คอหมูทอดสูตรแม่ดาว

  • เมนูนี้ทำหลายวันแล้วแต่ไม่ได้เอามาลงเพราะออกไปนอกบ้านหลังปิดร้านทุกวันกลับมาก็ดึก กลางวันก็มีภาระกิจเยอะแยะ วันนี้พยายามทะยอยเอามาอัพให้หมด
  • วันก่อนพาณะโมว์ไปแอ่วกาดเหมือนทุกวันแวะซื้อคอหมูมาครึ่งกิโลราคา 55 บาทให้เขาหั่นเป็นชิ้นๆ บอกว่าจะเอาไปทอด
  • กว่าจะได้มีเวลาหมักหมูก็ตอนณะโมว์นอนหลับแล้วเลยตำกระเทียมพริกไทไม่ได้เพราะเดี๋ยวตื่น เป็นอันว่าหมักธรรมดาก็แล้วกัน เราใส่แค่ซอสหอยนางรม พริกไท ซีอิ๊วขาว น้ำตาลเล็กน้อยหมักเอาไว้แค่ 10 นาทีเพราะต้องทอดเตรียมเอาไว้ให้ณะโมว์กินตอนบ่าย 4 โมงหลังจากตื่นนอน
  • ใส่น้ำมันเล็กน้อยลงในกระทะใช้กระทะใบใหม่นี้ดีกว่าเทฟล่อนอีกเห็นเฮียเป้งบอกว่ามันทำมาจากหินอะไรสักอย่างเวลากระทะร้อนๆ ก็ล้างได้ใบละหลายพันอยู่ ไม่ได้ไปซื้อด้วยเลยไม่รู้รายละเอียด รู้แต่ว่าใช้แล้วม่วนขนาด
  • เราแค่จี่ๆ หรือนาบๆ เนื้อบนกระทะพลิกไปพลิกมาจนมันสุกให้มันใสๆ ถ้ามีเตาถ่านเอาไปย่างเป็นคอหมูย่างจะยิ่งหอม อันนี้ทอดให้หลานก็เลยต้องสุกหน่อย แต่ถ้ากินเองจะเอาแบบข้างในแดงนิดๆ ยังมีน้ำของหมูอยู่
  • ทอดเสร็จแล้วก็หั่นเป็นชิ้นๆ ของณะโมว์หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ หุงข้าวเหนียวรอเอาไว้ พอตื่นมาได้กลิ่นน้ากำลังทอดรีบวิ่งมาดูว่าน้าทำอะไร บอกว่ายังร้อนอยู่ก็ไม่ยอมมายืนลุ้นข้างเตากับน้าด้วย
  • หมักแบบนี้แล้วทอดหรือย่าง จะกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ทำน้ำจิ้มแจ่ว หรือจะทานกับผักสลัดพร้อมกับน้ำสลัดน้ำใสอร่อยมาก สมัยเด็กๆ เคยกินสลัดเนื้อสันใส่น้ำสลัดน้ำใสร้านภรณีอร่อยมากพอโตมาก็เลิกกินเนื้อวัวก็ต้องทำแบบนี้ทานเอง บางครั้งก็จะทำน้ำสลัดน้ำใสใส่ซอสมะเขือเทศลงไป หรือจะจิ้มกับซอสมะเขือเทศก็ได้ พวกน้ำสลัดน้ำใสกับซอสมะเขือเทศจะเหมาะกับพวกเนื้อหมูเป็นชิ้นๆ ทอด หรือไม่ก็หมูสับปรุงรสใส่หัวหอมทอดเป็นชิ้นกลมๆ แม่ชอบทำให้กินตอนเด็กๆ

ไหว้พระที่วัดอุโมงค์ เชียงใหม่

  • เมื่อวานตั้งใจว่าอยากจะไปไหว้พระที่วัดอุโมงค์หลังจากที่เพื่อนพี่เดียร์มาจากกรุงเทพเพื่อมาทำบุญที่วัดอุโมงค์แม่เขาไม่สบายเป็นมะเร็งตับ เขาบอกว่าคนที่ไม่สบายหนักๆ แม้แต่มะเร็งมาไหว้พระอธิษฐานที่นี่หายกันทุกคน ไม่น่าเชื่อเหมือนกันเราก็เลยอยากจะไปกราบพระบ้างเผื่อโรคปวดหัวไมเกรนจะหายเสียที เมื่ออาทิตย์ที่แล้วปวดหัวมากเฝ้าร้านอยู่ทนไม่ไหววิ่งขึ้นไปอาเจียน เลยไปให้เขานวดบ่าหมอนวดบอกว่าบ่าแข็งยังกับผู้ชายแหนะ นวดเสร็จก็สบายขึ้นแต่ก็ยังเวียนหัวอยู่ 3-4 วันกินยาก็ไม่หายหัวสมองไม่ค่อยแล่นเลย
