ยำแคบหมู

  • เมื่อวันก่อนน้องที่ร้านจะไปซื้อแคบหมูเอาไว้ให้ญาติมาจากต่างจังหวัด เราก็เลยฝากซื้อด้วยที่ร้านประจำในกาดต้นลำใยเขาจะทอดใหม่ๆ ทุกวันคนทอดก็ตัวอ้วนใหญ่สงกะสัยว่าจะทอดไปกินไป ปกติจะไม่ค่อยหรอกเพราะถ้ากินแคบหมูก็จะกินแบบติดมัน คนเมืองจะกินกันแต่แบบติดมัน ส่วนคนกรุงเทพชอบกินแบบไร้มัน สมัยยังเป็นคนกรุงเทพก็ชอบกินเพราะกลัวอ้วนทั้งๆ ที่ตอนนั้นผอมกว่านี้อีก แต่กินแคบหมูไร้มันมันก็เหมือนไม่ได้กินอะไรเลยมันต้องมีติดมันสักนิดกินกับส้มตำ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำตกมันถึงจะหายอยาก แต่อย่างว่ายังไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกอะไรที่อร่อยสะใจท่าสยาม แต่เราจะไปหากินได้ที่ไหนในเชียงใหม่หละเนี่ย ว่าแล้วหาอะไรแซ่บๆ กินแก้ขัดไปก่อนดีกว่า
  • นึกไปนึกมาก็ได้เมนูนี้ "ยำแคบหมู" ทำง่ายๆ ฝากนุชซื้อแคบหมู 30 บาท คื่นช่าย 5 บาท มะนาวลูกใหญ่น้ำเยอะ 3 ลูก 10 บาท หอมแขกลูกใหญ่ๆ 3 ลูกสิบกว่าบาท แต่ใช้ไม่หมด ยำได้จานใหญ่ๆ 2 จานเลยหละ
  • เริ่มต้นทำน้ำยำโดยใส่น้ำปลา 1 ส่วน น้ำมะนาว 2-3 ส่วนแล้วแต่ความชอบ น้ำตาลเล็กน้อย พริกขี้หนูสวนซอยหรือตำ หอมแดงซอยเยอะๆ คื่นช่ายก็ใส่เยอะๆ ผสมรวมกันในชามปรุงรสให้ออกเปรี้ยวนำเพราะแคบหมูจะมีรสเค็มนำอยู่แล้ว เติมน้ำตาลให้รสออกหวานนิดๆ จะอร่อย เราแอบใส่กระเทียมโทนดองทั้งเนื้อและน้ำลงคไปสักช้อนโต๊ะจะทำให้น้ำยาหวานหอม
  • ปรุงได้รสชาติตามชอบแล้วก็ใส่แคบหมูลงไปคลุกเร็วๆ รีบเทใส่ชามเสริฟ์แล้วกินกันเลย ถ้ายังไม่กินก็ทำน้ำยำเอาไว้ พอสมาชิกพร้อมหน้าพร้อมตาก็ค่อยใส่แคบหมูลงไป
  • เราิกินกับข้าวสวยร้อนๆ เคี้ยวแคบหมูกรุบกรอบ กินกับหอมแดงคื่นช่ายแล้วก็กระเทียมโทนดองด้วย หรือจะทำเป็นกับแกล้มทานเล่นๆ ตอนปีใหม่ก็อร่อย

