ต้มยำปลาไข่

  • แอบเอารูปหลานมาชื่นชมอีกแว้วววว ตอนนี้โดเรม่อนได้สองเดือนกว่ายิ้มเก่งหัวเราะร่าเริ่งสุดๆ แหมอยากให้ตัวแค่นี้ตลอดไปก็ดีจะได้มีของเล่นทุกวัน ส่วนณโมก็ร้องเพลงเก่งร้องให้ฟังแป็บเดียวก็จำได้ตอนนี้ก็เลยร้องเพลงให้ม่อนฟังกันเพลินไปเลย
  • ชะแว่บดีใจได้ถ่ายรูปแดดดีๆ แล้วถึงแม้ว่าอากาศที่เชียงใหม่จะยังเย็นสบายแต่ฟ้าก็ใสแถมพระอาทิตย์ตกดินช้าลง ฤดูกาลท่องเที่ยวไหว้พระตอนเย็นคงจะได้เริ่มอีกแล้ว อย่ามัวแต่โม้พูดถึงเห็ดออเรนจิหน่อยละกัน ว่าซื้อมาแค่ 20 บาท ขอเกริ่นอีกนิดว่าตอนที่เดินไปซื้อผักคะน้าเมื่อวันก่อนเห็นชาวเขาเอาเห็ดนางฟ้ามาขายกันถุงใหญ่ๆ แทบจะทุกเจ้าในใจก็คิดว่าจะทำอะไรดีช่วงนี้นั่งทำเว็บจนเช้าแทบทุกวันพอปิดร้านก็เหนื่อยเลยไม่มีอารมณ์จะทำกับข้าว ก็เลยซื้อแต่ผักคะน้ามาผัดเพราะง่ายและไวสุด
  • ตอนเย็นเปิดตู้เย็นเจอปลาไข่แช่แข็งที่ซื้อไว้ตั้งแต่เดือนก่อนจากคาร์ฟูร์กะว่าจะทำให้ณโมกิน แต่แล้วก็นึกเมนูไม่ออกว่าจะทำอะไรดี คราวก่อนก็ทำส้มตำปลาไข่ทอดกรอบอร่อยไปแล้ว ครั้งนี้ไม่อยากทอดเลย นึกไม่ออกก็เลยเอามาละลายคลุกผงปรุงรสกับแม็กกี้ไว้ให้หอมๆ ก่อนแล้วกัน
  • พอดีบ่นๆ กับพี่เดียร์ว่าจะเอาปลาไข่มาทำอะไรดี ใจเรานึกว่าเอามาใส่แกงเหลืองหน่อไม้คงจะแซ่บสุดๆ แต่ว่าไม่เคยทำเลยแถมไม่ใช่หน้าหน่อไม้ด้วยจะทำอะไรกินดี พี่เดียร์บอกว่าทำต้มยำซิ อ้าวนึกไม่ถึงหละซิ เออออ! จริงด้วย พาโมไปแอ่วกาดดีกว่า แต่ก็โชคร้ายจนได้เดินรอบกาดแล้วไม่เห็นชาวเขาเอาเห็ดนางฟ้ามาขายสักเจ้า ทำไมวันก่อนเห็นขายกันเป็นสิบๆ เจ้า เอาว่ะเดินเข้าไปกาดต้นลำใยเจอร้านที่ขายเห็ดประจำได้เห็นออเรนจิถุงละ 20 บาทหั่นให้เรียบร้อยแล้ว
  • แวะร้านกับข้าวประจำ ได้ชุดเครื่องต้มยำกับใบผักชีลาว 2 กำราคา 5 บาทเอง กลับมาบ้านต้มน้ำในหม้อรอไว้ก่อนเลย เอาผักต่างๆ มาล้างหั่นเตรียมไว้ แอบเอาหัวหอมใหญ่แม่มาอีก 2 หัวใส่ไปด้วย เสียดายอยากใส่มะเขือส้มลูกเล็กๆ จะได้เปรี้ยวๆ แล้วทำให้สีสวยด้วยแต่เหมือนเห็นแม่ซื้อไว้หลายวันก่อนแต่กลับมาบ้านมันไม่มีแล้ว T_T
  • เอาปลาไข่มาล้างเอาที่หมักออกไปเพราะกลัวเค็มเกิน ล้างเบาๆ เดี๋ยวท้องแตก
  • เตรียมข้าวของเสร็จก็พอดีน้ำเดือดก็ใส่เครื่องต้มยำกับหัวหอมหั่นแล้วลงไปเติมผงปรุงรสและเกลือสักเล็กน้อย พอน้ำเีดือดอีกครั้งก็ค่อยๆ ใส่ปลาไข่ลงไปใช้ไฟเบาๆ พุงจะได้ไม่แตก ใส่แล้วไม่ต้องไปคน พอใกล้จะเดือดอีกครั้งก็คนดูว่าปลาสุกแล้วก็ใส่เห็ดรอจนเห็ดสุกก็ปิดไฟ
  • เทน้ำปลาน้ำมะนาวน้ำพริกเผาพริกขี้หนูบุบตักน้ำต้มยำลงไปในชามคนให้เข้ากันแล้วชิมรสจนถูกปากก่อนค่อยตักปลาไข่ ไข่ปลาจะได้ไม่แตก โรยหน้าด้วยผักชีลาวผักชีให้สวยงาม วันนั้นรีบทำมากหน้าตาเลยออกมาย่ำแย่ไปหน่อย แอบทำตอนสายวันเสาร์ลูกค้ามาซื้อของเต็มร้านตั้งแต่เพิ่งเปิด เลยต้องรีบทำรีบกินแล้วลงไป แต่ขอบอกว่าปลาไข่เข้ากันกับต้มยำมากๆ ตอนเย็นปรุงรสใหม่ใส่น้ำพริกเผาเยอะๆ ทำให้รสชาติแซ่บสุดๆ เวลาเคี้ยวไข่ปลากรุบๆ ซดน้ำต้มยำแซ่บๆๆๆ โอ๊ยยยยย ไปคาร์ฟูร์ครั้งหน้าจะไปถอยมาอีกสักสองแพ็ค ถ้าฟ้าเป็นใจจะได้หัดทำแกงเหลืองปลาไข่ครั้งแรกในชีวิต

