ลาบปลาดุก

กลางวันนี้ทำลาบปลาดุกกินกับข้าวนึ่งฮ้อนๆ ตั้งใจอยากจะกินลาบปลาดุกมาเป็นเดือนแล้ว  เห็นณโมกินปลาดุกกับข้าวนึ่งทุกวัน สลับกับไก่ย่าง เราก็เก็บคีบ หนังแล้วก็หางมากิน วันนี้ก็เลยฝากป้าที่ทำงานในร้านซื้อมาเผื่อให้ด้วย 2 ตัว ตัวละ 20 บาทตัวใหญ่ๆ สดๆ แต่มันมันไปหน่อย
อุ้มหลานไปกาดซื้อผักมาทั้งตระกร้านี้ 15 บาท ล้างเด็ดใบเสียๆ ออกผึ่งใส่ตระกร้าเอาไว้
จากนั้นก็แกะเนื้อปลาเอามาสับๆ  ไส้
 ตับ เครื่องใน หนังก็เอามาด้วย สับให้ละเอียด เราชอบกินคีบปลาที่บ้านเรียกว่า "ตะเข็บชายแดน
" ชอบแย่งกันกิน ไม่ใช่มืออาชีพกินไม่ได้เพราะมันจะมีก้างปลาเล็กๆ บ้านอื่นกินเนื้อปลากัน ที่บ้านตรงหาง ตะเข็บชายแดน หนังโดนลอกไปกินเหลือแต่เนื้อๆ 
ใครอยากจะแกะแล้วเอาไปตำก็ได้ แต่เราแค่สับๆ ก็พอแล้ว จากนั้นก็ใส่น้ำปลา มะนาวใส่ไป 2 ลูกครึ่ง น้ำตาลเล็กน้อย พริกป่น ข้าวคั่ว คลุกให้เข้ากัน
ซอยต้นหอม ผักชีฝรั่งใส่ลงไปคลุกให้เข้ากัน เราใส่มะเขือเทศ
ราชินีลูกเล็กๆ หั่นใส่ไปด้วย  เห็นพ่อค้าส้มตำใส่ด้วยก็เลยใส่จะได้ไม่แห้งเกินไป  ตักใส่จานกินกับใบโหระพา  ใบสะระแหน่ ผักชี ต้นหอม มะเขือเทศราชินีลูกเล็กๆ กรอบๆ แม่ซื้อมาน่ากินมาก แต่กินไม่เป็น แฮะๆๆ เราซื้อผักไผ่ หรือผักแพวมาด้วยกินกับลาบเข้ากันขนาด   เดินไปซื้อข้าวนึ่งฮ้อนๆ ที่กาดมา 10 บาท ฮ้อนๆ นิ่มๆ มาจิ้มกิน ข้าวนึ่งคำ ผักคำ ลำแต๊ๆ 

อาหารแซ่บๆ ในเวียงจันทน์ 2

  • ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว เคยทำกินแล้วก็รีวิวไปแล้ว อันนี้คือต้นฉบับเป็นแรงบันดาลใจให้เราทำกินเองยามคิดถึงความแซ่บ ดูซิกระเพาะหมูกับปอดเพียบเลย
  • ส้มตำที่ลาวใส่แค่เส้นมะละกอ มะเขือเทศ ถั่วฟักยาวแค่นี้เองก็แซ่บแล้ว ไปเวียงจันทน์กินทุกวันวันละหลายรอบ เวลาสั่งต้องบอกว่าเอาพริกแค่เม็ดหรือสองเม็ดเท่านั้น เพราะว่าพริกลาวเม็ดป้อมๆ  มันเผ็ดโพด (มาก)  ไม่ค่อยได้ใส่เครื่องแต่ราคาแพงกว่าเมืองไทย จานละประมาณ 30-40 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน
  • ผัดหมี่เอาไว้กินแก้เผ็ดรสชาติอร่อยมาก กินกับส้มตำแล้วเข้ากัน เขาจะใส่เลือดมาให้ด้วย
  • ผักให้มาถาดเบ้อเริ่มเช่นเคย  กินกาแฟที่ลาวไม่ว่าร้านไหนก็อร่อย เข้มข้นถึงใจจริงๆ แม้จะแพงกว่าบ้านเราก็เหอะ นับว่าคุ้มค่าจริงๆ