ฉลองคริสมาสต์ที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ต เชียงใหม่

  • วันคริสมาสต์ไม่ได้ตั้งใจจะไปฉลองอะไรหรอก เพราะไม่ได้เป็นคริสเตียนอะไรกับเขา พอดีตอนเย็นจะไปส่งของที่ขนส่งกับที่นิ่มซี่เส็งมีออเดอร์ใหญ่สองล็อทก็เลยนั่งไปเป็นเพื่อนเฮียเป้ง ก่อนออกจากบ้านขณะที่พี่เดียร์ให้นมน้องม่อน ณโมก็เล่นตระกร้าผ้าทำผ้าหล่นใส่กระโถนฉี่ตัวเอง คือทำหล่นหลายหนแล้วแต่โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีฉี่ แต่ว่าหนนี้มีฉี่อยู่ในกระโถนแ่ม่เจ้าเห็นแล้วจะเป็นลม ก็เลยชวนโมออกไปนั่งรถปรึ้นๆ เล่นกันดีกว่า พอส่งของเสร็จก็โทรหาพี่เดียร์ว่าไปกินข้าวนอกบ้านกันดีกว่า ก็เลยได้ฤกษ์พาน้องม่อนออกไปกินข้าวนอกบ้านครั้งแรกเพราะครบหนึ่งเดือนแล้ว เอาม่อนไปด้วยก็เลยพาไปห้างดีกว่าไม่มียุง พี่เดียร์อยากกินซิสเลอร์แต่เราอยากกินสปาเก็ตตี้ในร้านพิซซ่ามากกว่าหรือไม่ก็กินอาหารญี่ปุ่นเป็นชุดเบ็นโตะร้านไหนก็ได้กินง่ายๆ แต่เฮียเป้งบอกไม่อิ่มซะงั้นก็เลยไปกินซิสเลอร์ก็ได้ (ฟะ) แปลกจังปกติจะต้องไปรอคิวเพราะคนเต็มร้านแต่ทำไมตอนนี้ร้านโล่งจัง
  • กินเสร็จไปถ่ายรูปที่ต้นคริสมาสต์เขาปิดหมดแล้ว ผ่านร้านแมคโดนัลด์เปิดใหม่ตรงโซนหลังห้าง บอกให้โมไหว้พี่แมคโดนัลด์ หลานอิฉันว่านอนสอนง่ายบอกอะไรก็ทำตาม
  • แอบถ่ายข้างต้นคริสมาสต์สักหน่อย
  • ตอนไปส่งของเฮียเป้งขับรถเร็วไปหน่อยสงสัยว่าณโมจะเวียนหัวเพราะว่าตอนนั่งตักในรถแอบซบสองหน ตอนแรกยังนึกว่าไม่ค่อยสบายให้กินอะไรก็ไม่กิน พี่เดียร์พยายามป้อนอะไรให้กินแต่โมก็คายออกหลังจากนั้นก็อ๊อกกกออกมาทีละนิด หลังๆ พุงกระจายยยยยยยย จานสำหรับเด็กที่เห็นเต็มไปด้วยอาเจียนนนนนนนน คุณน้ารีบเอามือมารองยังไม่รอดเปื้อนกางเกงเต็มไปหมด
  • สภาพหลังจากเกิดโศกนาฎกรรม สงสารโต๊ะตรงข้ามมากคงจะเห็นเต็มตา ใต้โต๊ะเละไปหมดดดดด
  • ซุปข้นเห็ดกับแฮม ของโปรดพี่เดียร์ตักมากินต่อไม่ลงเลย เรื่องของเรื่องคือวันนี้ตอนเย็นให้เด็กทำงานบ้านป้อนบะหมี่แห้งให้โมกิน ปกติจะป้อนเองจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แต่เด็กป้อนให้ไม่ได้ตัดโมก็กินไปไม่เคี้ยวละเอียด ทั้งผักทั้งหมูยังเป็นชิ้นๆ ออกมาจากพุงผสมกับนมขนาดกินตั้งแต่เย็นมันยังไม่ย่อยก็เลยออกมาหมดเลย
  • โปรโมชั่นสเต็กปลา กับสเต็กหมูบด 169 บาท พร้อมสลัดบาร์ ทุกคนสั่งสเต็กปลากันหมด
  • โมทำหน้ามึนๆ หลังอ๊อออกกก
  • พี่เดียร์กับเฮียเป้งเลือกกินกับมันอบ
  • ของโปรดเลยขนมปังปิ้ง
  • จานนี้ของเฮียเป้งมองไม่ออกว่าอะไรบ้าง เห็นเฮียเป้งบอกซัลซ่าอร่อย แต่อิฉันไม่ชอบมะเขือเทศ
  • จานนี้ของเราเองสเต็กปลากับเฟรนฟรายด์ใหญ่ๆๆ กะว่าจะแบ่งสเต็กปลาให้ณโมกินแต่เขาโรยพริกมาให้ T_T หลานอดกินเลย
  • ณโมกินอะไรไม่ได้เลย กินได้แต่แก้วมังกรกับแตงโม
  • สลัดฟักทองอบ Roast Pumkin Salad หรืออะไรเนี่ย จะบอกว่าอร่อยมาก เอาฟักทองไปย่างหรืออบจนเปลือกไหม้มันจะหอมๆ กินกับน้ำสลัดหวานๆ รสชาติของฟักทองก็หวานเรากินสองจานใหญ่เลย ส่วนข้างๆ คือหน่อไม้ฝรั่งลวกเย็นๆ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่นมาทีไรก็ต้องกินทุกที
  • อั้มมมมม........กินใหญ่เลย แต่ทำให้น้าหมดอารมณ์มากกินอะไรได้นิดเดียว ทุกคนสั่งห่ออาหารที่สั่งมาใส่กล่อง กินกันน้อย (กว่าปกติ) ส่วนน้องม่อนนอนอยู่ในรถเข็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร เข็นไปไหนคนก็มองมาเล่นด้วยแต่ม่อนก็ยังคงหลับต่อไป.......

