แซบหลายที่่ร้านอาหารอีสานแก่ันชัย เชียงใหม่

อาทิตย์ที่แล้วไปเดินดูทีวีที่สยามทีวี ว่าจะซื้อทีวีใหม่เพราะเครื่องเก่าได้ตายไปแล้ว เอาอีกเครื่องมาดูแต่มันเสียบจานดาวเทียมได้อย่างเดียวไม่มีแจ็คให้เสียบ DVD คุณหลานรักก็เลยอดดูการ์ตูน เครื่องเล่นเล็กๆ ก็พังตายคามือหลานไปแล้ว ตอนนี้ก็เลยเดือดร้อนถึงน้าเพราะต้องใช้โน๊ตบุ๊คเปิดการ์ตูนให้หลานดู งานการเลยไม่ค่อยได้ทำ ดูซิปรับ PR ครั้งนี้ยังได้เท่าเดิมแต่กลับอีก blog นึงคนเข้าน้อยกว่าเยอะเลย PR ขึ้นเป็น PR3 ซะงั้น ตอนนี้ยังงงๆ อยู่่ว่ามันมาได้ไง เอาหนะไว้ปรับครั้งหน้าของให้ขึ้นเป็น PR4 ก็แล้วกันเนอะ
ปล่อยให้พี่เขยเดินดูทีวีไป เราก็ไปนั่งกินส้มตำรอดีกว่าเพราะหลานรักได้ทำการวิ่งไปรอบๆ ร้านเขาอยากเมามัน กลัวจะไปดึงปลั๊กทีวีเขาเสียหมดร้าน อีกอย่างคนท้องเริ่มหิวถ้าไม่รีบหาอะไรกินเดี๋ยวมีอัน'รมณ์เสีย
อยากสั่งปลาดุกย่างให้ณะโมว์แต่หมดแล้วก็เลยได้ไก่ย่าง พี่เดียร์สั่งส้มตำปูม้า น้ำตกหมู เราอยากกินแกงอ่อมเลยสั่งแกงอ่อมปลาช่อน ณะโมว์อยากกินปลาก็เลยป้อนบอกว่าเผ็ดๆ ก็จะกิน แปลกดีชอบกินอะไรเหมือนผู้ใหญ่ อาหารเด็กๆ น้ำหวาน น้ำผลไม้ ไอศกรีมไม่ชอบเลย กินไปกินมาสั่งส้มตำปูม้ามากินอีกจาน แล้วก็สั่งใส่ถุงไปอีก 2 ถุงไปฝากบ้านอี๊ เขาโทรมาชวนให้ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่บ้านเราก็เลยกินรองท้องไปแค่นี้ก่อน อ้อ เขามีจ้ำปะ (ขนมปังเย็น) เราสั่งมาถ้วยหนึ่งเล็กๆ
ทุกวันนี้พี่เดียร์พร่ำพรรณาถึงส้มตำปูม้าไม่ขาดปาก อาหารอร่อยทุกอย่างเจ้าของร้านบอกว่าครั้งหน้าลอง "ปูดำตำซิ่ง" ดูแล้วจะติดใจจานละ 200 เป็นปูทะเลพูดแล้วน้ำลายสอ ทำเนียนแอบแพ้ท้องแทนพี่สาวซะงั้น คราวก่อนกลับไปบ้านกรุงเทพมีคนซื้อของดองให้พี่เดียร์สามถุงใหญ่ อิฉันนั่งกินคนเีดียวทั้งสามถุง
  • แกงอ่อมปลาช่อนให้เนื้อปลาเยอะดี ใส่ผักไม่ค่อ่ยหลากหลายเน้นเนื้อปลา ซดน้ำซุปอร่อยมาก
  • น้ำตกหมูรสชาติอร่อย เราไม่ค่อยชอบแต่เป็นเมนูโปรดพี่เดียร์
  • ส้มตำปูม้ารสชาติอร่อยสุดๆ สั่งเบิ้ลสองจาน
  • ไก่ทอดของณะโำมว์ มันแห้งไปหน่อยเพราะมาเย็นแล้ว มีข้าวเหนียวอีก 3 กระติ๊บ ตอนนี้พยายามไม่ค่อยให้ณะโมว์กินข้าวเหนียวมาก เพราะถ้าไปเข้าโรงเีรียนแล้วไม่มีข้าวเหนียวให้กินจะร้องว่า "เหนียว เหนียว" ลั่นโรงเรียนจะลำบากกกกกก