คะน้าดอกผัดน้ำมันหอย

  • วันก่อนเดินแอ่วกาด (กาดหลวง) ตอนเย็นๆ พอดีไม่ได้พาหลานไปเดินเล่นกาดนานมากตั้งแต่เริ่มเข้าเนิร์สเซอรี่พอตอนเย็นถ้านอนน้อยก็จะต้องหลับหรือไม่ก็กินข้าว แต่วันนั้นพอดีลูกค้าเยอะอยู่ร้านก็รื้อร้านเปล่าๆ แถมตอนนี้ริอาจทำร้ายร่างกายลูกค้าแม้แต่ฝรั่งตัวใหญ่ๆ ยังไปเตะเขาดีนะที่เขาไม่รู้ตัว เก้าอี้ประจำน้าดาวใครมานั่งหรือมาเข้าใกล้ก็จะไล่ นี่เลี้ยงหลานหรือหมาก็ไม่รู้ขี้หวงชะมัด
  • เดินกาดหลวงช่วงสักบ่าย 4 โมงกว่า 5 โมงจะมีชาวเขาเอาผักมาขายเติมไปหมดเลิกซื้อไม่หวาดไหว วันนั้นเลยได้คะน้ามาสองกำ ถามไถ่ได้ว่าเป็นคะน้าหวาน กับคะน้าดอก อ้าวแล้วที่เคยซื้อก้านสั้นๆ ถุงละซาวบาทมันไม่เหมือนกันเหรอ อันนี้กำละ 10 บาทกำใหญ่เบ้อเริ่มเชียว
  • และแล้วกลับบ้านมาก็เสิร์ชดูก็ได้คำตอบว่าคะน้าที่กินคือ คะน้าฮ่องกงดอกจะสีเขียวก้านสั้นๆ เราจะซื้อที่ร้านในกาดวโรรสห่อละซาวบาทก้านอ่อนไม่มีเสี่ยนไม่เคยต้องปลอกเปลือกแข็งๆ เลย
  • เจ้านี่ "คะน้าดอก" ดอกจะสีขาว ลองเอามาผัดแล้วดอกจะเผ็ดๆ เหมือนกินวาซาบิเลย ณโมกินดอกแล้วคายทิ้งบอกว่าเผ็ดเลือกกินแต่ใบ ปกติถ้าผัดคะน้าฮ่องกงโมจะชอบกินมาก มีเท่าไหร่หมดเกลี้ยงเลย ข้อเสียคือก้านจะมีเสี่ยนเยอะมากต้องปอกออกหนามาก น่าจะต้องปลอกมากกว่าคะน้าทั่วไปเสียอีก แต่ราคาถูกมากใช้แค่ครึ่งเดียวผัดได้จานใหญ่ทานกันสัก 4 คนสบายๆ
  • อันนี้ "คะน้ายอดดอยคำ" ดอกจะสีเขียวคล้ายคะน้าฮ่องกงแต่ก้านยาว อันนี้ยังไม่ได้ลองเลยคะ
  • ถ่ายดอกคะน้าให้ดูชัดๆ ดอกสวยเชียว
  • หั่นก้านแฉลบๆ จะทำให้เคี้ยวง่ายขึ้นหน่อย ปอกเปลือกตรงโคนทิ้งไปเยอะ หั่นแล้วแช่น้ำยาล้างผักสิบนาทีแล้วล้างน้ำเปล่า 2-3 รอบ ผึ่งบนตะแกรงพอสะเด็ดน้ำเก็บใส่ถุงหรือทัพเพอร์แวร์จะทำให้เก็บได้นาน
  • แบ่งมาแค่ครึ่งเดียว เทน้ำมันหอย ผงปรุงรสอร่อยชัวร์มันจะมีเครื่องเทศหอมๆ ให้เสร็จสรรพ แต่กลัวไม่หอมจริงเลยใส่กระเทียมเจียวแล้วลงไปด้วย ใส่พริกไทย ใส่น้ำเปล่าหรือน้ำซุปไปสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ เอากะทะตั้งไฟแรงๆ เราจะปล่อยให้กะทะเริ่มมีควันฉุยๆ ออกมา แบบว่าผัดแบบนี้มันทำให้หอมกะทะไหม้ๆ ดี พอกะทะร้อนได้ที่แล้วก็เทน้ำมันชาลงไปตามด้วยผักคะน้าที่เตรียมไว้ ผัดเร็วๆ สังเกตว่าก้านใสหรือยัง ถ้าใสแล้วแสดงว่าสุกใช้ได้แล้ว ถ้าชอบน้ำเยอะๆ ก็เติมลงไป แต่ดาวชอบแบบน้ำน้อยๆ รสเข้มข้น อ้อ ถ้าชอบเผ็ดก็ตบพริกใส่ลงไปด้วย แต่หลานต้องกินด้วยก็เลยไม่ใส่
  • หน้าตาดอกคะน้้าดูน่าทาน แอบเผ็ดนิดๆ จานนี้ค่าผักแค่ 5 บาทเองจ้า

ความรู้เกี่ยวกับ "แอล คานิทีน"