  • เมื่อวานปิดร้านตั้งใจว่าจะไปสยามทีวีไปซื้อทีวีใหม่แล้วเผื่อจะดูเครื่องเล่นซีดีให้หลานเครื่องเก่าจอพังไปแล้วเอาไปซ่อมไม่ได้สักทีก็เลยจะซื้อใหม่ แต่ไม่มีดวงจะเสียเงินเพราะอยู่ๆ วันนี้ร้านปิดตั้งแต่บ่ายสามทั้งๆ ที่เขาไม่เคยปิด กะว่าจะไปกินส้มตำแก่นชัยก็เลยไม่ได้กิน เราเลยอยากจะพาหลานไปเดินสวนสาธารณะหรือพาไปเดินเล่น เพราะเห็นว่ายังไม่มืดนานๆ ทีจะมีเวลาได้เดินเที่ยวเล่นก่อนค่ำกับเขาสักที พี่เขยขับรถวนไปวนมาคิดว่าจะไปทำอะไรดี จริงๆ พี่เดียร์จะไปเดินซื้อกระเบื้องใส่คอนโดแต่ไปๆ มาๆ พี่เขยขับรถเข้าวัดแห่งหนึ่ง เราแทบกรี๊ดเพราะนั่นคือ วัดอุโมงค์ที่ตั้งใจอยากจะมาเหลือเกิน แหมไม่พูดไม่จาบอกกันก่อนเลยนะ
  • ดีที่พกกล้ิองตัวเล็กติดตัวไปด้วย แต่คุณภาพมันไม่ค่อยดีเป็นกล้องเก่าของเดือนทิ้งเอาไว้ เพราะว่าซื้อตัวใหม่เหมือนกับตัวที่เราใช้ประจำ ส่วนกล้องที่พี่พอลให้มาใช้ตั้งสี่ปีกว่าแล้วมันตายแล้ว กะว่าจะหาซื้อกล้องตัวใหม่แต่ต้องรอมีตังค์ก่อนตอนนี้มีกล้องให้ใช้หลายตัวรอดูตัวเล็กๆ แล้วคุณภาพดีๆ พกพาง่ายแล้วถ่ายสวยๆ หน่อย
  • ตอนแรกจอดรถไว้ที่หน้าวัดพอเดินเข้าไปรู้สึกว่ามันไกลเลยให้เฮียเป้งเดินไปเอารถมาจอดไว้ที่ทางจะขึ้นไปที่อุโมงค์ รูปปั้นพระพุทธรูปด้านหน้า
  • รูปปั้นท่านพุทธทาส ภายในวัดมีป้ายที่เขียนคำสอนต่างๆ ของท่านพุทธทาสเอาไว้รอบๆ
  • ไปถึงก็เย็นแล้วก็เลยรีบเดินเข้าไปดูภายในอุโมงค์ก่อน ณะโมว์ตื่นเต้นมากบอกว่า มืดตึ๊ดตื๋อ
  • เดินขึ้นไปชมพระธาตุ ท้องฟ้าวันนี้สวยจริงๆ เสียดายที่เอากล้องตัวเล็กไปแถมเมมโมรี่ก็แค่ร้อยกว่า ต้องคอยลบรูปทิ้ง เอาน่าดีกว่าไม่ได้รูปติดไม้ติดมือมา
  • เดินชมรอบๆ เจดีย์เสร็จแล้วก็เข้าไปกราบหลวงพี่ ท่านนั่งเทศน์สอนพุทธศาสนาอยู่ ได้ความรู้เกี่ยวกับการสวดมนต์ หลักของการนั่งสมาธิเป็นอย่างดี ได้คุยถึงเรื่องที่โลกจะแตกในปี 2012 หรือ พ.ศ. 2555 ที่เป็น talk of the town ในตอนนี้
  • ดูณะโมว์วิ่งเล่นไปมาวนเวียนแบบไม่กลัวพระ เพราะว่ามีญาติท่านเป็นพระมาเยี่ยมหาบ่อยๆ แต่ตอนนี้ท่านไปจำวัดที่อังกฤษแล้ว
  • พี่เดียร์สนทนาทางธรรมกับหลวงพี่
  • มีคนนำดอกลั่นทมและมังคุดมาถวายพระ