นั่งกินจิ้มจุ่มหน้าเซเว่นแถวสะพานผ่านฟ้า กรุงเทพ

  • ตอนไปกรุงเทพได้มีโอกาสไปไหว้พระวัดภูเขาทองไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขาทองหลายปีแล้วตั้งแต่เคยไปงานภูเขาทองตั้งแต่สมัยยังทำงานที่คู่แข่งอยู่เลย วันนี้ก็เลยชวนน้องซีซีไปไหว้พระกัน แต่ก่อนไปไหว้พระก็แวะกินผัดไทพิศมัยก่อนแต่รสชาติก็ไม่ค่อยถูกปากเคยกินครั้งแรกตอนที่มาเดินเล่นงานภูเขาทองนั่นหละ คราวนี้ไปนั่งกินก็เจอหมิวกับก้องนั่งกินกันอยู่ก่อน สงสัยมาเดินถ่ายรูปวัดวาแถวนี้เหมือนกัน
เราเดินไปเที่ยววัดเทพธิดาราม กับวัดราชนัดดา จากนั้นก็ขึ้นไปบนวัดภูเขาทองบรรยากาศดี มีทางขึ้นไปสวรรค์ด้วยแต่วันนี้ปิดเพราะจะมีขบวนเสด็จ เดินออกจากวัดมาก็แวะเซเว่นหาอะไรเย็นๆ กิน พอดีมีขบวนเสด็จก็เลยยืนรอ พอออกมาเห็นร้านส้มตำตั้งอยู่หน้าเซเว่นเห็นหอยแครงตัวใหญ่ๆ ทำให้น้ำลายสอ ทั้งๆ ที่เพิ่งกินมาจากอ่างศิลา ก็เลยตัดสินใจว่าแวะกินมันตรงนี้เลยดีกว่า
  • สั่งจิ้มจุ่มหมูหนึ่งชุด หมูนุ่มๆ ซดน้ำชื่นใจ
  • น้ำจิ้มแจ่วอร่อยมาก เราใช้จิ้มทุกอย่าง
  • หมูหมักนุ่มๆ
  • น้ำซุปอร่อย ซดจนหมดหม้อเลย
  • จิ้มจุ่มพร้อมกินแล้ว
  • ลิ้นหมูย่างหอมๆ เคี้ยวหนึบๆ น้ำจิ้มที่เขาให้มามันไม่อร่อยก็เลยใช้น้ำจิ้มของจิ้มจุ่มแซ่บกว่ากันเยอะเลย
  • ส้มตำไทยใส่ปูก็อร่อย
  • หอยแครงลวกตัวโตๆ เลือดเยิ้มๆ
  • ถ่ายไม่ค่อยชัด กล้องตัวนี้พอแสงไม่ดีถ่ายแล้วไหวทุกที หรือว่าหิวจนมือสั่นก็ไม่รู้