ลาบปลากระป๋อง (ปลาซัมมะ)

  • เวลาห้างลดราคาพี่เดียร์จะชอบซื้อปลากระป๋องมาตุนติดบ้านไว้เป็นประจำ นอกจากปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศที่กินกันบ่อยๆ มักจะเอามายำปลากระป๋องใส่หอมแดงเยอะๆ หรือไม่ก็เอาไว้ใส่กับมาม่าต้มยำ หรือจะเป็นปลาทูน่าเอามายำปลาทูน่าหรือจะทาแซนวิช เดี๋ยวนี้มีปลาซัมมะไม่รู้เหมือนซาบะหรือเปล่าเนื้อแข็งๆ เหมือนกัน คราวที่แล้วเคยเอามาผัดกับบะหมี่ญี่ปุ่น วันนี้ไม่มีกับข้าวไม่รู้จะทำอะไรกินดี จะออกไปนอกบ้านก็เหนื่อยจากขายของ แถมเลี้ยงหลานสองคน ปิดร้านแล้วอยากจะนอนแค่ทำกับข้าวยังขี้เกียจ วันนี้ก็เลยรื้อตู้ดูได้ปลาซัมมะมาลองทำลาบดู
  • สมัยตอนเป็นเด็กๆ ปลากระป๋องปุ้มปุ้ยดังมากมีหลากหลายเมนู มีอยู่เมนูหนึ่งคือ ลาบปลากระป๋องเขาทำสำเร็จรูปมาในกระป๋องเทแล้วก็กินกันได้เลย เขาจะเอาเนื้อปลามาสับๆ จนละเอียดแล้วก็ปรุงรสเหมือนลาบ ตอนนั้นขายดีมากน่าจะยี่สิบกว่าปีแล้วไม่รู้ว่ามีใครจำได้บ้างหนอ
  • วันนี้ตอนแรกว่าจะลองยำปลากระป๋องแบบทั่วๆ ไป แต่เห็นผักชีลาว กับโหระพาเหลือจากทีี่ทำก๋วยเตี๋ยวห่อเหลืออยู่ก็เลยทำเป็นลาบก็แล้วกัน
วิธีทำ
  1. หั่นหอมแดง หรือหอมใหญ่ใส่ชามเทน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว ซอยผักชีลาวใส่ลงไป ดาวใช้ปลาซััมมะในซอสมันจะรสหวานก็เลยไม่ได้ใส่น้ำตาล เวลาใส่น้ำปลาจะใส่ให้น้อยกว่าน้ำมะนาว เพราะถ้าใส่ปริมาณเท่ากันจะทำให้ได้รสชาติเค็มนำ
  2. ปรุงรสได้ที่แล้วก็ตักเนื้อปลาใส่ลงไปใช้ช้อนตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ คนให้เข้ากัน ชิมรสว่าขาดรสไหนก็ปรุงเพิ่ม
  3. ถ้าใครชอบเนื้อปลาแบบละเอียดก็ใช้ช้อนบดเนื้อปลาให้ละเอียดแล้วก็เทน้ำยำลงไป ปรุงรสให้จัดๆ หน่อย เวลาทานก็ใช้ผักสด