  • ในสังคมวิทยาศาสตร์ เราควรจะสร้างและส่งเสริมนิสัยของความอยากรู้อยากเห็น อยากทำความเข้าใจ อยากค้นหามาให้ได้ซึ่งคำตอบให้กับคนในสังคม และในแต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ชวนคิดชวนสงสัยมากมาย จนมากระทั่งวันหนึ่ง ในวันที่ได้ยินชื่อแอล-คาร์นิทีน (L-carnitine) เป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินก็มาจากสื่อโฆษณา ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาในทันทีหลังจากที่ดูสื่อโฆษณานั้นจบ ว่าทำไมกินแอล-คาร์นิทีนเข้าไปแล้วถึงเกิดอาการแอคทีฟ จนอยู่นิ่งไม่ได้ ขนาดจะคุยกันดีๆ ไม่ได้ จะต้องขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา คนสร้างสื่อต้องการสื่อสารอะไรกับผู้บริโภค
หรือเพียงจะบอกว่า ดื่มแล้ว กินแล้วจะมีแรงมากขึ้น จะรู้สึกคึกคัก... เรี่ยวแรงมันมาจากไหน แรงมันเยอะเหลือเกินหรืออย่างไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หรือว่าเป็นเครื่องดื่มประเภทชูกำลังเหรอ เอ๊ะ! คิดแล้วยิ่งอยากรู้ แต่...ในที่สุด ก็ขอผัดวันประกันพรุ่งเอาไว้ก่อน ตั้งใจว่าจะจำไว้ แล้วขอไปค้นหาในวันหน้า แต่ในใจก็ยังสงสัย สุดท้ายวันนี้ก็ได้ฤกษ์เบิกยาม เข้ามาค้นมาหาข้อมูลด้วยความอยากรู้ และความสงสัยทำไมแอล-คาร์นิทีนถึงฮือฮากันนัก แล้วทำไมในโฆษณา เมื่อกินแล้วมันอยู่นิ่งไม่ได้เลย คำตอบที่ได้จากความสงสัยว่าแอล-คาร์นิทีน คืออะไร แอล-คาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรานี่เอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) และแอล-คาร์นิทีนในร่างกายของเราก็ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน (fat) โดยการขนส่งกรดไขมัน (fatty acid) เข้าไปในไมโทคอนเดรีย (ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์) หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง ซึ่งพลังงานที่ได้มานี้ส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่ว ร่างกายเรานั่นเอง จากหน้าที่การทำงานพื้นฐานของสารชนิดนี้ทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็น หลักในการสร้างโฆษณาในเห็นว่า “เมื่อกินแล้วคุณจะอยู่นิ่งไม่ได้นะ แบบว่าพลังงานมันเยอะจัด”
แอล-คาร์นิทีนถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) ตัวอย่าง ก็เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา ของเรานั่นเอง นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม (ทำให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะแอล-คาร์นิทีนจะไปเร่งให้ไมโทคอนเดรียเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานนั่น เอง) สำหรับในอาหารก็จะพบแอล-คาร์นิทีนในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลอะโวคาโด (Avocado) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก (tempeh) จะเกิดภาวะการขาดแอล-คาร์นิทีนได้อย่างไร คนที่ทานมังสะวิรัชอาจจะเกิดภาวะการขาดแอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง เนื่องจากแอล-คาร์นิทีน พบได้ในเนื้อสัตว์ นม และถั่วหมัก หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ขาดแอล-คาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของยีน หรือตับ หรือไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน และเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น รูปแบบของคาร์นิทีนที่มีการนำมาใช้ คาร์นิทีนที่ถูกนำมาใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมจะมีอยู่หลายรูปแบบ แต่ที่ใช้กันแพร่หลายมีอยู่ 3 รูปแบบ รูปแบบแรกก็คือ แอล-คาร์นิทีน (LC) เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีราคาถูกที่สุด รูปแบบที่สอง คือ แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [L-acetylcarnitine (LAC)] เป็นเพียงรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคแอลไซเมอร์ (Alzheimer) และโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของสมองโรคอื่นๆ รูปแบบสุดท้าย คือ แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [L-propionylcarnitine (LPC)] ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการเจ็บหน้าอกและโรคที่เกี่ยวข้องกับ โรคหัวใจ และใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขาอีกด้วย (peripheral vascular disease - PVD)
การดูดซึมคาร์นิทีนของร่างกาย ถ้าเรากินเข้าไป การดูดซึมของแอล-คาร์นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนแพทย์สามารถให้คาร์นิทีนกับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน

0 เหตุผลที่ควรรู้ก่อนเลือกกินคาร์นิทีน (Carnitine)

  1. คาร์นีทีนทำให้เราแก่ช้าลง แค่เหตุผลแรกก็ชวนให้เราหลงใหลใคร่อยากที่จะกินคาร์นิทีน กันแล้วสิ ที่คาร์นิทีนทำให้แก่ช้าลงได้ ก็เพราะเหตุผลที่ว่า เซลล์ในร่างกายของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกาย ทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ ได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และคาร์นิทีนนี่เองที่เข้าไปช่วยทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น
  2. คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับที่ต่ำ และช่วยเพิ่มระดับ HDL-คลอเรสเตอรอล ในเลือด
  3. นอกจากนี้ คาร์นิทีนยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ โดยมีผลทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวด้วย (ซึ่งเป็น 1/3 ของสาเหตุที่ทำให้คนเป็นโรคหัวใจตาย)
  4. คาร์นิทีนช่วยทำให้น้ำหนักลด โดยเฉพาะถ้าใช้ร่วมกันวิธีการที่เราลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ
  5. คาร์นิทีนช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกาย เหมือนกันที่พบในสารสกัดจากพืชสกุล Ephedra (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของกระทรวงอาหารและยาของอเมริกา ในเอกสารอ้างอิงครับ)
  6. และยังพบอีกว่าคาร์นิทีนช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนใน เซลล์ไม่เพียงพอ
  7. ทั้งคาร์นีทีน และ อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีน (Acetyl-L-carnitine) ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
  8. อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีนช่วยลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความ เครียด และอาจจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ด้วย แต่ได้ผลเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย ทำให้อาการของโรคไม่เป็นไปมากกว่านี้
  9. อะซีทิล-แอล-คาร์นิทีน มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวก และลดภาวะความเครียดได้
  10. คาร์นิทีนช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของเราด้วย

ข้อควรระวังในการใช้แอล-คาร์นิทีน

  • สำหรับคนที่คิดจะซื้อแอล-คาร์นิทีนมาใช้ควรต้องระวังเพราะอาจจะมีผลข้าง เคียงต่างๆ เกิดขึ้นกับร่างกายได้ และอาจจะเข้าทำปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่กินร่วมกัน ดังนั้น ในการใช้แต่ละครั้ง ควรต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่า
  • ข้อควรจำให้ขึ้นใจก็คือสสารทุกอย่างมีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเอง ขึ้นกับปริมาณและช่วงจังหวะเวลาของการใช้ ถึงแม้ว่าแอล-คาร์นิทีนจะไม่ปรากฏผลข้างเคียงใดๆ ที่เด่นชัดมากนัก แต่ก็มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ (ต้องอย่าลืมว่าเราได้แอล-คาร์นิทีนจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์และนมอยู่แล้ว ด้วย ซึ่งเราไม่สามารถทราบปริมาณที่แน่นอนได้) ส่วนอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะพบได้บ้างก็เช่นมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว และเกิดมีผื่นแดง และในนักกีฬาหรือคนที่กินแอล-คาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยใน การสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันไปเป็นเวลานานๆ

สำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าไม่จำเป็น หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ

  • เอกสารอ้างอิง

1. Carnitine (L-Carnitine). Medical Center, University of Maryland. (Online). Available : (Retrieved 7/04/05) 2. L-Carnitine information – The Vitamins and Nutrition Center. (Online). Available : (Retrieved 7/04/05) 3. L-Carnitine. (Online). Available : (Retrieved 8/04/05) 4. What is the difference between L-Carnitine and Acetyl L-Carnitine? (Online). Available : (Retrieved 7/04/05) 5. Top 10 reasons to take Carnitine. (Online). Available : (Retrieved 7/04/05) 6. FDA announces plans to prohibit sales of dietary supplements containing Ephedra. (Online). Available : (Retrieved 7/04/05) 7. FDA issues final rule banning Ephedra. (Online). Available : (Retrieved 7/04/05)

  • เขียนโดย สุทธิพงษ์ พงษ์วร

ไก่ป็อบสูตรหอมแดง

  • วันนี้แอบแว่บมาทอดไก่ตอนเที่ยง ไก่น่องติดสะโพกที่ซื้อไว้นานมากตอนนั้นเอามาสับแล้วทอดสูตรหอมแดงไปแล้ว แต่หลังๆ ไม่มีเวลาทำกับข้าวบางเย็นเหนื่อยก็หาอะไรกินตามสภาพจนไก่ที่หมักเอาไว้เริ่มกลิ่นไม่ดี เราเอามาล้างน้ำแล้วใส่น้ำปลาลงไปเยอะๆ ขยำให้เข้ากันจับแช่ในช่องแข็งผ่านไปสักสองอาทิตย์ ว่าจะทอดแต่มันเนือยๆ ไม่อยากทำกับข้าวเลยทิ้งไว้นาน
  • วันนี้ตอนเช้าเลี้ยงหลานอยู่บนบ้านไม่ได้ลงไปที่ร้านก็เลยเอาไก่มาละลาย ผ่านไปสามชั่วโมงก็ละลายหมด ไก่กลิ่นไม่ค่อยดีแล้วเลยจับล้างน้ำอีกรอบแล้วก็แล่เอาแต่เนื้อหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สับหัวหอมแดงเป็นชิ้นเล็กๆ ตามด้วยผงปรุงรสเพิ่มไป 1-2 ช้อนชา ใส่พริกไทยป่นเยอะๆ พอดีหยิบขวดพริกไทยผิดเป็นขวดชวงเจี่ยระดมใส่ไปไม่ยั้งมาเห็นอีกทีว่าหยิบผิดแต่ไม่เป็นไรลองใส่ดู ขยำๆๆๆ เครื่องเทศต่างๆ ให้เข้าเนื้อไำก่จากนั้นก็ใส่แป้งทอดกรอบลงไปสัก 2-3 ช้อนโต๊ะคลุกให้เข้ากันไม่ต้องเติมน้ำเพิ่ม
  • หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้
  • หม้อทอดวิเศษ หม้อนี้เคยเป็นหม้อไฮโซตอนนี้แปลงสภาพไปแล้ว จะชอบใช้หม้อเล็กๆ เทน้ำมันเยอะหน่อยจะใช้น้ำมันน้อยกว่าใช้กระทะใหญ่ๆ เวลาทอดไม่กี่หนก็เททิ้งลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ
  • ค่อยๆ หยิบไก่ทีละชิ้นลงกระทะไก่จะได้เป็นชิ้นๆ ไม่ติดกััน หมั่นคนทอดให้เหลืองกรอบออกแห้งๆ หน่อย พอชิมแล้วปรากฏว่าไม่มีกลิ่นเหม็นเลยแถมมีกลิ่นหอมๆ ของหัวหอมแดง ทอดไปทั้งเนื้อไก่พร้อมหนังเลาะแต่กระดูกออก เราเลือกกินชิ้นที่มีหนัง แฮะๆๆๆ ก็หนังมันกรอบอร่อยจนลืมมองพุงด้วยเองเลย

เมื่อคุณหลานเริ่มฝันเป็น

  • พี่เดียร์เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนณโมนอนอยู่ดีๆ กลางดึกก็ร้องเสียงหลงทำเอาม่อนร้องว๊ากตาม ร้องขึ้นมาก็ลุกขึ้นนั่ง พี่เดียร์ถามว่าเป็นอะไร ณโมบอกว่า "แม่ๆ แม่กัดไก่ โมได้ยินเสียงแม่กัดไก่"
  • พี่เดียร์บอกว่า "โม ฝันไปมั๊ง"
  • ณโมก็ยังบอกว่า "โมได้ยินเสียงแม่กัดไก่"
  • เอาว่ะพรุ่งนี้จะไปถามป้าเอ้ยเซียนหวยข้างร้าน เืผื่องวดนี้โมจะให้โชคอีก lol

ไข่เจียวยอดซาโยเต้

  • เมนูนี้ทำตั้งแต่หน้าฝนปีที่แล้ว ถ่ายเอาไว้แต่ลืมเอามารีวิว เป็นเมนูแรกๆ ที่หัดให้ณโมกินผัก ตอนนั้นอายุยังไม่สองขวบดีแต่ก็เริ่มชอบกินผัก เริ่มอย่างแรกคือกินขนมกุ๊ยช่ายจะเลือกกินแต่ผัก จากนั้นก็จะกินชะอมชุบไข่ ผักคะน้า ส่วนซาโยเต้ก็ชอบกินแต่ก้านมันจะเหนียวเคี้ยวไม่ค่อยออก เราก็เลยเอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว เจียวผสมแป้งทอดกรอบกับซีอิ๊วขาวลงไป ทอดให้เหลืองกรอบกลิ่นไข่ทอดกรอบๆ จะหอม กินเล่นๆ หรือกินกับข้าวก็อร่อย
  • ยอดซาโยเต้หน้าฝนจะถูกมากแค่กำละ 5-10 บาทก็ได้กำใหญ่ ออกพร้อมกับชะอมเอามาชุบไข่ใส่แป้งทอดกรอบลงไปหน่อยไม่ต้องเติมน้ำเพิ่มจะได้ไข่ที่กรอบหอม แต่ต้องทอดไปทานไป ทำไว้ล่วงหน้ามันจะไม่กรอบอร่อยคะ เมนูนี้ทำให้เด็กกินผักได้ง่ายพอเขาเริ่มเคี้ยวได้ดีขึ้นค่อยเปลี่ยนเป็นผัดน้ำมันหอย