อาหารแซ่บๆ ในเวียงจันทน์ 1

  • บะหมี่ในเวียงจันทน์ก็คล้ายๆ บ้านเราแต่เขาไม่ได้ใส่ผักกวางตุ้ง เขาจะมีผักคล้ายๆ ผักคอสใส่ในชามมาให้ ถ้าอยากกินผักก็ขอถั่วงอกลวกเขาจะลวกใส่่ถ้วยมาให้กิน มีน้ำซุปมาให้ด้วย
  • เครื่องปรุงใส่ถ้วยมาให้ ไม่มีพวงเครื่องปรุง
  • ข้าวเปียกไก่ หรือคนไทยจะเรียกว่า ก๋วยจั๊บญวน ที่เวียงจันทน์ไม่ได้ใส่หอมเจียวเหมือนทางอีสานบ้านเรา เนื้อไก่ใช้ไก่บ้านเนื้อเหนียวๆ 
  • หั่นปาท่องโก๋ หรือจะก้วยใส่ลงไปด้วย แซ่บๆๆ
  • จะมีจะก้วยตัวใหญ่ๆ ใส่ตะกร้าเอาไว้ พร้อมกับกรรไกรให้ลูกค้าตัดใส่ข้าวเปียกกิน
  • ชามนี้เป็นเฝอ ร้านแถวๆ ตลาดเซ้า ใส่ผงชูรสเยอะมากๆ จนเรากินแต่เส้น เขาจะมีกะปิมาให้ใส่ หรือเอาผักสดๆ มาจิ้มกิน บางร้านมีผงนัว หรือผงชูรสบ้านเราให้ใส่เพิ่มได้ตามสบาย เห็นแล้วขนลุกเลย
  • เฝออีกเจ้านั่งกินหน้าวีช็อป เป็นเฟรนไชส์ของไทย ชามนี้เกือบ 40 บาท แต่ออฟชั่นเพียบชามใหญ่ๆ มีผักให้กินไม่อั้น แถมด้วยมะนาวสดๆ 

ไก่ย่างหมักนมข้นหวาน

ไก่ลดราคาอีกแล้ว สะโพกติดน่องราคาแค่กิโลกรัมละ  48 บาท ส่วนน่องราคากิโลกรัมละ 52 บาท ก็เลยซื้อมาหมักเกือบสองกิโล เอาไว้ให้หลานกินได้เป็นอาทิตย์เลยทีเดียว