แอ่วพัทยา ตอน 3

ขากลับแวะตลาดหนองมนซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ แล้วแวะร้านขันทองที่อ่างศิลาแค่แวะหลายหนตั้งแต่สมัยสาวๆ ตอนนี้ก็มีร้านเพิ่มเล็กน้อยแต่ดูแล้วก็ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเท่าไหร่ ที่แวะร้านขันทองเพราะว่ามีห้องน้ำห้องท่าอย่างดี ถ้ากินร้านอื่นต้องไปเข้าห้องน้ำแบบเสียเงิน
พอแวะเข้าไปแล้วก็เลยเห็นว่าร้านนี้มีกองละครมาถ่ายด้วย
ณะโมว์เพิ่งตื่นนอนหน้าตางัวเงีย แล้วก็หิวอย่างแรง
นอนดูวิวระหว่างรออาหาร จานแรกมาเสิรฟ์เป็นข้าวผัดปู
สั่งปูนึ่งมาจานหนึ่งแค่ 250 บาทเองเนื้อปูหวาน แล้วก็สดมากๆ ที่เชียงใหม่ก็มีปูนึ่งสดๆ แบบนี้แต่ตัวเล็กตัวละ 100 บาท มาถึงที่นี่มากินถึงถิ่นกินกันสะใจจริงๆ
พี่เขยสั่งส้มตำทะเล ใส่ปลาหมึกสดๆ ชิ้นใหญ่ๆ แถมไข่ต้มแก้เผ็ดด้วยคะ
สั่งปูม้าผัดผงกระหรี่ จานนี้ถูกปากทุกคน เพราะนอกจากปูจะหวานสดแล้วรสชาติผัดผงกระหรี่ก็หอมมากๆ ที่เชียงใหม่มีร้านหนึ่งผัดอร่อยมากแต่ร้านนั้นยุงเยอะตั้งแต่มีหลานก็ไม่เคยแวะไปกินอีกเลย
จานสุดท้ายเป็นหอยแครงลวกเลือดเยิ้มๆ หอยตัวใหญ่แล้วก็สด นี่ถ้ามีน้ำจิ้มหวานใส่ถั่วด้วยจะอร่อยยิ่งขึ้น

อัลบั้มภาพไปแอ่วพัทยา คลิ๊กที่นี่

แอ่วพัทยา ตอน 2

วิวจากห้องพักเป็นห้องพักสองห้องนอนมีห้องรับแขกนั่งชมวิวเห็นสวนน้ำและกระเช้าอย่างชัดเจน
มาถึงห้องตอนบ่ายๆ ก็นอนหลับกันคนละงีบ ตอนเย็นๆ ก็อาบน้ำแต่งตัวไปเดินเล่นเซ็นทรัลแห่งใหม่กัน
ไปนั่งกินอาหารที่ foodcenter แอร์เย็นฉ่ำจนต้องเอาผ้าอ้อมมาพันให้โม
อาหารก็ธรรมดาแต่ที่ชอบที่สุดก็คือเครปสตอเบอรี่มีไอศกรีมมาด้วย เราชอบกินไส้สตอเบอรี่ข้างใน เดี๋ยวหน้าหนาวคราวนี้จะลองทำดูบ้าง เอาสตอเบอรี่สดๆ มาทำดู
ณะโมว์โปรดปรานโดเรมอนมากถึงมากที่สุดตั้งแต่เด็กๆ มีอะไรเป็นโดเรมอนไปหมด เห็นชุดโดเรมอนชุดนี้ตั้งแต่โมเป็นเบบี๋อยากซื้อแต่ไม่มีไซส์ พอโตแล้วเราเห็นขายในกาดก็เลยบอกพี่เดียร์ให้ซื้อ ได้ราคาถูกกว่ากรุงเทพเยอะเลย