กล้วยทอดสูตรอินโดนีเซีย

  • เมื่อวานนั่งอยู่ที่ร้านอยู่ๆ พ่อแม่พี่เขยขับรถผ่านเอาขนมมาฝาก 1 กล่องบอกว่าเป็นขนมกล้วยทอดอินโดนีเีซีย บ๊ะแม่เจ้าเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินเคยกินแต่กล้วยหอมทอดเวียดนาม แล้วเมื่อยี่สิบปีไปมาเลเซียกับสิงค์โปร์จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหนแน่ เคยชิมกล้วยทอดของเขาได้ลางๆ ไปซื้อข้างทาง แต่กล้วยทอดอินโดมันเป็นยังไงนะ
  • กล่
  • โห มีขายตั้งหลายที่ มีแฟรนไชส์อีกทำไมไม่เคยเห็นเลยนะ
  • แกะกล่องออกมามีเต็มกล่องเลย รีบหยิบชิมก่อนวิ่งลงไปเฝ้าร้านด่อ แป้งมันจะกรอบๆ จะเป็นแบบแป้งพายก็ไม่ใช่ จะแบบโรตีกรอบก็ไม่เชิง พันหุ้มกล้วยเอาไว้รสชาติไม่หวานเพราะจะมีแต่รสชาติของกล้วยกับแป้งทำให้กินได้แบบเพลินๆ ต้องรีบกินทันทีจะอร่อยถ้าิทิ้งไว้มันจะนิ่ม แหมถ้าไม่กลัวอวบไปกว่านี้จะหยิบมาจิ้มนมข้นหวานเสียเลย
  • เข้าไปชมขนมอื่นๆ ในเว็บเขาแล้วกันไม่รู้จักเจ้าของแต่อยากรีวิวขนมแปลกๆ เอาไว้ได้ชิมอย่างอื่นแล้วจะเอามาอวดอีกนะ +http://www.chiangmaimolen.com+