ชี้น้ำมันเมล็ดชาต้านโรคหัวใจ ชะลอความแก่ได้ชะงัก

พบสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื้อ

การบริโภคอาหารให้ถูกหลักนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการบริโภคน้ำมันเพราะน้ำมันแต่ละชนิดมีองค์ประกอบที่แตก ต่างกันทั้งไขมันชนิดดีและชนิดไม่ดี ฉะนั้นการเลือกบริโภคน้ำมันที่มีองค์ประกอบของกรดไขมันชนิดดีก็จะช่วยส่ง เสริมสุขภาพ และยังช่วงลดความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ ด้วย

อ.กัญชลี ทิมาภรณ์ นักโภชนาการโรงพยาบาลพระรามเก้า ชี้ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย เปลี่ยนไปตามภาวะสังคมที่เร่งรีบและยังมีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารตามแบบของ ชาวตะวันตก โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านทั้งสะดวก รวดเร็ว และอร่อยถูกปาก เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารสำเร็จรูป ที่จะมีส่วนประกอบทั้งแป้งน้ำตาล และยังมีไขมันเป็นส่วนประกอบหลักอีกด้วยจึงส่งผลทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือด สูงและเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ ตามมาด้วย เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือด มะเร็ง ไต โรคอ้วน เป็นต้น โดยโรคต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวันด้วย

จาก การสำรวจพบว่า ประชากรโลกเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากโรคเรื้อรังซึ่งไม่ติดต่อ ได้แก่โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคอ้วน มะเร็ง และโรคทางการหายใจสูงถึง 59% มีหลายงานวิจัยบ่งชี้ว่าปริมาณและชนิดของไขมันที่บริโภคเข้าไปมีส่วนโดยตรง ต่อสาเหตุการเกิดโรคบางชนิดที่เป็นสาเหตุคร่าชีวิตคนไปไม่น้อย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง มะเร็งความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำไปสู่โรคร้ายอื่นๆ ที่อาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยรักสุขภาพในปัจจุบันพยายามหลีกเลี่ยงอาหาร ประเภทไขมันด้วย

อ.กัญชลี กล่าวเสริมอีกว่า การเลี่ยงไขมันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะไขมันเป็นสารที่ให้พลังงานสูงที่สุด เป็นแหล่งของกรดไขมันที่จำเป็น เป็นตัวละลายและช่วยดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ไขมันจึงเรียกได้ว่าเป็นสารอาหารหมวดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกาย แต่น้ำมันที่เลือกรับประทานความเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ และมีกรดไขมันชนิดต่างๆ ในปริมาณเหมาะสมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอีกด้วย น้ำมันที่มีองค์ประกอบของไขมันดีสูงที่ใช้กันในปัจจุบัน ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา เป็นต้น

ในวงการโภชนาการยอมรับกันว่าน้ำมันมะกอกของชาวเมดิเตอร์เรเนียนเป็นน้ำมันที่ มีสัดส่วนของกรดไขมันชนิดต่างๆ ในปริมาณที่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ล่าสุดวิทยาศาสตร์การอาหารพบว่า "น้ำมันเมล็ดชา" มีคุณสมบัติที่ดีใกล้เคียงเทียบได้กับน้ำมันมะกอก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "น้ำมันมะกอกแห่งทวีปเอเชีย" น้ำมันเมล็ดชาเป็นน้ำมันพืชสกัดจากเมล็ดของดอกเซาคามิเลียโอสิเฟร่า นิยมใช้กันทางใต้ของประเทศจีน เช่น ในชาวหูหนาน มีการใช้น้ำมันเมล็ดชามานานกว่า 1,000 ปี

