- ไก่ผัดผงกระหรี่ทำมาหลายวันแล้ว ถ่ายตอนกลางคืนสีเหลืองไปหน่อย แต่งสีได้แค่นี้หละ มามะมาดูวิธีทำกัน
- หั่นเนื้อไก่ล้วน หรือจะซื้อเนื้อไก่ช่วงสะโพกมาสับเป็นชิ้นๆ ก็ได้นำมาหมักกับผงปรุงรส ซอยหอยนางรม พริกไทยเอาไว้ก่อน หมักไก่ไว้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงยิ่งนานยิ่งเข้าเนื้อผัดแล้วหอมอร่อยยิ่งขึ้น
- ตั้งกระทะใส่น้ำมันสำหรับผัดสักช้อนโต๊ะ ใส่หัวหอมใหญ่หั่นเป็นชิ้นลงผัดแค่พอหอมก็ใส่ไก่ลงไปผัด โรยผงกระหรี่สัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่มากจะทำให้รสขืนๆ ผัดจนไก่สุกก็ปรุงรสด้วยผงปรุงรส ซอยหอยนางรม ซอยปรุงรสตามชอบ ถ้าใส่ซอสหอยนางรมแล้วส่วนมากจะไม่เติมน้ำตาลเพิ่มเพราะมันมีรสหวานแล้ว ก่อนปิดไฟใส่มะเขือเทศหั่นผัดพอให้เข้ากันก็ตักใส่จาน
เคล็ดลับความอร่อย
- ถ้าชอบพริกหวาน เห็ดแชมปิญองก็หั่นใส่เพิ่มได้
- ถ้าไม่อยากให้หัวหอมใหญ่่เละ ก็ผัดไก่กับผงกระหรี่จนสุกก่อนค่อยใส่หัวหอมใหญ่ หรือจะแบ่งส่วนหนึ่งผัดกับน้ำมันจนหอมกับอีกส่วนใส่ทีหลังก็ได้คะ
- เมนูนี้ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทอดไข่ดาวกรอบๆ จะเพิ่มความอร่อยยิ่งขึ้น แต่จะอ้วนขึ้นไม่รับประกันนะจ๊ะ
- วันนี้ขอทำอาหารสุขภาพแบบเร่งด่วนเพราะแว่บทำตอนกลางวัน แดดดีๆ ถ่ายภาพได้สวยหน่อยไม่ต้องคอยแต่งสี คุณหลานสามวันดีสี่วันไข้ หยุดเรียนเป็นงานประจำกว่าจะมีภูมิคุ้มกันได้คงจะอีกหลายปี เมื่อวานเอากรงดักหนูไว้ในครัวมีหนู (โชคร้าย) ติดอยู่ในกรงหนึ่งตัว ณโมตื่นเช้ามาเจอก็ทำการสวัสดีหนูทักทายกันยังกับเพื่อนเล่น เดี๋ยวก็วิ่งมาหาแล้ว พูดว่า "หนูจ๋า โมมาแล้ว" พอกลับมาจากโรงเรียนเจออีกก็เกาะแกะกรงจับไปจับมาบอกว่าสกปรกก็ไม่ฟัง ไล่ไปอาบน้ำล้างตัว พอหัวค่ำท้องเสียเลย เฮ้อ ไม่รู้จะเข็ดหรือเปล่า
- เมนูนี้ทำแบบเร่งด่วนแต่อิ่มอร่อยได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน แถมเป็นเมนูลดความอ้วน ลดไขมันเพิ่มไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี มาดูกันว่าต้องเตรียมอะไรกันบ้าง
วัตถุดิบที่ต้องเตรียม
- แป้งปอเปี้ยะญวนหาซื้อได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป (ตอนไปเวียดนามซื้อมาแต่เป็นแผ่นเล็กบางกว่า รสออกเค็มๆ แป้งเหนียวกว่าแถมถูกว่ามาก เสียดายที่แผ่นเล็กไปหน่อยเขาคงมีแผ่นใหญ่แต่เรารีบๆ เลือก)