สปาเก็ตตี้ผัดแบคอน-Spaghetti Spicy Bacon

  • ฉลองวันเด็กด้วยเมนูไฮโซเสียหน่อย หลังจากที่เดือนที่แล้วสั่งพิซซ่ามากินแล้วก็สั่งสปาเก็ตตี้ผัดเบค่อนมาด้วยแบบว่ามันลดครึ่งราคาเลยสั่งมาลองกินเสียหน่อย แต่สั่งแค่กล่องเดียวหม่อมแม่โปรดปรานมากกินจนเกือบหมดกล่อง ด้วยความที่เป็นลูกกตัญญูกลัวแม่จะคลอเรสเตอรอลพุ่งพรวดจึงคว้ามาแย่งกินได้สองสามคำก็หมด T_T มามะมาทำกินเองดีกว่าจะได้กินอย่างสาสมใจอิ่มอร่อยทั้งครอบครัว
  • มาดูหน้าตาเสียหน่อย น่ากินไม่แพ้ร้านพิซซ่าเลยว่ามะ วันนี้ทำตอนกลางวันเลยได้ถ่ายรูปดูดีขึ้นมานิดนึง
  • ใส่เบค่อนให้ตูมๆๆ
  • สำรวจเส้นสปาเก็ตตี้ที่บ้านแล้วเหลือแค่นิดเดียวทำกินไม่ครบคนมีอันต้องได้แย่งกันกินก็เลยไปโลตัสซื้อเส้นสปาเก็ตตี้แบบโฮลวีทมา ห่อนี้น้ำหนัก 500 กรัมลดราคาเหลือ 54 บาท แพงกว่าธรรมดาไม่กี่บาทเอง เราใช้ห่อเก่าที่เหลือทั้งหมดกับห่อใหม่แค่ครึ่งเดียวต้มผสมรวมกันไปเลย หลังห่อบอกว่าเส้นแบบยังไม่ต้มน้ำหนัก 75 กรัมต่อหนึ่งคนทำให้คำนวณได้ถูกว่าจะต้องลวกเท่าไหร่ แต่เราก็ใช้กะๆ เอาแบบลวกไว้เยอะๆ ดีกว่าเหลือก็เอามาอย่างอื่นต่อ
  • วิธีต้มเส้นสปาเก็ตตี้ใช้เวลาต้มประมาณ 10-12 นาทีลองชิมว่าเส้นสุกหรือยัง ถ้าสุกดีแล้วก็เอามาล้างน้ำเย็นหรือจะใส่น้ำแข็งในน้ำเพื่อทำให้เส้นหยุดสุก (Cooked) เอาเส้นใส่ตะแกรงจนน้ำออกหมดแล้วก็ใส่ภาชนะเทน้ำมันมะกอกพอดีเรามีน้ำมันเมล็ดชา ก็เทไปสักช้อนโต๊ะคลุกอย่าให้เส้นกัน
  • บอกน้องนุชให้แบ่งพริกแห้งจากบ้านมาให้หน่อยเพราะถ้าซื้อเองมันเยอะเกินเหลือก็ทิ้งไว้เปล่าๆ บ้านนุชมีเยอะเพราะเขาเป็นเจ้าของสูตรน้ำเงี้ยวเชียงรายที่เคยเอามารีวิวแล้ว พริกทอดอันนี้ได้เหลือจากที่นุชทำน้ำเงี้ยวมาให้กิน ที่บ้านไม่ค่อยกินพริกแห้งทอดเลยเหลือเสียเยอะเชียว
  • แครอทเหลือหลายหัวเลยเอามาหั่นลูกเต๋าครึ่งหัว กับหอมแขกลูกใหญ่หนึ่งลูก จริงๆ จะใช้หอมใหญ่ก็ได้แต่ที่บ้านมีหอมแขกก็เลยเอามาใช้
  • เบคอนรมควันกิโลกรัมละ 390 บาทแหนะ กัดฟันซื้อมาเกือบสามขีด 110 บาท หั่นกว้างสัก 1 นิ้วเวลาทอดน้ำมันออกไปแล้วจะเหลือชิ้นกำลังน่ากิน แต่ถ้าใครชอบแบบกรอบๆ แบบไม่เหลือมันเลยก็หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ สักครึ่งนิ้วเอาเข้าไมโครเวฟสัก 1-2 นาทีแล้วก็เอาออกมาคนความร้อนจะได้กระจายได้่ทั่วก็เอาเข้าไปใหม่ทำแบบนี้จนกว่าเบคอนจะเป็นสีน้ำตาลไม่เหลือไขมันอยู่เลย
  • แต่เราชอบแบบนี้กรอบแต่ก็ยังมีมันอยู่นิดๆ ถึงได้อวบเอาอวบเอานั่นหละ
  • ทอดจนกรอบได้ที่ก็เทน้ำมันออกให้หมด น้ำมันที่ได้ค่อนถ้วยนี่ถ้ากินไปอีกกี่ชาติจะเผาผลาญหมดเนี่ย ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอมจากนั้นก็ใส่หัวหอมตามด้วยแครอท จริงๆ จะต้องเอาพริกแห้งลงไปผัดในน้ำมันให้หอมน้ำมันจะออกสีแดงๆ ทำให้ดูน่ากิน แต่พอดีต้องให้ณโมกินด้วยก็เลยจะใส่พริกหลังสุด ผัดจนแครอทสุกก็ใส่ผงปรุงรส กับซอสหอยนางรม และน้ำตาลลงไปนิดเดียวพอตัดรส รสเค็มจะได้ไม่เค็มโดดจนเกินไป
  • ปรุงรสได้แล้วก็ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ผัดให้เข้ากัน ลองชิมรสดูว่าเค็มพอดีหรือยังอย่าใส่ซอสหอยนางรมเยอะจะทำให้แฉะ ถ้าจะเติมควรเติมเกลือ หรือผงปรุงรสจะดีกว่าปรุงแค่พอออกรสเค็มๆ พอทานกับเบคอนมันก็จะเค็มพอดีๆ
  • ผัดได้ที่แล้วก็ใส่โหระพาเด็ดล้างน้ำจนสะอาดพึ่งไว้ในตะแกรงเวลาเอามาผัดจะได้ไม่แฉะ ผัดแค่พอให้ผักสลบก็ใช้ได้แล้ว เราก็ตักแบ่งให้ณโมเอาไว้ จากนั้นก็ใส่พริกแห้งทอดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปคลุกในกระทะเอาไว้สำหรับผู้ใหญ่ พริกแห้งทอดช่วยแก้เลี่ยนเบคอนได้เป็นอย่างดี ถ้ามีกระเทียมเม็ดใหญ่ๆ ก็แกะเป็นเม็ดๆ เอาลงทอดให้เหลืองนิดๆ เอามาผัดใส่ด้วยจะยิ่งอร่อย หรือหั่นกระเทียมกลียใหญ่เป็นแว่นๆ ใส่ลงไปผัดด้วยจะช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้อีกแรง lol
  • แบ่งใส่กล่องคิตตี้เอาไว้ให้ณโม เหลือก็เก็บไว้กินมื้ออื่นๆ ขนาดโมกินข้าวเช้าแล้วแต่เห็นน้าทำใส่จานไว้ก็มาขอกินอีก ตอนเย็นก็กินอีกมื้อพี่เดียร์ข่าวดีว่าโมไม่กินเบคอนแหมเสร็จเรา หลังจากที่ตอนนี้หลานได้เรียนแบบพฤติกรรมการกินของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นหางปลา หนังไก่ แทะกระดูก ทำเอาเซ็งเพราะต้องเสียสละให้หลานกินT_T
  • กระทะนี้กินได้แบบอิ่มๆ ถึง 4-5 คน ซื้อของมาทำยังไม่ถึง 200 บาทเลย แต่ที่ร้าน The Pizza ขายจานตั้งร้อยกว่าบาทกินได้คนเดียวยังไม่อิ่มเลย
  • จัดใส่จานเตรียมแจกจ่ายสมาชิกในครอบครัว เห็นมะควันยังฉุยๆ อยู่เลย อ้อ อย่าลืมแบ่งยอดโหระพาเอาไว้ตกแต่งด้วยจะดูไฮโซขึ้น
  • วันนี้ว่าจะเปิดร้านแค่ครึ่งวันเพราะจะให้น้องนุชกลับบ้านพาน้องวี (ลูกชาย) ไปเที่ยววันเด็กที่เทศบาลเขาจะแจกเงินทุกปี ก็เลยให้เขากลับบ้านตอนบ่ายโมง เราก็นั่งเฝ้าร้านไปเรื่อยๆ เห็นเงียบๆ ก็นั่งนึกว่าจะพาณโมไปแ่อ่วที่ไหนดีที่ไม่ใช่ห้าง เพราะนานๆ ทีจะได้ออกไปนอกบ้านตอนกลางวัน แต่นั่งได้แป็บเดียวลูกค้าเข้ามาตัดชุดพร้อมกันตั้ง 3 รายเล่นเอาวุ่นไปทั้งร้าน สรุปว่าวันนี้ดันมาขายดีจนหกโมงเลย เฮ้ยจะได้ปิดร้านไปดูทิวลิปหรือเปล่าน้อพรุ่งนี้