และคุณสมบัติพิเศษของน้ำมันเมล็ดชา คือมีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวในรูปของกรดโอเลอิกถึง 88% มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งในรูปของโอเมก้า 3 ในรูปของกรดแอลฟาไลโนเลนิก ประมาณ 1-3% ไม่มีกรดไขมันทรานส์ซึ่งไขมันทรานส์ นอกจากจะเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันแล้ว ยังมีคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDL) และคอเลสเตอรอลดี (HDL) ในเลือด ซึ่งไขมันทรานส์มักแฝงมากับขนมต่าง ๆ ด้วย

"นอกจากนี้ น้ำมันเมล็ดชายังมีวิตามินอีสูง วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจึงช่วงยืดอายุการใช้งานของน้ำมันให้นานขึ้น อีก ทั้งยังอุดมด้วยวิตามินเอ บี และดี และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงคือสารแคททีชิน ซึ่งเป็นสารโพลิพีนอลที่ช่วยลดการออกซิเดชั่น ของแอลดีแอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบตันและป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื้อ และน้ำมันเมล็ดชายังสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ทอด ผัด ทำน้ำสลัด หรือผสมซอสหมักเนื้อสัตว์ เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายแต่ด้วยคุณประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดชา ที่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคดีต่อผู้ที่เสี่ยงและผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน รวมถึงยังดีต่อสตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในยุคสมัยที่เร่งรีบ" อ.กัญชลี กล่าวในที่สุด

ที่มา : บางกอกทูเดย์

ก๋่วยเตี๋ยวลุยสวน (ก๋วยเตี๋ยวห่อ)

  • ตั้งแต่เข้าหน้าไฮไม่มีเวลาทำกับข้าว ถ้าจะทำกินเล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องปิดร้านแล้วแถมตอนนี้มืดไวมาก ถ่ายรูปอาหารได้ขี้เหร่มากแถมดองเอาไว้หลายวันกว่าจะมีแรงมาอัพ เพราะกลางวันก็ขายของ ออเดอร์ก็เยอะ ตอนนี้แม่ไม่สบายต้องเอาม่อนมาเลี้ยง เดี๋ยวโรงเรียนณโมปิดไปถึงปีใหม่ จะเอาเวลาที่ไหนกันเี่นี่ย ตอนเย็นๆ จะงีบเสียหน่อยสองวันแล้วกำลังหลับม่อนร้องต้องลุกมาให้นมพี่เดียร์ออกไปนอกบ้าน แม่เจ้า! นั่งอุ้มม่อนไปขายของไปลูกค้านึกว่าเราเป็นแม่ ทั้งคนไทยและฝรั่งมาดูกันใหญ่คงนึกว่าเพิ่งคลอดลูกยังมานั่งขายของอีก วันนี้อุ้มอยู่ไม่มีมือใส่ของให้ลูกค้าหยิบใส่ของเอาเอง ดันเข้ามากันพร้อมกันหลายคนขายกันแทบไม่ทัน
  • เมนูนี้กว่าจะได้ทำต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า ให้นุชไปซื้อแครอทกับเห็ดหอมมาตอนเย็นก็หั่นใส่ทัฟเฟอร์แวร์ไว้ก่อน วันรุ่งขึ้นตอนเย็นก็ให้ซื้อหัวหอมใหญ่ ใบโหระพา ผักชีลาว เส้นใหญ่แบบไม่ตัด 10 บาท บ้านใกล้ตลาดเดินไปซื้อได้สบายๆ
  • หั่นหอมหัวใหญ่เป็นลูกเต๋าผัดกับน้ำมันเมล็ดชาจนหอมก็ใส่ไก่สับ ใครชอบหมู หรือจะกุ้งสับก็แล้วแต่ตามฐานะกันไป พอเกือบสุกก็ใส่แครอทหั่นเต๋า เห็ดหอมสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอเริ่มสุกก็ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว หรือผงปรุงรสตามชอบ ชิมให้ออกรสเค็มๆ มีหวานนิดๆ ถ้าใส่ซอสหอยนางรมจะมีรสหวานนิดๆ อยู่แล้วไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่มก็ได้คะ
  • ซื้อเส้นใหญ่มาสิบบาทแต่ใช้ได้ไม่ถึงครึ่งเพราะทำไส้น้อยไปเน้นไส้ไม่เน้นเส้น แฮะๆๆ ตัดเส้นเป็นสี่เหลี่ยม จะกะให้ห่อได้พอคำ หรือจะทำเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดยาวๆ ก็ตามสะดวก วางรองด้วยใบโหระพากับผักชีลาวจากนั้นก็ใส่ไส้แล้วพับ เคยกินอยู่เจ้านึงเขาจะใส่งาดำกับงาขาวก่อนวางผักพอหงายขึ้นจะเห็นงาดูสวยและน่าทาน
  • อันนี้ห่อเป็นคำๆ ใช้มีดกรีดด้านบนเอาไว้สำหรับใส่น้ำจิ้ม
  • ไส้ทั้งกระทะนั้นทำได้แค่นี้เอง ห่อแบบเป็นคำ กับยาวๆ ไส้เยอะดี
  • ส่วนน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ใช้แบบขวดสำเร็จรูปเทใส่ถ้วยเติมน้ำตาลเพิ่มลงไปปรุงให้หวานขึ้น ใจจริงอยากจะทำเองแต่ไม่มีเวลาเลยเพราะทำเสร็จสมาชิกมารอทานข้าวเย็นแล้ว น้ำจิ้มสำเร็จรูปมันเผ็ดมากเกินไป วันหลังจะปั่นใบโหระพาผสมลงไปในน้ำจิ้มจะได้หอมขึ้น แต่ตอนนี้ต้องดูลาดเลาเล็กน้อยเพราะหลานยังเล็กเวลาปั่นดังๆ แล้วตกใจ หรือว่าต้องอดไปก่อนจนกว่าจะโต......เฮ้ออออ