  • ท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกสีสวยจริงๆ วันนี้
  • หลังจากที่เดินชมวัดได้สักพักเราก็เข้าไปหาอะไรทานตรงถนนเส้นนิมมานเหมินทร์ พี่เดียร์อยากกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เลยแวะร้านก๋วยเตี๋ยวคุณหมออันเลื่องชื่อไม่เคยได้มีโอกาสได้ชิมสักที วันนี้ก็เลยแวะ ร้านทำใหม่น่านั่งมากแต่แสงไม่ค่อยมีเลยทำให้ถ่ายรูปอาหารไม่ค่อยได้เลย ยิ่งเป็นกล้องนี้ถ่ายแสงน้อยแล้วเบลอมาก ใช้แฟลชก็สว่างไป ถ้าเป็นกล้องรุ่นที่พี่เดียร์กับเดือนใช้จะชัดมาก กล้องเราก็ถ่ายตอนกลางคืนไม่สวยแต่ถ้าเป็นกลางวันใช้มาโครแล้วแจ่ม
  • บะหมี่ลูกชิ้นปลามาสองชาม ของโมว์กับปาป๊า
  • ของน้าดาวเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกเผาทะเล รสชาติแซ่บสะใจมากแบบไม่ต้องปรุง แต่ร้อนในเต็มปากมาสี่ห้าวันแล้วเลยกินลำบากไปหน่อย พี่เดียร์สั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เฮียเป้งสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลากระพงมาอีกชาม ไม่ได้ถ่ายเพราะภาพไหวมากแถมหลานซนมากกกกก ต้องคนจับคอยป้อนจะปีนลงจากเก้าอี้เด็กตลอด แค่จะกินก็ลำบากแล้วถ่า่่ยรูปด้วยอย่างหวัง (T_T)
  • สั่งยำเห็ดกรอบอะไรสักอย่าง น้ำยำไม่อร่อยอย่างแรงแบบว่ากินแทบไม่ได้เพราะมะนาวมันขมรสชาติแปลกๆ คาดว่าจะทำแบบมังสวิรัติเพราะชิมดูแล้วเขาใช้ซีอิ๊วขาวแทนน้ำปลา มะนาวก็ขมเราก็เลยคกินกันเปล่าๆ เอามาคลุกกับน้ำต้มยำของก๋วยเตี๋ยว แต่ยำมีไอเดียดีเอาผักกาดแก้ว แครอท ตะไคร้ เห็ดนางฟ้าชุบแป้งทอด โรยด้วยฟองเต้าหู้ทอดกร๊อบกรอบ โมว์ชอบกินอะไรกรอบๆ นั่งกินฟองเต้าหู้เำพลินเลย

หุงข้าวเหนียวด้วยไมโครเวฟ

  • ข้าวเหนียวกระติ๊บนี้เชื่อหรือไม่ว่าหุงด้วยไมโครเวฟไม่ได้ใช้หวดนึ่งแบบอีสาน ไม่ได้แช่ข้าวเหนียวเอาไว้ก่อน แค่หุงด้วยไมโครเวฟใช้เวลาประมาณ 12-15 นาทีก็ได้กินแล้ว รวดเร็วยิ่งกว่าเดินไปซื้อข้าวนึ่งในกาดอีก ตอนอยู่บ้านกรุงเทพจะหุงข้าวด้วยไมโครเวฟตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวญี่ปุ่น ข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวข้าวกล้องก็มี หุงง่ายไม่ต้องง้อหม้อหุงข้าวเลย เมื่อปีที่แล้วอากลับมาจากอเมริกาบอกเขาว่าเราหุงข้าวเหนียวด้วยไมโครเวฟไม่ต้องง้อหวด อยู่เมืองนอกก็จกข้าวเหนียวได้คือกั๋น