ส่วนของไส้
- แครอทหั่นฝอย
- แตงกวาหั่นเป็นแท่งยาวๆ
- เต้าหู้ทอดแล้วหั่นเป็นแท่งยาวๆ
- วุ้นเส้นลวกผึ่งให้เสด็จน้ำ จะเปลี่ยนเป็นเส้นหมี่ หรือเส้นขนมจีนได้ตามชอบ
- ผักต่างๆ เช่น ใบโหระพาเด็ดเป็นช่อๆ ใบสะระเหน่ ใบผักชีลาว ผักกาดหอมหรือผักกาดแก้ว
น้ำจิ้ม
- น้ำตาลปีบ
- เกลือ น้ำปลา
- น้ำมะนาว
- พริกตำ
- ถั่วลิสง
- ผักชีซอยละเอียด
วิธีทำ
- นำแป้งปอเปี้ยะญวนจุ่มน้ำหรือเอาน้ำทาให้ทั่วพอให้แป้งนิ่มลง จัดผักกาดหอมรองจากนั้นก็เรียงแครอท แตงกวา เต้าหู้ และผักต่างๆ เหลือชายไว้ด้านหนึ่งไว้ม้วนใช้น้ำทาแป้งให้ติดพยายามม้วนให้แน่นไม่มีช่องว่างไม่งั้นเวลาเราตัดมันจะแตกได้ง่ายคะ
- จากนั้นทำน้ำจิ้มแบบง่ายๆ โดยละลายน้ำตาลปีบกับน้ำเล็กน้อย เคี่ยวจนเหนียวเติมเกลือป่น เหยาะซีอิ้วขาวเล็กน้อยพอให้ได้กลิ่นหอม ชิมรสให้ออกหวานนำแล้วเค็มตาม สังเกตว่าน้ำตาลที่เราเคี่ยวเหนียวข้นดีแล้วก็ปิดไฟรอให้เย็นลง
- พอน้ำตาลที่เคี่ยวเย็นลงก็เติมน้ำมะนาวชิมรสให้ออกเปรี้ยวหวาน เติมพริกขี้หนูตำ ถั่วลิสงคั่วป่น ผักชีซอยละเอียด แค่นี้น้ำจิ้มของเราก็ออกรสเปรี้ยวหวานนำมีเค็มนิดๆ ได้รสชาติเผ็ดๆ และมันของถั่ว และกลิ่นหอมๆ ของผักชี เราจะเพิ่มงาบดเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและเพิ่มความหอมก็ได้
- อ้อ เมนูนี้เป็นอาหารเจได้ด้วยนะคะ เพราะเราไม่ได้มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เลย ทำให้เราทานผักได้เยอะ แล้วไขมันต่ำด้วย แต่จะหวานไปนิดนึง ถ้าอยากลดหวานลองเปลี่ยนเป็นน้าจิ้มซีฟู้ดสามรสแทนได้คะ
- ซื้อไข่เยี่ยวม้ามาไหว้เจ้าตั้งแต่อาทิตย์ก่อนก็เลยเอามายำสองลูกกะเอาไว้ ว่าอีกสองลูกจะผัดกระเพรากรอบ พอดีอามาจากกรุงเทพหอบเอาปลาสลิดทอดมาฝากเหลืออยู่สองตัวก็เลยเอามายำพร้อม กันไปเลย
- ยำปลาสลิดทอดกรอบๆ ราดด้วยน้ำยำ
- ไข่เยี่ยวม้าใส่กระเทียมโทนดองกินคู่กันเพิ่มความอร่อยได้มาก
- ดาวบีบมะนาวไปประมาณ 4 ลูกชอบกินเปรี้ยวๆ ใส่น้ำปลาไปสักช้อนโต๊ะเดียวปรุงไม่ต้องเค็มมาก เราจะยำปลาสลิดก่อนรสชาติของปลาจะเค็มอยู่แล้ว ดาวใส่น้ำกระเทียมโทนดองไปด้วย 1 ช้อนโต๊ะจะทำให้ได้รสชาติหวานชุ่มคอไม่ต้องใส่น้ำตาล ถ้าชอบกระเทียมดองก็ใส่ไปด้วย จากนั้นก็ใส่หัวหอมแดงซอยทีี่่บ้านชอบก็เลยใส่เยอะหน่อย หน้านี้หอมแดงออกมาเยอะเห็นชาวเขาเอามาขายลูกใหญ่ๆ ต้องให้แม่ซื้อไว้เห็นอาบอกว่าที่กรุงเทพแพงมาก ที่นี่ซื้อถุงละสิบบาทเลือกเอาแต่ลูกใหญ่ๆ เล็กๆ ขี้เกียจปอก ถ้ามีต้นหอมผักชีซอยใส่ด้วย ดาวมีคื่นช่ายเก่าๆ ติดตู้เย็นไว้เลยเอามาใส่ อ้ออย่าลืมซอยพริกขี้หนูสวนใส่ลงไปด้วย