แอ่วพัทยา ตอน 1

เมื่อปลายเดือนเมษากลับไปบ้านที่กรุงเทพ จริงๆ แล้วจะกลับไปบ้านที่กรุงเทพตอนช่วงเดือนเมษา-พฤษภาแทบจะทุกปีจะพาณะโมว์ไปเที่ยวทะเลแล้วก็กลับไปเยี่ยมเยียนอา และไปดูบ้านที่กรุงเทพด้วย ปีนี้โมโตขึ้นมาก เราจูงหลานไปเดินเล่นโลตัสเอ็กเพลสแถวบ้านตามความใฝ่ฝันที่วางแผนไว้มานานแต่แล้วคุณหลานก็รื้อร้านเขาแทบพัง จนอิฉันเข็ดไม่พาไปอีกแล้ว T_T
ปีนี้แม่ไปด้วยเพราะว่าขึ้นเครื่องกลับไปตั้งแต่กลางเดือนเมษาแล้วก็อยู่รอเพื่อกลับด้วยกัน ปีนี้พาโมไปเที่ยวพัทยาพี่เดียร์เลยจองพัทยาปาร์คเพื่อจะได้พาโมไปเล่นน้ำ เราเคยไปที่นี่แล้วสองหน หนแรกพ่อพามาเที่ยววตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นโรงแรมแบบนี้มีแค่บ้านพัก จำได้ว่าตอนนั้นเล่นเครื่องเล่นสนุกมาก เล่นน้ำทั้งวันเลย กับอีกครั้งเมื่อห้าปีที่แล้วได้มาทำงานเลยไม่ได้เล่นอะไรเลย
เรามาถึงพัทยาตอนเที่ยงๆ แวะกินอาหารร้านอาหารทะเลตรงชายหาดจอมเทียนจำไม่ได้ว่าร้านอะไร อาหารพอทานได้ แต่มีเส้นผมใส่ในข้าวผัดด้วยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเขา แค่หยิบออกแล้วกินต่อไป


 
ยำปูสดๆๆ

 
ปลานึ่งรสจืดไปนิดเลยขอน้ำจิ้มซีฟู้ดเขาเพิ่ม เพราะปรกติเขาบอกว่าไม่มีน้ำจิ้มให้

ข้าวผัดปูเนื้อปูเป็นต่อนๆ แต่เป็นเนื้อปูช่วงก้ามเอามาแกะไม่ใช่เนื้อล้วนๆ
อัลบั้มภาพไปแอ่วพัทยา คลิ๊กที่นี่

ยำกุนเชียง

กลับมาเชียงใหม่ได้อาทิตย์ืหนึ่งแล้ว ไม่ค่อยได้ทำกับข้าวเพราะหลานกวนเหลือเกิน หลายวันมานี้นอนหัวค่ำตื่นตอนตีสี่ลุกขึ้นมาทำงานจนหกโมงเช้าได้ยินเสียงหลานงอแง ก็เลยชวนไปใส่บาตรรีบเดินออกมา ให้ล้างหน้าแปรงฟันก่อนก็ไม่ยอมจะไปแอ่วกาดให้ได้ ก็เลยจูงหลานเดินไปใส่บาตรที่กาด ตอนนี้ค่อยยังชั่วไม่ต้องอุ้มเดินกาดได้หนึ่งรอบใหญ่ๆ สบายๆ

เมื่อวานนอนคิดอยู่ว่าจะทำยำกุนเชียง ก็เลยแวะซื้อหัวหอมใหญ่ที่ปอกไว้แล้วแม่ค้าบอกว่าครึ่งกิโล 8 บาท คื่นช่าย 5 บาท พริกขี้หนู 5 บาทเยอะมาก คาดว่ากินไม่หมดก่อนเน่าแน่ๆ
ได้กุนเชียงจากสุรินทร์เป็นของฝากตั้งแต่สงกรานต์ เจ้ข้างบ้านเอามาฝาก เราก็เอาไปอบด้วยฝาอบลมร้อนคู่ชีพ ใช้ไฟอ่อนๆ อบประมาณ 10 นาทีก่อนอบก็เอาไปล้างน้ำก่อน หรือจะใช้ไมโครเวฟก็ได้แต่ระวังมันจะไห้มตรงกลางต้องคอยๆ กลับ แต่ถ้าใครไม่กลัวอ้วนก็เอาไปทอดได้เลย
ปรุงน้ำยำโดยใส่น้ำปลากับน้ำมะนาวไม่ต้องใส่น้ำตาลเพราะกุนเชียงหวานอยู่แล้ว ถ้าชอบกระเทียมดองก็เอาน้ำมาใส่ด้วย ตามร้านข้าวต้มเขาชอบใส่แตงกวาแต่เราใส่หอมหัวใหญ่เยอะแล้วก็เลยไม่อยากใส่แตงกวาอีก