  • ซื้อข้าวเหนียวกิโลละ 20 บาทเขาบอกว่าอย่างดี เราตักมาสองถ้วยซาวน้ำหนึ่งครั้ง แล้วก็เทน้ำให้ท่วมประมาณหนึ่งข้อนิ้วไม่ต้องใส่เยอะเพราะข้าวเหนียวแบบดีคงจะใหม่ เราใช้โถเซรามิคที่เอาไว้ใส่สลัดมาทำแล้วปิดฝาด้วยจานไพเร็กซ์ (Pyrex) เพราะทนความร้อนได้ดี ถ้าเป็นจานเซรามิคถูกๆ พอโดนความร้อนนานๆ จะแตกง่าย แต่ถ้าอยู่บ้านกรุงเทพจะมีโถสำหรับไมโครเวฟที่มีฝาปิด เราจะหุงในนั้นแล้วพอทานไม่หมดก็จะเอาเก็บใส่ตู้เย็นได้เลย นับว่าสะดวกมากๆ
  • หุงด้วยไฟแรงสุด หรือปุ่ม cook ใช้เวลา 10 นาทีก็เอาออกมาใช้ช้อนคน ดูว่าเมล็ดข้าวบานหมดหรือยัง ถ้ายังมีบางส่วนยังเป็นไต หรือตากบก็เทน้ำลงไปแล้วก็ใช้ช้อนคนให้ทั่ว ข้าวเหนียวจะดูดน้ำ ถ้าเราใช้ไมโครเวฟทำอาหารเราจะสังเกตได้ว่าตรงส่วนกลางจะสุกหรือไหม้ก่อน ฉะนั้นเราต้องคนตรงกลางเหยาะน้ำลงไปก็ปิดฝาเอาเข้าไมโครเวฟต่ออีกสัก 3-5 นาทีก็ทานได้แล้วคะ
  • ป.ล. ดูจากรูปจะเห็นว่าตรงกลางเมล็ดข้าวยังเป็นตากบ หรือยังไม่บานเลย ต้องเหยาะน้ำลงไปแล้วก็คนปิดฝาแล้วเอาเข้าไมโครเวฟต่ออีกหน่อย
  • หลังจากที่เหยาะน้ำเพิ่มแล้วเอาเข้าไมโครเวฟข้าวเหนียวก็ออกมาน่าทานอย่างนี้ แต่ข้าวเหนียวที่หุงจะออกนิ่มๆ กว่าที่เขาขาย เพราะที่บ้านชอบกินข้าวเหนียวนิ่มๆ แต่ไม่แฉะกินแล้วเคี้ยวง่าย ย่อยง่าย โมว์ชอบแบบนี้มากเลย แต่ใครอยากจะกินแข็งๆ กว่านี้ก็ใส่น้ำน้อยลงหน่อย แ่ต่ต้องหมั่นเอาออกมาคนเพื่อไม่ให้ตรงกลางมันแห้งเกินไป

เครื่องในปิ้ง และไก่ปิ้ง (ย่าง)

  • เมื่อวานด้วยความอยากกินเครื่องในปิ้ง (อีกแล้ว) ก็เลยพาหลานเดินแอ่วกาดไปซื้อเครื่องในแบบรวมๆ มาครึ่งกิโล 40 บาท เวลาเราซื้อจากกาดเครื่องในจะเป็นพวงๆ มีกึ๋นตับและหัวใจติดกันเป็นพวงๆ ต้องมาตัดแต่งเองแถมเหมือนมีดีสีเหลืองๆ ด้วย ไขมันเป็นพวงเบ้อเริ่มเลย ไมเหมือนที่เราซื้อจากห้างเขาจะตัดแต่งมาให้เรียบร้อยแล้ว กึ๋นทำจะเป็นลูกๆ สวยงาม เลยบอกกับพี่เดียร์ว่าวันหลังไม่ซื้อตามกาดแล้วเห็นไขมันแล้วสยอง (อยากกินยังทำเป็นสยองอีก แฮะๆๆ )
  • บางคนไม่เข้าใจคำว่า ย่างกับปิ้ง โดยความรู้สึกของตัวเอง คำว่าปิ้งคนลาว คนอีสาน หรือแม้แต่คนเมืองก็ใช้คำว่าปิ้ง เช่นจิ้นปิ้ง ไก่ปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง แต่คนภาคกลางจะเรียกกันว่า ย่าง ส่วนคำว่า จี่ ก็คือการเอาเนื้อมานาบบนกระทะจนสุก ตอนไปที่ลาวไปกินหมูกระทะ เขาเรียกว่า จิ้นดาด lol.....