- เกาะเนื้อปลาสลิดที่ทอดแล้ว วิธีแกะเนื้อปลาสลิดง่ายๆ คือจับด้านข้างปลาที่ไม่มีคีีบใช้ไม้ตีพริกทุบๆ จะทำให้แกะเนื้อได้ง่าย ที่บ้านชอบกินตรงคีีบปลา หางกรอบๆ ก็เลยเก็บทุกชิ้นส่วนไว้หมดไม่ทิ้ง บิเนื้อปลาให้ได้ชิ้นพอคำตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะหน่อยพอร้อนก็หย่อนเนื้อปลาสลิดลงไปทอด คนให้เนื้อปลากระจายโดนความร้อนให้ทั่วเนื้อปลาจะกรอบทั่วถึงกันดี โดยเฉพาะคีบหรือกางเล็กๆ จะกรอบเคี้ยวได้หมด ถ้าไม่ชอบกินแบบกรอบๆ พอทอดปลาทั้งตัวแล้วบิเอาแต่เนื้อแล้วยำเลยก็ได้คะ
- ตักเนื้อปลาสลิดขึ้นใส่กระชอนทิ้งให้สะเด็ดน้ำมันจากนั้นก็ใส่ชามราดน้ำยำคลุกเร็วๆ ชิมน้ำยำกับเนื้อปลาว่ารสชาติเค็มพอหรือยัง เพราะเราอาจจะกะว่าปลาเค็มพอแล้วเลยใส่น้ำปลาน้อย แต่พอเอาปลามาคลุกแล้วอาจจะอ่อนเค็มไปนิดก็เติมน้ำปลาเพิ่มได้
- ทีนี้มาถึงยำไข่เค็มใช้ไข่สองฟองผ่าครึ่งแล้วเอาช้อนตักออกมาจากนั้นก็แบ่งครึ่งวางเรียงใส่จาน เอาน้ำยำที่เหลือจากยำปลาสลิดมาเติมน้ำปลาเพิ่มทีนี้เราปรุงให้เค็มขึ้นเพราะไข่ไม่มีรสชาติเค็มเหมือนปลาสลิด
- แค่ราดน้ำยำบนไข่เียี่ยวม้าโรยผักชีแค่นี้ก็เสร็จแล้วไม่ต้องคลุกเพราะจะทำให้ไข่เละ น้ำยำแบบนี้จะทำเหมือนกับตามร้านข้าวต้มต่างๆ ที่เขาจะทำเอาไว้แล้วก็ใส่ในยำต่างๆ เช่นยำไข่เค็ม ยำกุ้งแห้ง ยำกุนเชียง มันจะทำให้สะดวกมากแต่ข้อเสียของมันคือ น้ำยำมันรสชาติเดียวพอไปยำกับอาหารอื่นๆ ที่รสชาติต่างกันมันจะทำให้ไม่เข้ากัน เช่นถ้ายำกับกุนเชียงที่มีความหวานนำก็จะอ่อนเค็ม เพราะเขาจะใส่น้ำปลาน้อยเพื่อเอาไว้ยำกับไข่เค็ม กุ้งแห้ง หรือปลากรอบๆ ซึ่งมีความเค็มนำ แต่เพื่อรวดเร็วร้านข้าวต้มส่วนใหญ่จะชอบทำแบบนี้เวลาไปกินเสียอารมณ์มาก
- ช่วงนี้มะม่วงเริ่มออกขายกันเต็มกาด แม่ซื้อมากินแทบทุกวันตั้งแต่มาอยู่เชียงใหม่หาน้ำปลาหวานถูกใจยาก มีเจ้าหนึ่งใส่กะปิเยอะหอมอร่อยแต่ขายชุดละ 50 บาทพี่เดียร์เคยซื้อแต่หลังๆ มีคนขายเยอะแล้วราคาถูกเลยหายไปไหนไม่รู้ ปีที่แล้วมีแฟรนไชส์ขายน้ำปลาหวานหลายรสกระจายอยู่ทั่วเชียงใหม่ มีรสตาแดง รสอะไรไม่รู้สารพัดเคยชิมแล้วแต่ไม่ถูกปากคนกรุงเทพเลย นอกจากที่เราจะชอบทำกะปิหวานที่เคยรีวิวแล้ว น้ำปลาหวานมันก็เป็นอีกอารมณ์นึงมันครบเครื่องกว่า เวลาที่บ้านทำจะทำเยอะๆ เก็บเอาไว้กินได้นานๆ รสชาติจะออกมาเหมือนน้ำปลาหวานยี่ห้อตะไคร้