รู้เรื่องโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

คล้ายไข้เดงกีแต่ไม่ถึงช็อก

 

 

ลักษณะโรค

 

          โรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีอาการคล้ายไข้เดงกี แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีการช็อก

 

สาเหตุ  

 

          เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) ซึ่งเป็น RNA Virus จัดอยู่ใน genus alphavirus และ family Togaviridae มียุงลายAedes aegypti, Ae. albopictus เป็นพาหะนำโรค

 

วิธีการติดต่อ     

 

          ติดต่อกันได้โดยมียุงลาย Aedes aegypti เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ  เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้

 

ระยะฟักตัว 

   

          โดยทั่วไปประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน

 

ระยะติดต่อ    

 

          ระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 เป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก

 

อาการและอาการแสดง     

 

          ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกายและอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง (conjunctival injection) แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ในผู้ใหญ่อาการที่เด่นชัดคืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis) อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก อาจพบ tourniquet test ให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae) บริเวณผิวหนังได้

 

ความแตกต่างระหว่างDF/DHF กับการติดเชื้อ chikungunya

 

          1. ใน chikungunya  มีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกว่าใน DF/DHF คนไข้จึงมาโรงพยาบาลเร็วกว่า

 

          2. ระยะของไข้สั้นกว่าในเดงกี ผู้ป่วยที่มีระยะไข้สั้นเพียง 2 วัน พบใน chikungunya ได้บ่อยกว่าใน DF/DHFโดยส่วนใหญ่ไข้ลงใน 4 วัน

 

          3. ถึงแม้จะพบจุดเลือดได้ที่ผิวหนัง และการทดสอบทูนิเกต์ให้ผลบวกได้ แต่ส่วนใหญ่จะพบจำนวนทั้งที่เกิดเองและจากทดสอบน้อยกว่าใน DF/DHF

 

          4. ไม่พบ convalescent petechial rash ที่มีลักษณะวงขาวๆใน chikungunya

 

          5. พบผื่นได้แบบ maculopapular rash และ conjunctival infection ใน chikungunya ได้บ่อยกว่าในเดงกี

 

          6. พบ  myalgia / arthralgia ใน chikungunya ได้บ่อยกว่าในเดงกี

 

          7. ใน chikungunya เนื่องจากไข้สูงฉับพลัน พบการชักร่วมกับไข้สูงได้ถึง 15% ซึ่งสูงกว่าในเดงกีถึง 3 เท่า

 

ระบาดวิทยาของโรค      

 

          การติดเชื้อ Chikungunya virus เดิมมีรกรากอยู่ในทวีปอาฟริกา ในประเทศไทยมีการตรวจพบครั้งแรกพร้อมกับที่มีไข้เลือดออกระบาดและเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย เมื่อ พ.ศ. 2501 โดย Prof.W McD Hamnon แยกเชื้อชิคุนกุนยา ได้จากผู้ป่วยโรงพยาบาลเด็ก กรุงเทพมหานคร

 

          ในทวีปอาฟริกามีหลายประเทศพบเชื้อชิคุนกุนยา  มีการแพร่เชื้อ 2 วงจรคือ primate cycle (rural type) (คน-ยุง-ลิง)  ซึ่งมี Cercopithicus monkeys หรือ Barboon เป็น amplifyer host และอาจทำให้มีผู้ป่วยจากเชื้อนี้ประปราย หรืออาจมีการระบาดเล็กๆ (miniepidemics) ได้เป็นครั้งคราว เมื่อมีผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันเข้าไปในพื้นที่ที่มีเชื้อนี้อยู่ และคนอาจนำมาสู่ชุมชนเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มียุงลายชุกชุมมาก ทำให้เกิด urban cycle (คน-ยุง) จากคนไปคน โดยยุง Aedes aegypti และ Mansonia aficanus เป็นพาหะ