โกนผมไฟน้องม่อน

  • วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคมแหมตรงกับวันอาภากรณ์เลย ทำให้นึกถึงเสด็จพ่อ (กรมหลวงชุมพรฯ) เพื่อนฝูงคงจะไปไหว้กันแต่เราอยู่ห่างไกลก็ได้แต่ระลึกถึงแล้วกัน แต่ว่าทางนี้ก็ได้ฤกษ์ตัดผมไฟน้องโดเรม่อนครบรอบ 1 เดือน จริงๆ ครบตั้งแต่วันที่ 18 แล้วแต่เรารอฤกษ์ดีในวันนี้ดีกว่า เออจริงด้วยตอนแรกว่าจะทำวันศุกร์เดือนบอกว่าปีนี้วันศุกร์เป็นอุบาวท์และโลกาวินาศ
  • ม่อนนอนหลับไม่รู้เรื่องเลย
  • เจ็กตงหาฤกษ์ให้แล้วมาทำพิธีให้ด้วย ดูณโมซิขอมีส่วนร่วมตลอดงาน
  • เส้นเล็กไปเหล่าอี๊ใส่หัวไม่ได้ สงสัยต้องเพิ่มให้เส้นยาวววววๆๆ
  • อากงกับอาม่า
  • คุณยาย
  • เหล่าโกมะ
  • เหล่าโก
  • ณโมงงใหญ่ใครทำอะไรน้องม่อน ตอนตัวเองเด็กๆ ก็โดนตัดเหมือนกัน