  • ซื้อเสร็จรีบขึ้นมาทำทันที เอารากผักชีที่แช่ในตู้เย็นมาตัดเป็นท่อนเล็กๆ กระเทียม พริกไทยมาโขลกรวมกัน
  • ตักรากผักชี กระเทียม พริกไทที่โขลกใส่กะละมังแล้วก็เทซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ผงปรุงรสอร่อยชัวร์ลงไป ยังไงก็อร่อยแน่ๆ
  • เอาเครื่องในลงไปคลุกทิ้งไว้สักสิบนาที จะนานกว่านั้นก็ยิ่งดีแต่เราอยากกินตอนเที่ยงก็เลยต้องรีบๆ เอามาเสียบไม้แล้วเอาไปอบโดยด่วน
  • ใช้ฝาอบลมร้อนเหมือนเช่นเคย เอาจานเซรามิคมารองก้นแล้ววางตะแกรงแล้วค่อยอบ เวลาน้ำหมัก หรือน้ำมันหยดจะได้ลงที่จานรอง เวลาล้างก็แค่ยกจานกับตะแกรงออกไปล้างเท่านั้นเอง ใช้ไฟประมาณ 250 F เวลาประมาณ 10-15 นาที อบด้านแรกสัก 10 นาทีจากนั้นก็กลับอีกด้านอบต่อแค่ 5 นาที อันนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะชอบแบบแห้งๆ หรือชุ่มฉ่ำ
  • พอดีมีน่องเล็กอยู่หนึ่งแพ็คก็เลยเอามาหมักด้วย กินกับข้าวเหนียวฮ้อนๆ ที่หุงด้วยไมโครเวฟ เข้าไปชมวิธีหุงข้าวเหนียวด้วยไมโครเวฟ ที่นี่คะ

งานวันเกิดแม่สิ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตอนเย็นปิดร้านแล้วก็ไปกินเลี้ยงวันเกิดแม่พี่เขย จัดล่วงหน้าก่อนเพราะวันเกิดจริงๆ วันที่ 24 ไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นโรงแรมเซนทาราดวงตะวัน จองโต๊ะแล้วเขาก็จัดเค้กวันเกิดให้ด้วย คิดค่าหัว 270++ เรากินประจำทางโรงแรมก็เลยแถมค่าน้ำชาเขียวรีฟิว หรือว่าน้ำเปล่าให้ด้วย
  • เป่าเค้กวันเกิดแต่ไม่ได้กินเพราะว่าทุกคนกินเค้กบนไลน์อาหารกันอิ่มเปล้ เรากินไอติมไปสองถ้วยตักอัลมอนต์กับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ใส่ลงไปเยอะกว่าไอติมเสียอีก
  • ไม่ว่าจะมีอาหารเยอะแยะแค่ไหนเราก็กินซ้ำๆ เดิมๆ ทุกที มีกุ้งเทมปุระ บะหมี่เย็น ไก่แช่เหล้า เกี๊ยวซ่า
  • โมว์ชอบกินซุปข้น ไข่ตุ๋น กุ้งย่าง เทมปุระ กินแทบจะทุกอย่างมีอะไรป้อนให้ก็กินหมด
  • สายๆ วันที่ 24 เป็นวันเกิดแม่สิก็ได้ไปทำบุญเลี้ยงอาหารคนชราที่่ี่บ้านพักคนชราธรรมปกรณ์ สั่งขนมจีนจากร้านไทยร่มเย็นในซอยเฮือนข้าเจ้า พอดีแม่สิรู้จักกับเจ้าของเขาก็เลยพาไปแนะนำขนมไทยๆ ที่ทำเองรสชาติไม่หวานมากนัก พอดีได้ชิมทองหยิบที่อี๊ซื้อมาแล้วรสชาติหวานน้อยดี
  • แจกเงินคนชราเอาไว้ใช้สอยต่างๆ
  • คนชราส่วนมากชอบกินขนมจีนน้ำยามากกว่าน้ำเงี้ยว สงสัยจะมีคนทำน้ำเงี้ยวมาเลี้ยงบ่อย
  • ทานเสร็จแล้วก็ร้องเพลงขอบคุณและร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้แม่สิ ทำเอาแม่กับอี๊น้ำตาไหลเลย