- ปกติแม่จะเป็นคนทำเพราะเราไม่ค่อยมีเวลา แม่จะแช่กุ้งแห้งในน้ำไว้สักพักแล้วก็โขลกเอาไว้ ระหว่างรอก็จะปอกหัวหอมแดงเอาไว้
- วิธีทำน้ำปลาหวานคือจะเอาน้ำตาลปึกใส่หม้อละลายกับน้ำเล็กน้อยตั้งไฟอ่อนๆ คนจนละลายดีแล้วก็ใส่กะปิคนให้เข้ากัน ปริมาณกะปิแล้วแต่ชอบ ถ้าไม่ชอบกะปิไม่ต้องใส่ก็ได้ ใส่กุ้งแห้งที่โขลกไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลา รสชาติจะออกเค็มหวาน ถ้ามะม่วงเปรี้ยวมากๆ ให้รสออกไปทางเค็มมากหน่อยจะทำให้แก้เปรี้ยวได้ดี ตอนใส่กะปิค่อยๆ ใส่ถ้าใส่มากไปรสชาติจะไม่กลมกล่อม
- ส่วนความข้นของน้ำปลาหวานควรจะเคี่ยวให้ข้นอย่าให้ใสเพราะเวลาใส่หัวหอมแดงแล้วน้ำจะออกมาทำให้ใสขึ้น น้ำปลาหวานที่ดีเวลาเอามะม่วงจิ้มแล้วต้องติดดีไม่ใส
- หัวหอมแดงกับพริกขี้หนูสวนหั่นจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะใส่ลงไปในหม้อตอนร้อนๆ กับส่วนที่สองจะเอาไว้โรยตอนจะทานเพื่อจะได้กลิ่นหอมของหอมแดงและพริกขี้หนู
- ในภาพดาวเอาถ้วยเล็กๆ ใส่น้ำปลาหวานแค่ครึ่งถ้วยแล้วฝานมะม่วงเป็นแท่งๆ เสียบ จะได้ทานง่ายๆ เสิร์ฟเฉพาะคน เหมาะสำหรับงานค็อกเทล หรือสำหรับคนที่ไม่อยากจะกินน้ำปลาหวานร่วมสาบานกับใครก็เหมาะดี
- ครั้งหนึ่งเคยเอามะม่วงแช่จนเป็นน้ำแข็งมาจิ้มกับน้ำปลาหวานมันได้อารมณ์เหมือนกินไอติมมะม่วงน้ำปลาหวาน นึกภาพเอาที่เขาทำขายยังไม่เคยชิมแต่อิมเมจิ้นได้ว่ารสชาติประมาณนั้น อยากจะลองทำดูเหมือนกันเอาไว้ได้มะม่วงเปรี้ยวสุดๆ มาก่อนจะลองทำไอติมมะม่วงดิบราดน้ำปลาหวานดูนะ
- วันนี้ตอนกลางวันอยากกินเมนูที่เป็นผักๆ เพราะเมื่อวานตอนเย็นกินออส่วน ทับทิมกรอบซดน้ำกะทิจนเต็มพุง วันก่อนก็กินทัมทิมกรอบกับเย็นตาโฟใส่กากหมูทอดที่ร้านเจ๊อ้วนอีกแล้ว กลางวันเลยอยากหาอาหารลดน้ำหนักเมนูสุขภาพเสียหน่อยแต่ก็ต้องใชเวลาเตรียมอาหารไม่นานด้วย เพราะช่วงนี้มีคนมาตัดชุุดพวกเสื้อผ้าไหมแก้ว ชุดแต่งงานกันเยอะที่ร้านเลยยุ่ง ยิ่งเดือนหน้ายิ่งยุ่งหนัก วันนี้ก็เลยทำอาหารอย่างง่ายๆ คือ เมี่ยงปลาทู หน้าตาน่าทานมีทีเด็ดที่น้ำจิ้มแซ่บๆ กับผักสดๆ