ไก่ทอดสูตรหอมแดง แม่ดาวมั่วเอง

  • ฉีกความจำเจเมนูประจำบ้านอย่างไก่ทอดจะต้องหมักใส่ทัฟเฟอร์แวร์ทอดเอาไว้กินกันแบบง่ายๆ โดยเฉพาะณโมจะชอบกินไก่ทอดกับข้าวเหนียว ยิ่งรถเข็นไก่ทอดแถวกาดหลวงเจ้าหนึ่งจะเป็นคนหนุ่มสาวคู่หนึ่งเข็นไปทอดไปกลิ่นหอมตลบอบอวลจนบรรดาเหล่าแม่ค้าออกมาจากร้านเดินมาสั่งกันคนละหลายๆ ชิ้น เขาทอดได้กรอบแต่เนื้อไม่แห้งอร่อยสุดๆ ตรงช่วงหนังที่ชุบแป้งทอดจะหอมแต่เนื้อข้างในก็รสชาติธรรมดา บางทีจะขอกรอบๆ เขามากินเล่นๆ น้ำจิ้มเขาก็อร่อยเอาข้าวเหนียวปั้นแล้วจิ้ม เวลาซื้อจะแอบกินกันหนุบหนับลืมไปเลยว่าซื้อให้หลานกินนี่หว่า
  • ทั้งๆ ที่เราก็เป็นเจ้าแม่หมักไก่ทำมาหลายสูตร แต่ก็ยังพยายามจะเลียนแบบเขาให้ได้ แยกธาตุได้ว่ามีกลิ่นหอมของหอมแดงด้วยนะ มันไม่เหมือนกับไก่ทอดหาดใหญ่ที่เอาหอมเจียวโป๊ะหน้าข้าวเหนียว แต่มันหอมตรงที่หมัก
  • ว่าแล้วก็นอนคิดๆ อยู่หลายคืน (ชอบคิดถึงเรื่องกินก่อนนอน lol) พอดีพี่เดียร์ไปห้างซื้อน่องไก่ติดสะโพกมาสี่ชิ้น สับแล้วหมักด้วยเกลือกับผงปรุงรสอร่อยชัวร์ใช้มือคลุกๆ ให้เข้ากันหรือจะเหยาะแม็กกี้ไปนิดให้หอมก็ได้หมักไว้หนึ่งคืน พอจะกินก็จะเอาแป้งทอดกรอบคลุกให้ทั่วโดยไม่ต้องใส่น้ำเพิ่มแล้วก็ทอดด้วยไฟอ่อนๆ น้ำมันท่วมๆ จนหนังกรอบไม่มีไขมัน อย่างที่เคยรีวิวไปแล้ว
  • แต่วันนี้ลองสับหอมแขกลงไปครึ่งลูกใหญ่ใส่แป้งทอดกรอบไปสัก 2-3 ช้อนโต๊ะใส่น้ำสะอาดสัก 1 ช้อนโต๊ะคนให้เข้ากันจากนั้นก็เอาไก่ลงไปคลุกให้แป้งคลุกแป้งให้ทั่ว แป้งกับหอมแดงจะจับกับชิ้นไก่ค่อยๆ หย่อนในน้ำมันร้อนๆ รี่ไฟอ่อนๆ กลิ่นหอมแดงจะฟุ้งไปทั่วบ้าน เวลาทอดก็ใช้ฝาปิดจะได้ระอุเนื้อด้านในจะสุกง่าย ทอดจนเหลืองหนังกรอบก็ตักขึ้น มีสมาชิกมานั่งที่โต๊ะกินข้าวแล้ว บอกว่าให้ถ่ายรูปไวๆ หิวแล้ว
  • ตอนแรกกะว่าจะปั่นหอมแดงให้ละเอียดแล้วหมักกับไก่ไปเลย แต่ถ้าเราจะเก็บหลายๆ วันมันจะเสียง่ายกว่าการหมักด้วยเกลือหรือผงปรุงรส

ที่พระจันทร์มีเซเว่นอีเลฟเว่นด้วยยยยย

  • ลืมเล่าไปนิดนึงว่าเมื่อวันปีใหม่ พระจันทร์ใหญ่มากเห็นข่าวบอกว่าให้ติดตามดู blue moon แต่คงจะรอไม่ไหวหรอก พอดีออกไปนอกบ้านช่วงหัวค่ำเห็นพระจันทร์ดวงใหญ่มากกว่าปรกติพยายามจะถ่ายแต่ไม่ได้จังหวะผ่านเส้นน้ำปิงแล้วอยากจะจอดรถถ่ายแต่มันไม่มีที่เลย ขับไปขับมายิ่งดึกพระจันทร์ยิ่งลอยสูงขึ้นดวงก็จะเล็กลง พอดีรถติดไฟแดงก็เลยถ่ายได้ แต่ขำสุดๆ ตรงที่ณโมพูดขึ้นมาว่า "ที่พระจันทร์มีเซเว่นอีเลฟเว่นด้วย" ขำก๊ากกันจนท้องแข็ง เออ! คิดได้ไงอะ
  • ภาพถ่ายได้ดีที่สุดแค่นี้นั่งหลังด้วยใช้ซูมดึงเอาจากหน้ารถ ทำให้นึกถึงตอนไป full moon ที่เกาะพงันเห็นพระจันทร์ขึ้นจากทะเลเป็นสีส้มดวงกลมโตมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นพระจันทร์สีส้มหลังจากที่เคยได้ยินหรั่ง ร็อคเคสตร้าร้องเพลงพระจันทร์สีส้มฟังมาตั้งแต่สมัยสาวๆๆ