  • คนชราที่นี่บอกว่าไม่ต้องเอาอาหารอะไรมาเลี้ยงให้ยุ่งยาก แค่หมูทอดน้ำพริกกับผักก็อร่อยแล้วคะ เจ้าหน้าที่บอกว่าคนชราจะชอบทานน้ำพริกปลาทูกับผักต่างๆ ถ้าเราอยากจะเลี้ยงอาหารกลางวันก็เป็นเจ้าภาพได้เจ้าหน้าที่จะเตรียมข้าว น้ำพริก ปลาทอด ผักและแกงจืด ราคามื้อละ 4,000 บาทคะ เราอาจจะเอาขนมหรือไอศกรีมมาเลี้ยงเพิ่มเติมก็ได้คะ ป๊าสั่งไอศกรีมเป็นถ้วยๆ ของป่าตันมาเลี้ยง คุณตาคุณยายทานกันอย่างเอร็ดอร่อยกันเลยคะ
  • พอเลี้ยงอาหารคนชราแล้วเราก็ไปทานอาหารกลางวันบุัฟเฟ่ต์ที่โรงแรมเซนทาราดวงตะวันกัน (อีกแล้ว) พอดีไปสายแล้วอาหารเลยเหลือไม่ค่อยเยอะ ไม่ค่อยหน้ากินเท่าไหร่เมื่อเทียบกับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นตอนเย็น (เฉพาะวันศุกร์กับเสาร์) คุณภาพอาหารสู้ไม่ได้เลยคะ แต่พอดีไปทานบ่อยเขาก็ส่งบัตรทานอาหารกลางวันมาให้ฟรีตั้ง 8 ที่
  • อาหารมีซูชิ เราไม่ได้ชิม หอยจ้อไก่ ยำหมูย่าง ยำทะเล หัวปลาช่อนทอดมียำมะม่วงราด สลัดต่างๆ อร่อยตรงบาโลน่ากินซะเยอะเชียว มีเส้นพาสต้า เพนเน่ ข้าวผัดไข่กุ้ง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ผัดฉ่า มีเยอะแยะแต่กินไม่กี่อย่างเอง อ้อมีอาหารอินเดียเหมือนบุฟเฟ่ต์ญี่่ปุ่นด้วย ไอศกรีมไม่มีมีแต่ผลไม้กับน้ำแข็งไส อาหารกลางวันหัวละ 230++ ต่อท่านคะ

กูลิโกะโปเทโต้สปิคกี้ รสน้ำพริกหนุ่ม

วันก่อนออกไปนอกบ้านแวะปั้มน้ำมันซื้อขนมกับน้ำกินที่ปั้มน้ำมันก็เห็นกูลิโกะโปเทโต้สปิคกี้ รสน้ำพริกหนุ่ม เห็นแล้วต๊กกะใจ แม่เจ้ามีรสน้ำพริกหนุ่มโตยยยย
ขึ้นรถมาอยากแกะกินทันที แต่อยู่ต่อหน้าหลานด้วยกฎของที่บ้านไม่ให้กินอาหารในรถจะกินได้ก็ต่อเมื่อจอดรถแล้วถึงจะได้กิน เพื่อบ่มเพาะนิสัยที่ดีแก่บุตรหลานจึงต้องอดใจความอยากเอาไว้จนจอดรถ น้าก็รีบแกะออกมากิน พี่เีดียร์บอกว่าเคยชิมแล้วอร่อยดี เราก็ว่ามันอร่อยดีมีกลิ่นหอมของพริกเหมือนน้ำพริกหนุ่มเลย แถมณะโมว์ก็ชอบกินอีกเราว่ารสมันเผ็ดแต่โมว์ก็ยังกินได้ แย่งกันกินจนหมดกล่องหลานก็ยังร้องจะกินอีก
เราเสิร์ชในเน็ตมีแต่คนวิจารณ์ว่าเหม็นเขียวบ้าง ว่าเค็มไปบ้าง สงสัยที่บ้านคุ้นเคยกับน้ำพริกหนุ่้มเป็นอย่างดีเรื่องเหม็นเขียวบ่หยั่นเราแกะออกมาได้กลิ่นยังว่าหอมกลิ่นพริกหนุ่มซะงั้น ลองหาซื้อชิมแล้วเล่าให้ฟังบ้างเน้อว่าลำก่อ ส่วนเฮาบอกได้คำเดียวว่า "ลำแต๊แต๊

ยำวุ้นเส้น

  • ยำวุ้นเส้นเป็นอาหารประจำบ้านตั้งแต่เป็นเด็กๆ เพราะเป็นเมนููโปรดของแม่ แม่จะทำกินเป็นประจำเวลานึกอะไรไม่ออกก็ยำวุ้นเส้นนี่หละ แม่จะมีวิธีรวนหมูสับที่ไม่เหมือนใครคือจะเอาหมูใส่หม้อเทน้ำไปเล็กน้อยแล้วก็ระดมใส่น้ำปลาลงไปหมูก็จะเค็มๆ เรียกว่าเค็มปิ๊ดปี๋เชียวหละ เมื่อก่อนสมัยเรียนเคยทำยำวุ้นเส้นกับเพื่อนแล้วเราทำหมูแบบนี้เพื่อนหาว่าเราบ้าทำหมูอะไรฟะเค็ม (ชะมัด) แต่พอเขายำไปแล้วเอามาชิมใหม่หมูที่เขาว่าเค็มๆ กลับรสชาติพอดีๆ เลยเชียวหละ
  • ชอบกินยำวุ้นเส้นใส่เห็ดหูหนูซื้อมา 10 บาท ต้นหอมคื่นช่าย 5 บาท มะนาวตอนนี้ถูกสุดๆ ระดมใส่ไม่อั้น มีเห็ดหูหนู (เคย) ขาว เอามาแช่ใส่ด้วยค้างในตู้นานมากทำกินหลายปีไม่หมดสักที ซื้อตีนไก่มา 20 บาท หมูสับเล็กน้อย