 

          ในทวีปเอเซีย การแพร่เชื้อต่างจากในอาฟริกา การเกิดโรคเป็น urban cycle จากคนไปคน โดยมี Ae. aegypti เป็นพาหะที่สำคัญ ระบาดวิทยาของโรคมีรูปแบบคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อที่นำโดย Ae. aegypti อื่นๆ ซึ่งอุบัติการของโรคเป็นไปตามการแพร่กระจายและความชุกชุมของยุงลาย หลังจากที่ตรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย ก็มีรายงานจากประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ได้แก่ เขมร เวียตนาม พม่า ศรีลังกา อินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

 

          โรคนี้จะพบมากในฤดูฝน เมื่อประชากรยุงเพิ่มขึ้นและมีการติดเชื้อในยุงลายมากขึ้น พบโรคนี้ได้ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากไข้เลือดออกและหัดเยอรมันที่ส่วนมากพบในผู้อายุน้อยกว่า 15 ปี ในประเทศไทยพบมีการระบาดของโรคชิคุนกุนยา 6 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2531 ที่จังหวัดสุรินทร์  พ.ศ. 2534 ที่จังหวัดขอนแก่นและปราจีนบุรี  ในปี พ.ศ.2536 มีการระบาด 3 ครั้งที่จังหวัดเลย นครศรีธรรมราช และหนองคาย

 

การรักษา

 

          ไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจง (specific treatment) การรักษาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง (supportive treatment) เช่นให้ยาลดอาการไข้ ปวดข้อ และการพักผ่อน

 

 

 

ที่มา : สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

 

“ชิคุนกุนยา” ไวรัสสายพันธ์ใหม่แพร่จากยุงลาย

ชี้ไม่มียารักษาแค่ประคับประคองตามอาการเท่านั้น

 

 

ระบาดอีกแล้ว!!! โรคที่มาพร้อมกับยุง.... เมื่อบอกอย่างนี้หลายคนคงนึกถึงโรคไข้เลือดออก  ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ไข้มาเลเรีย  ที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค แต่ที่น่าตกใจเพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้เท่านั้นแต่กลับมีโรคที่มีชื่อแปลกๆ ว่า ชิคุนกุยา มาทำความรำคาญและแพร่ระบาดหนักอยู่ในภาคใต้ของประเทศเราอยู่

 

สถานการณ์ล่าสุด!!! หลังจากพบผู้ป่วยที่มีอาการเหมือนติดเชื้อไวรัสชิคุกุนยา ใน 2 จังหวัดภาคใต้ คือจังหวัดนราธิวาสและปัตตานี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เร่งส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อหาทางยุติการแพร่ระบาดของโรคนี้

 

... เชื่อได้เลยว่าหลายคนยังคงไม่คุ้นหูกับโรคชิคุนกุนยา ไม่รู้ว่ามันเป็นโรคอะไร???? บ้างก็แตกตื่นคิดว่าเป็นโรคสายพันธ์ใหม่ แต่จริงๆ แล้วโรคนี้มีมานานแล้ว โดยถิ่นกำเนิดแรกของมันอยู่ที่ทวีปอาฟริกา และแพร่ระบาดไปหลายประเทศๆ ทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็รวมประเทศไทยของเราด้วย ซึ่งตรวจพบโรคชิคุนกุนยาครั้งแรกพร้อมกับที่มีไข้เลือดออกระบาดและเป็นครั้งแรกในทวีปเอเชีย

 

น.พ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาบอกถึงโรคดังกล่าวว่า ชิคุนกุนยาเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผู้ใหญ่ ซึ่งอาการที่เด่นชัดในผู้ใหญ่คืออาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ (migratory polyarthritis) อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้เลือดออก ที่อาจพบ tourniquet test ให้ผลบวก และจุดเลือดออก (petichiae) บริเวณผิวหนังได้