แอ่วไนท์ซาฟารีแล้วแวะไปกินข้าวต้มย้ง

ป.ล. ทั้งสองภาพถ่ายมาพร้อมกันนั้นหละ แต่ใส่ลายน้ำคนละเว็บแบบว่าหลายเว็บจัดเริ่มสับสน
  • เมื่อวันอาทิตย์ไปแอ่วไนท์ซาฟารีกันทั้งครอบครัว เนื่องด้วยญาติๆ ของพ่อแม่พี่เขยมากันพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อไหว้บรรพบุรุษ ก็เลยชวนกันไปแอ่วไนท์ซาฟารีกัน
  • ภาพโชว์น้ำพุที่ีถ่ายมา มีสวยอยู่ไม่กี่รูป แถมรูปสัตว์ก็ไม่ค่อยชัด ยังปรับโหมดไม่ค่อยถูกมันมึดมากกกกกก
  • ในไนท์ซาฟารีเชียงใหม่จะมีรถให้นั่งชมโดยจะออกเป็นรอบๆ จะมีไกด์อธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์อย่างละเอียดและเล่าสนุกฟังเพลินดี ชมเสร็จก็ไปนั่งจองที่นั่งเพื่อดูน้ำพุ งานนี้พลาดไม่ได้้เพราะโมชอบดูน้ำพุมาก แม้แต่น้ำพุรอบคูเมืองก็ยังชอบวันไหนปิดก็ร้องไห้จะดูให้ได้จนต้องขับรถวนไปเรื่อยๆ หาน้ำพุตามหน้าโรงแรมดูแก้ขัดไปก่อน แหมถ้าโมได้ไปดูน้ำพุเต้นระบำที่สิงค์โปร์เหมือนตอนเราเป็นเด็กๆ คงจะชอบ
  • ถ้าแวะมาเที่ยวเชียงใหม่ลองแวะมาแอ่วไนท์ซาฟารีตอนนี้อากาศเย็นมากตอนกลางคืนบรรยากาศดี ไม่ต้องเดินเหนื่อยแค่นั่งรถชมที่จอดรถก็เยอะ ดูรายละเอียดที่นี่ได้เลยคะ +http://www.chiangmainightsafari.com/th/index.htm+
  • ณโมกับเฮียเ้ป้งถ่ายก่อนเข้า โมปลอมตัวเป็น Tiger lol
  • ที่มาไนท์ซาฟารีก็เพื่อนมาเยี่ยมตัวนี้หละ พี่เดียร์รีบฉุดไว้กลัวจะวิ่งลงไป (ทักทายเพื่อน) แฮะๆๆๆ
  • กวางดาว ตัวนี้ยืนนิ่่งให้ถ่ายก็เลยชัดหน่อย นอกนั้นก็ถ่ายไปงั้นๆ ลองกล้องเพราะแสงน้อยมากแถมรถวิ่งช้าๆ ด้วย ต้องรอรถนิ่งๆ แล้วถ่ายแต่ว่าก็ไม่สวยอยู่ดี
  • ถ่ายสัตว์เป็นๆ ยากนัก ถ่ายที่มันยืนนิ่งๆ แบบนี้ดีกว่า
  • หลังจากที่ดูสัตว์ ดูการแสดงน้ำพุ ช็อปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็แวะมากินข้าวต้มที่ร้านย้ง เล็งๆ อยากแวะหลายทีแล้วแต่พี่เขยไม่ชอบข้าวต้มกุ๊ย (พุ้ย-คนเชียงใหม่เรียกข้าวต้มพุ้ย) ร้านนี้มีทั้งข้าวต้มกุ๊ยและข้าวต้มเครื่อง ทีนี้รู้แล้วว่ามีทั้งสองอย่างจะได้แวะมากินบ่อยๆ
  • ข้าวต้มร้อนมาก รีบกินลิ้นพองเลยเรา T_T
  • น้ำจิ้มนี้ทำให้พะโล้รวมอร่อยสุดๆ
  • ผัดซาโยเต้
  • ยำไข่เค็ม กับยำผักกาดดอง
  • ให้เห็นชัดๆ ไข่ไม่เค็มจัดกินได้เพลินๆ
  • ยำผักกาดดองเปรี้ยวดี
  • ไชโป๊วผัดไข่แบบแห้งๆ ไม่มันเลี่ยน
  • แม่เจ้ารวมพะโล้ของโปรด ทั้งหูหมู ไสู้หมู เลือด เต้าหู้
  • ผัดผักกะเฉด
  • แอบถ่ายข้าวต้มปลาใส่บะเต็งของเฮียเป้ง จริงๆ มีอาหารเยอะแต่ถ่ายไม่ค่อยทันเลย T_T
  • ภาพสุดท้าย ณโมกับอาม่า