่งเอง ณโมชอบกินมากเรียกหาแต่ "เลือดๆๆๆ" วันก่อนน้ากินเย็นตาโฟยังมาขอเลือดไปจนหมดชาม เฮ้ออออ ขอบอกว่าคุณหลานคนนี้กินอะไรเหมือนตระกูล "สง่าเนตร" ไม่มีผิด กระดูกไก่ก็กัดแล้วแทะจนแตก กินแต่หางปลา ตาปลา แล้วทำท่าเห่า บ๊อกๆๆๆ เฮ้อ หลานตรูน้าไม่ได้สอนนะ
  • ยำกุ้งแห้ง อันนี้ก็โปรด
  • ยำไข่เค็ม อันนี้แปลกๆ เหมือนเขาตอกไข่ดิบในถ้วยแล้วเอาไปนึ่ง ไข่ขาวมันแปลกๆ ไงไม่รู้ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ เห็นเฮียเป้งบอกว่าไข่เยี่ยวม้าเขาก็แปลกๆ
  • ไส้พะโล้ ลืมไปใจจริงอยากจะกินแบบทอดกรอบๆ แต่แบบนี้ก็ชอบแต่น้ำจิ้มเขาไม่อร่อยมันหวานๆ ไม่เปรี้ยวทำให้ไม่แซ่บ แถมไม่ค่อยหอมพะโล้เท่าไหร่สู้ร้านข้าวต้มสวนดอก หรือร้านย้งไม่ได้อันนั้นเด็ดดดด
  • หมูสับผัดหนำเลี้ยบ รสชาติใช้ได้คุณนายเดือนติว่าใส่หนำเลี้ยบน้อยไปหน่อยมีแต่หมู เห็นเมนูนี้คิดถึงพ่อจับใจ วันหลังทำใส่บาตรให้พ่อกินดีกว่า (ว่าแต่ว่าจะได้ตื่นไปใส่ไหม T_T )
  • ใบปอ ไม่ค่อยโปรดปรานเมนูนี้ตั้งแต่เด็กมีความรู้สึกเหมือนกินกระดาษ lol แต่ที่บ้านชอบกันทุกคน ลองชิมแล้วเขาผัดได้หอมดี
  • มาถึงเมนูโปรดส่วนตัวของเราซึ่งถือว่าเป็นเมนูเด็ดของที่นี่ "ผัดผักบุ้งใส่เต้าหู้ยี้" เคยกินตอนมาอยู่เชียงใหม่แรกๆ แต่กินอีกที่นึง เคยทำแล้วรีวิวไว้ในเว็บเก่านานหลายปีแล้ว อุส่าห์สั่งใ้ห้กินแต่ไม่มีใครปลื้มบอกว่าใส่เต้าเจี้ยวดีกว่า เราเลยสั่งไปให้แม่กับพี่เดียร์กินที่บ้านสองคนนั้นเขาชอบมาก สรุปว่าจานนี้อิฉันเหมาคนเดียว กลับมาบ้านตาเลยสวยเช้งคนเดียวเลย ว่าแล้วเดี๋ยวทำกินเองดีกว่า
  • ไชโป้วผัดไข่ เมนูนี้คุณนายเดือนสั่ง ถ้าเป็นอิฉันไม่สั่งเมนูพื้นบ้านมากินหรอก เบื่อมากๆๆๆๆ ไชโป้วไม่ค่อยรสจัดเลยพอเอามากินเล่นๆ ได้
  • ถ่ายรูปหมู่อาหารทั้งหมด ที่วางไม่พอนี่กินกันแค่ผู้ใหญ่ 4 คน กับเด็ก 1 คน จริงๆ ไม่ได้สั่งอาหารเด็กเลยเพราะถามโมแล้วบอกว่าไม่กิน แต่พออาหารมาร้องจะกินเลยกินได้แต่ "เลือด" ๆๆๆๆ เฮ้อ หมู่นี้เห็นเลือดบ่อย เปิดทีวีที่ไหนก็มีแต่เลือดดดด แดงๆๆๆๆ ไปทั่ว น้าคงจะงดกินเลือดดดด ไปอีกนานนนนนนน