 

สาเหตุการติดต่อ!! โรคนี้ติดต่อกันได้โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลายเมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถูกกัดทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้

 

ระยะการฟักตัว!!!  โดยทั่วไปจะมีการฟักตัวประมาณ 1-12 วัน แต่ที่พบบ่อยประมาณ 2-3 วัน ระยะติดต่อคือระยะไข้สูงประมาณวันที่ 2-4 ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก สำหรับอาการและอาการแสดง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกหรือข้อ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หรือมีเลือดออกตามผิวหนัง และอาจมีอาการคันร่วมด้วย พบตาแดง แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว  

 

แม้อาการนำของโรคชิคุนกุนยา จะคล้ายโรคไข้เลือดออกหรือหัดเยอรมัน แต่ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อก หรือเลือดออกมาก โรคชิคุนกุนยาพบมากในฤดูฝน และทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากโรคไข้เลือดออกและหัดเยอรมันที่มักพบในผู้อายุน้อยกว่า 15 ปี

 

ดูแล้วเหมือนมันอาจจะไม่ค่อยรุนแรงเหมือนโรคไข้เลือดออกสักเท่าไหร่ แต่ถึงแม้มันจะไม่สามารถคร่าชีวิตคนเราไปได้ แต่เราก็ควรที่จะระมัดระวังเอาไว้ โดยเฉพาะลูกเด็กเล็กแดงที่อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ง่าย อีกทั้งช่วงนี้ฝนตกบ่อยทำให้มีน้ำขัง เหมาะแก่การเจริญเติบโตของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะนำโรคอีกด้วย

 

ส่วนวิธีป้องกันนั้น!!!  ถึงแม้ทุกวันนี้ยังไม่ยาหรือวัคซีนตัวใดที่ใช้รักษาได้โดยตรงทั้งโรคไข้เลือดออกและโรคชิคุนกุนยา ดังนั้นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ ถ้ามีไข้สูง ก็ให้ยาลดไข้ หรือลดอาการปวดข้อ และพักผ่อนให้เพียงพอก็สามารถบรรเทาอาการไปได้ แต่อย่างไรก็ตามการป้องกันการแพร่พันธุ์ของยุงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ต้องหมั่นตรวจดูที่เก็บกักน้ำ ไม่ว่าจะเป็น บ่อ กะละมัง เพราะเป็นแหล่งที่ยุงออกไข่ จึงจำเป็นต้องมีฝาปิด ที่ใดที่จำเป็นต้องมีน้ำขังอยู่ก็ให้ใส่ทรายอะเบทลงไปเพื่อป้องกันการวางไข่ และควรเลี้ยงปลาในอ่างที่ปลูกต้นไม้ หรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เพราะปลาจะกินลูกน้ำเป็นอาหาร

 

แต่นอกเหนือจากการป้องกันการแพร่พันธ์ของยุงแล้ว ตัวเราเองก็ต้องป้องกันตัวเราไม่ให้ถูกยุงกัดด้วย ควรติดมุ้งลวดในบ้าน หรือทายากันยุงขณะทำงานและออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัดตอนกลางวัน และที่สำคัญต้องเฝ้าสังเกตคนในบ้านว่ามีไข้และอาการคล้ายกับโรคชิคุนกุนยาหรือไม่ หากมีก็ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

 

ถึงแม้ว่าวันนี้ โรคชิคุนกุนยาจะเป็นโรคใหม่ที่มีชื่อไม่คุ้นหูนัก แต่หากปล่อยให้แพร่ระบาดไปสู่วงกว้างอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจได้ ... วันนี้เพียงป้องกันยุงลาย นอกจากจะป้องกันไข้เลือดออกแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคชิคุนกุนยาได้ด้วยนะค่ะ

   

เรื่องโดย ณัฐภัทร  ตุ้มภู่  Team Content  www.thaihealth.or.th