  • ส่วนผสมชัดๆ มะนาวใช้ 4 ลูกใส่ไปเลยไม่ยั้ง
  • วิธีทำของเราก็พิศดาร (อีกแล้ว) สมัยก่อนจะรวนหมูแล้วค่อยลวกวุ้นเส้นกับเห็ดต่างๆ แล้วค่อยยำใส่หม้อเล็กๆ หรือชามใบใหญ่ แต่หลังๆ เริ่มค้นพบวิธีที่ทำให้รวดเร็วไม่ต้องเปลี่ยนภาชนะไปมา สำหรับคนที่ไม่ได้ทำขาย คือเราจะใส่น้ำลงไปเล็กน้อยในหม้อหรือกระทะเทฟล่อนใบใหญ่ๆ จากนั้นก็ใส่หมูสับและเทน้ำปลาลงไปรวนจนหมูเกือบสุกก็ใส่เห็ดต่างๆ ลงไป จากนั้นก็ใส่วุ้นเส้นที่แช่แล้วลงไป ถ้าแห้งไปก็เติมน้ำลงไปให้พอเหลือน้ำเล็กน้อย ที่ทำแบบนี้วุ้นเส้นจะดูดน้ำจากหมูสับไปด้วย คนจนเส้นนุ่มดีแล้วก็ใส่ตีนไก่ลงไปคนไม่ต้องนานเพราะตีนไก่สุกแล้วถ้าคนนานเนื้อมันจะเละ แค่นี้ก็ยกลงจากเตาเอามาปรุงรส
  • เราซื้อหัวหอมแขกมา 10 บาทใช้ไปสองลูกใหญ่ๆ หั่นพริกขี้หนู บีบมะนาว เติมน้ำกระเทียมดองเล็กน้อยแล้วไม่ต้องใส่น้ำตาล ถ้าไม่ใส่ก็เหยาะน้ำตาลลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากันก็ใส่ต้นหอมกับคื่นช่ายลงไป
  • ที่ทำหม้อนี้กินได้ 4 คนแบบกินเปล่าๆ ไม่ต้องกินข้าวเลย กินแทนข้าวเย็นก็อิ่มได้คะ
  • ของที่ซื้อมายังเหลือทำยำมาม่าใส่ตีนไก่ ใส่เห็ดได้อีกมื้อนึงในเย็นของวันรุ่งขึ้น นับว่าทำกับข้าวกินเองประหยัด สะอาดแล้วก็ได้ปริมาณเยอะมาก ที่สำคัญปราศจากผงชูรสแน่นอนคะ

แ่อ่ววัด เดินเล่นถนนคนเดินวันอาทิตย์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากปิดร้านตอนเย็นก็ชวนน้องนุชที่ร้านไปถนนคนเดินเพราะนัดเพื่อนคนลาวที่มาจากหลวงพระบางเอาไว้ เขามาเรียนโทที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพิ่งมาได้สองอาทิตย์เขาก็พักอยู่แถวๆ วัดพระสิงห์ใกล้ๆ ถนนคนเดินท่าแพก็เลยนัดเจอกันเสียหน่อย
ก่อนไปแวะวัดศรีสุพรรณก่อนเพราะนุชบอกว่ามีงาน เราไม่ได้แวะเข้าไปวัดนี้ปีกว่าแล้วหลังจากที่ตั้งใจว่าจะต้องมาถ่ายรูปวัดนี้ตอนกลางวันสักครั้ง เมื่อปีที่แล้วเราได้บริจาคใบโพธิ์เงินเขียนชื่อลงไปเพื่อนำไปหลอมทำอุโบสถเงิน ต้องขออธิบายเกี่ยวกับวัดนี้สักหน่อยคือวัดนี้ตั้งอยู่ที่ถนนวัวลายซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่ใหญ่ของเชียงใหม่ ทุกๆ วันเสาร์จะถนนคนเดินสมัยแรกๆ ยังเคยเอาของไปนั่งขายเลยแต่มันเงียบๆ ถนนนี้เมื่อก่อนขายพวกตุ้มหูเงินผสมออกแนวเหนือๆ สวยเงินตีเป็นลายต่างๆ เราซื้อเก็บไว้เยอะตอนนี้ขึ้นราคาไปมากเชียว
  • รูปปั้นยักษ์หน้าตาน่ารักเห็นแล้วอดที่จะถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้
  • พอเข้าวัดเห็นรูปปั้นพระพิฆเนศรีบเข้าไปกราบ น่าจะเพิ่งสร้างองค์สวยงามมากๆ สร้างด้วยเงินองค์ใหญ่
  • ยังไม่เคยเห็นพระพิฆเนศที่สร้างด้วยเงินสวยแบบนี้มาก่อนเลย