วิธีเตรียมง่ายมากดังนี้
- ซื้อผักกาดหอม หรือผักกาดแก้ว
- ผักชี
- ใบสะระเหน่
- ใบโหระพา
- ผักแพ้วหรือผักชีลาว (แล้วแต่ชอบ)
- เส้นขนมจีน เส้นหมี่ เส้นมาม่า เลือกเอาตามชอบ
- ปลาทูทอด
- น้ำจิ้มซีฟู้ด จะใช้แบบขวดหรือจะทำเองก็ได้
วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู้ด
- ตำกระเทียมพริกขี้หนูสวนให้ละเีอียด
- เติมน้ำสะอาดเล็กน้อย ใส่เกลือ บีบมะนาว น้ำตาล ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวหวานนำ และเค็มนิดๆ (ไม่ต้องเค็มมากเพราะเราจะได้รสชาติเค็มของปลาทูพอใส่น้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานจะได้ครบสามรสพอดี)
วิธีทำน้ำจิ้มถั่วหวาน
- ดาวชอบกินน้ำจิ้มออกหวานๆ ใส่ถั่วด้วย วิธีง่ายๆ คือหลังจากที่ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้วก็บุบถั่วตัดให้ถั่วแค่หยาบๆ ใส่ลงไปผสมด้วย จะได้รสชาติหวานนำแล้วก็ได้รสชาติมันๆ ของถั่ว ซอยผักชีละเอียดๆ ใส่ลงไปด้วยอร่อยเหาะเชียวหละ ยิ่งกินกับหอยแครงลวกเลือดหยดๆ นึกภาพแล้วน้ำลายสอเชียวหละ
- วันนี้ยุ่งวุ่นวายในร้านตั้งแต่เช้าลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย จริงๆ เมื่อวานมีโอกาสได้ไปเวียงกุมกามด้วย แต่ไม่ได้ลงไปถ่ายรูป วันนี้พี่เดียร์ว่าจะไปบ้านช่างเย็บผ้าที่เวียงกุมกามแต่ก็อดไปอีก คาดว่า่เร็วๆ นี้คงจะได้มีบุญได้ไปแอ่วและถ่า่ยรูปให้หายอยาก วันนี้ณโมเป็นไข้อีกเลยอดไปกินสเต็กริมน้ำปิง พอดีอามาจากกรุงเทพมารับขวัญน้องม่อนไม่มีเวลาพาไปแอ่วไหนเฮียเป้งก็เลยพาไปดินเนอร์สเต็กแทน เราเองปิดร้านก็หลับตื่นมารู้สึกเหมือนเป็นจะเป็นไข้เจ็บคออีกต่างหากก็เลยอยากเพิ่มวิตามินซีสู่ร่างกาย แอบเห็นสตอเบอรี่ของแม่ซื้อไว้หลายวันแล้วยังกินไม่หมดก็เลยเอามาหั่นใส่น้ำส้มทิปโก้ที่มีติดบ้านไว้ประจำเอามาถวายพระเสร็จแล้วก็ลามากินเอง
- ทำตอนมืดแล้วแสงไม่ค่อยมี ใช้แฟลชก็แสงไม่สวยเลยต้องแต่งภาพแต่งแสง
- เมื่อก่อนชอบเอาสตอเบอรี่แช่แข็งมาใส่ในน้ำผลไม้ต่างๆ ที่แช่เย็นแล้ว สตอเบอรี่ที่แช่แข็งจะทำหน้าที่แทนน้ำแข็ง เพิ่มความเย็นแล้วยังเพิ่มความหอมด้วย เดี๋ยวจะเชื่อมสตอเบอรี่เตรียมเอาไว้สิ้นเดือนนี้คุณนายเดือนจะมาว่าจะทำเครปกิน ซื้อแป้งเครปสำเร็จรูปมาแล้วเคยกินเครปเย็นที่พัทยาตั้ง 70 บาททำกินเองก็ได้ (ฟะ)