ฉลองปีใหม่ที่ร้านวาซาบิ สาขาแม่โจ้ เชียงใหม่

  • ปีใหม่ปีนี้ไม่มีเพื่อนไปสวดมนต์ข้ามปี เจ๊หนีไปบวชชีน้องเอ็มก็ไปสวดมนต์ที่วัดธรรมมงคลแถวบ้านเราที่เมื่อปีที่แล้วชวนเจ๊ไปสวดกัน ปีนี้เหนื่อยขายของดีอีกแล้วเหลือพรุ่งนี้อีกวันคงจะได้พัก วันนี้รู้สึกง่วงปิดร้านเลยยังไม่กินข้าวขอนอนก่อน ตื่นมาเกือบสองทุ่มเพราะณโมขึ้นมาขี่ เวรกรรมของตูจริงๆ นอนทีไรหลานต้องขึ้นมาขี่ขย่มน้าเสียหลังแทบหัก ซ้ำร้ายกว่านั้นจะมีคนเช่าคอนโดพี่เดียร์กับเฮียเป้งเลยต้องออกไปจัดการเพราะคอนโดนั้นเพิ่งประมูลได้มายังไม่ได้จัดการอะไรเลย พี่เดียร์จะเอาณโมไปด้วยแรกๆ ก็จะไปจับแต่งตัวเสร็จดันหยิบตัวต่อมาเล่น พอแม่ถามดันไม่ยอมไปซะงั้น เรารู้แกวแกล้งถามว่าไม่ไปจริงๆ นะ แล้วอย่ามาร้องไห้ แต่ที่ไหนได้พอตั้งสติได้นึกถึงแม่ร้องไห้ลั่นบ้าน ต้องหามุขมาหลอกล่อจนเหนื่อย แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะพอรับไหว แต่นี่ต้องเลี้ยงม่อนด้วย แม่ก็อู้เลี้ยงมากเหนื่อย ไหนจะต้องให้นมม่อนมือนึงอีกมือก็เปิดคลิปการ์ตูนให้โมดูไปเรื่อยๆ บอกให้แม่ดูม่อนดันบอกว่าเหนื่อยซะงั้น เราเลยบอกว่าเลี้ยงไม่ไหวหรอกสองคน แม่บอกว่าทีคนอื่นมีลูกตั้ง 4-5 คนเขายังเลี้ยงไหว อุบ๊ะ!!!!! แล้วมันลูกอิฉันตรงไหนเนี่ย T_T พอป้อนนมม่อนแบบไม่มีสมาธิเพราะต้องดูโมไปด้วย ม่อนก็ร้องไห้จ้าลั่นบ้าน แม่ก็เลยต้องลุกมาให้นมเอง เห็นไหมหละ วุ่นวายกันทั้งบ้าน
  • คิดดูนะ จะพาม่อนไปล้างก้น เราเป็นคนฉีดน้ำแม่อุ้มม่อน โมก็เดินตามมาด้วย เวลาจะไปไหนก็เลยต้องเดินตามกัน ถ้าพี่เดียร์ไม่อยู่บ้านโมจะติดหนึบมากถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ต้องมายืนหน้าห้องน้ำรอ ดีนะที่ไม่มีหลานเยอะกว่านี้มิฉะนั้นอิฉันต้องโทรมแน่ๆ
  • บ่นเสร็จแล้วพูดถึงเรื่องกินดีกว่า เมื่อวานวันปีใหม่ทั้งๆ ที่ง่วงแต่ก็อยากออกไปหาอะไรกินเพราะวันสิ้นปีใหม่ขายดีไม่มีอะไรจะกินก็เลยต้มมาม่ากินทั้งเที่ยงกับเย็น วันปีใหม่ทั้งทีก็เลยไปหาอะไรอร่อยๆ กินนอกบ้านดีกว่า เฮียเป้งอยากกินอาหารญี่ปุ่นร้านวาซาบิ มีสาขาที่นิมมานเหมินทร์แต่คนคงจะเยอะก็เลยยอมขับรถไปไกลถึงหน้าแม่โจ้ คนก็น้อยจริงๆ ด้วยหละ ร้านนี้อยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จริงๆ ถ้ามีบัตรข้าราชการกับนักศึกษากินครบ 300 บาทก็ได้ลดว่าจะเอาบัตรอาจารย์ของเฮียเป้งไปลด แต่เขาบอกว่าลดได้เฉพาะในเมนู พวกเป็นชุดๆ ไม่ลด
  • ณโมกินข้าวมาแล้วเลยสั่งสาหร่ายให้ิกินเล่นๆ จานนี้น่าจะ 10 บาท
  • เราซื้อไก่ทอดเอาไว้ตั้งแต่เย็นก็เลยพกมาด้วย เวลาอาหารมาช้าจะต้องมีอะไรให้โมกินรองท้องก่อนไม่งั้นจะซน คือหาอะไรยัดปากเอาไว้จะได้สงบๆ
  • อาวุธมาพร้อมจาน ที่ใส่โซยุ ตะเกียบ
  • ข้าวปั้นแซลมอนกับวาซาบิสด ร้านนี้จุดเด่นคือจะใช้วาซาบิสดๆ หยิบกินเปล่าๆ สดได้ใจมาก
  • ยำปลาแซลมอนจานเล็ก แต่รสชาติอร่อยมากยำมาพร้อมกับแตงกวาญี่ปุ่น
  • คีบวาซาบิสดก้อนเล็กๆ วางบนซูชิแล้วจิ้มโชยุจะได้รสชาติมากกว่าเอาวาซาบิลงไปผสมกับโชยุ
  • ราเมงเขาจะมีเส้นกับน้ำซุปให้เลือกราคา 29 บาท ถ้าจะใส่ผัก ใส่สาหร่าย หรือเครื่องเคราต่างๆ ก็จ่ายเพิ่มตามที่เราสั่งไป ส่วนชาเขียวจะมีเป็นรีฟิวไม่แน่ใจราคา แต่ถ้าสั่งอาหารเป็นชุดก็จะมีชาเขียวเย็นให้ในชุดแล้ว
  • ข้าวหน้าซาเซมิ (มั๊ง) ไม่แน่ใจ เฮียเป้งใส่มาเบิ้ล
  • พร้อมเครื่องปรุง มีพริกป่นผสมสาหร่ายด้วย
  • ข้าวหมูทอดราดแกงกะหรี่หมู รสอ่อนๆ แบบญี่ปุ่นต้องอาศัยโซยุเติม ได้เยอะมากกินไม่หมดตั้งข้าวทั้งหมู
  • ของพี่เดียร์ข้าวหน้ากุ้งเทมปุระราดแกงกะหรี่มาเหมือนกัน รวมค่าเสียหายที่กินทั้งหมดนี้ 700 กว่าบาท กินพอดีอิ่ม แต่ถ้าจะเอาให้คุ้มเราก็ยังยืนยันว่ากินอาหารบุฟเฟต์ญีปุ่นที่โรงแรมเซนทาราดวงตะวันคุ้มกว่า เพราะกินแซลมอนสักสองจานก็คุ้มแล้ว แต่ว่าไปบ่อยมากตอนวันพ่อก็เพิ่งไปมา เลยอยากหาอะไรแปลกใหม่กิน เฮียเป้งบอกว่ากินที่นี่เป็นการกินอย่างมีสติ เพราะกินบุฟเฟ่ต์มันกินเยอะจนไม่ค่อยจะได้พิจารณารสชาติอาหารเลย