  • รอบๆ อุโบสถมีพานให้หย่อนเงิน 108 เหรียญ
  • มาคราวที่แล้วสร้างได้นิดเดียวตอนนี้ก้าวหน้าไปเยอะ งานละเอียดมากๆ เสียดายที่เมื่อสร้างเสร็จแล้วผู้หญิงไม่สามารถที่จะเข้าไปข้างในได้ตามความเชื่อของทางเหนือ
  • กำลังเก็บรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม คาดว่าปีหน้าคงจะเสร็จสมบูรณ์
  • พระบรมสารีริกธาตุ
  • มีดนตรีพื้นเมืองเล่นให้ฟังด้วย ไม่รู้ว่ากำลังซ้อมกันหรือเปล่าเห็นมีเด็กผู้ชายมาเล่นกลองสะบัดชัยให้ดูด้วย
  • ออกจากวัดศรีสุพรรณก็ผ่านตลาดประตูเชียงใหม่ก็อดใจไม่ได้ เพราะปีกว่าแล้วที่ไม่ได้มากินผัดไทเจ้าอร่อยที่นี่ ได้แต่ผ่านไปผ่านมาแล้วก็บอกพี่เดียร์ว่าผัดไทเจ้านี้อร่อยแต่ก็ไม่ได้จอดรถกินสักที วันนี้บอกนุชว่าแวะกันกินก่อนไปเดินถนนคนเดินกันเถอะ เราสั่งผัดไทมะละกอไม่ต้องกินแป้งกินแต่ผักๆ จะได้ผอมๆ วันนี้เขาผัดแฉะมากน่าจะใส่น้ำมะขามเปียกหนักมือไปหน่อย จานนี้ 25 บาทเท่านั้น กินกันแทบไม่หมดเลย
  • มีผักสดๆ เยอะแยะให้หยิบ
  • ของนุชเป็นวุ้นเส้นผัดไทเห็นแล้วน่ากินราคา 25 บาทเหมือนกัน
  • สั่งนมเย็น กับโอวัลตินปั่นมากินแก้วละ 12 บาท ข้างร้านมีขายปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ด้วยแต่อิ่มแล้วขอบายยยย
  • พอเจอกับเพื่อนแล้วก็เดินเล่นกันพอดีผ่านวัดเจดีย์หลวงที่เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนมาเดินถนนคนเดินก็แวะเข้าไปถ่ายรูปได้เยอะเลย วัดนี้แวะเข้าไปไหว้พระกับเจดีย์หลวงหลายครั้งตั้งแต่มาอยู่เชียงใหม่นับว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของชาวเชียงใหม่ วันนี้โชคดีที่เขาเปิดโบสถ์เราก็เลยได้เข้าไปกราบไหว้พระด้านใน พอเข้าไปแทบตะลึงเพราะเป็นโบสถ์ที่สูงมากทำให้มองเห็นเป็นสีทองอร่าม
  • ไม่ค่อยได้เห็นพระประธานเป็นองค์ยืนสำหรับวัดทางเหนือ เห็นแล้วนึกถึงพระบางไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันไหม สงสัยต้องลองหาประัวัติมาอ่านเพิ่มเติมสักหน่อย
  • ออกจากวัดเจดีย์หลวงก็เดินย้อนกลับมาแวะวัดพันอ้นซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ด้านหน้ามีกาดมั่วเราแวะร้าน ส้มตำสั่งส้มตำไทยใส่ปู ยำมะม่วงเผ็ดเล็กน้อยพองาม ส่วนเพื่อนคนลาวสั่งตำลาวเอาแบบเผ็ดสุดๆ แล้วก็ข้าวไข่เจียวมากิน
  • กลับมาบ้านก็ลุต๊อง แฮะๆๆ ปวดท้องเพราะวันนี้น่าจะเป็นวัน papaya festival กินผัดไทก็เส้นมะละกอ มากินส้มตำอีก
  • พรุ่งนี้จะไปกินอาหารญี่ปุ่นที่โรงแรมเซทาราดวงตะวันอีกแล้วเนื่องจากวันเกิดแม่พี่เขย จะเก็บภาพมาฝาก อาทิตย์หน้าจะไปกราบพระที่วัดอุโมงค์ไม่ไกลจากบ้านแต่ไม่มีโอกาสไปสักทีเขาว่าพระที่นั่นศักดิ์สิทธิ์ใครไม่สบายไปกราบไหว้แม้แต่มะเร็งยังหาย จะถ่ายรูปมาให้ชมนะคะอดใจรอหน่อยคะ