ตอนซื้อมาเราจะล้างไก่ให้สะอาดเสร็จแล้วก็จะเทผงปรุงรส หรือเกลือ พริกไทลงไปคลุกให้เข้ากัน พอให้มีรสชาติเค็มๆ  หมักเอาไว้เผื่ออยากจะกินทอดหนังกรอบๆ  หรือจะเอาไปทำกับข้าวอย่างอื่นได้
เราหมักเอาไว้ตอนกลางคืน ตอนสายๆ ก็เอามาหมักตำกระเทียม พริกไทดำ รากผักชีแล้วก็ใส่ใบผักชีลงไปตำด้วยนิดหน่อยตำให้ละเอียดแล้วก็เทใส่กะละมังผสมใส่ซอสหอยนางรมเติมนมข้นหวานลงไป จากนั้นก็คนให้เข้ากันลองชิมรสดูให้ออกเค็มๆ หวานๆ ไม่ต้องเค็มมากนักเพราะเราหมักผงปรุงรสกับ
เกลือไปแล้ว แต่ถ้าไม่ได้หมักเอาไว้ก่อนก็ปรุงรสให้เค็มขึ้นอีกได้  เวลากินไก่ย่างรสชาติมันจะต้องเค็มๆ หวานๆ หนังกรอบๆ เนื้อข้างในยังฉ่ำอยู่ 
หมักเอาไว้ข้ามคืนหรือสัก 4-5 ชั่วโมงในอุณหภูมิปรกติก็ได้
เคล็ดลับที่ดาวอบไก่ จะหันด้านที่ไม่มีหนังขึ้นข้างบนเพื่อทำให้สุกก่อน (ดาวใช้ฝาอบลมร้อน ความร้อนจะอยู่ด้านบน) อบด้วยอุณหภูมิสัก 225 c ใช้เวลา 10 นาที จากนั้นก็พลิกด้านหนังขึ้นเร่งไฟให้
แรงขึ้นประมาณ 300c  เราจะเอาน้ำมันไก่ที่หยดอยู่ในชามรองมาทาบนหนังไก่ด้ว
ยก็ได้
 จะทำให้หนังมันและสีสวยน่าทาน อบสัก 10 นาที ระวังอย่าให้มันไหม้ บ่อยครั้งที่ดาวตั้งเตาอบแล้วก็ลงไปเฝ้าร้านกลับขึ้นมาหนังไหม้เกรียมเลย ถ้าช่วงเร่งไฟแรงควรจะคอยมองเป็นระยะๆ ดีกว่า
พอครบตามเวลาที่กำหนดแล้วก็เอาออกมาดูว่าสุกหรือยัง เพราะชิ้นไก่แต่ละชิ้นขนาดไม่เท่ากัน เราจะต้องกะเอาเองด้วย แต่ส่วนมากจะใช้เวลาราวๆ 20-25 นาที  หนังไก่จะกรอบเนื้อข้างในยังฉ่ำอยู่ 
  • ถ้าไม่กลัวเรื่องไขมัน หรือคลอเรสเตอรอลก็ตักน้ำมันไก่จากการอบเอาข้าวเหนียวมาจิ้มรสชาติอร่อยเหาะจริงๆ เลย

กินแหนมเนืองที่เวียงจันทน์

ไปเบิ่งเวียงจันทน์เมื่อหลายปีก่อน ตะเวนกินอาหารเสียทั่วเวียงจันทน์ อาหารเด็ดที่โปรดปรานที่สุดคือ แหนมเนืองรสเด็ดพร้อมผักสดๆ  จานโตจะเสิร์ฟมาพร้อมกับกะยอ หรือปอเปี๊ยะทอดจะรวมมาในชุดเลย  ชุดนี้หมู 4 ไม้ราคาเป็นเงินไทยประมาณ 200 กว่าบาท  ร้านนี้แวะซื้อกลับบ้านหอบขึ้นเครื่องบินไปฝากถึง  3  ครั้งกินกันจนพุงกางทั้งครอบครัวเชียวหละ
  • เซ็ท 4 ไม้  ให้ข้าวปุ้น (ขนมจีน) มาจานใหญ่เลย
  • ผักสดๆ ก็เยอะ
  • ผัดสดๆ ผักที่ชอบหน้าตาคล้ายกับผักคอส
  • หมูปิ้งหอมๆ 
  • กะยอแป้งกรอบๆ มาพร้อมกับชุดแหนมเนือง

ผัดมาม่าใส่ไข่

มื้อเที่ยงนี้ผัดมาม่าใส่ผักกวางตุ้งไต้หวัน กับแครอทแล้วก็ใส่ไข่ด้วย  พอดีมีกวางตุ้งไต้หวันเหลือตั้งแต่ทำบะหมี่ ซื้อมาถุงละ 10 บาท ต้องเอามาหั่นแล้วล้างสะอาดหลายๆ น้ำ จะต้องถูเอาเศษดินติดตามก้านด้วย  เวลาซื้อผักจากตลาดต้องล้างเยอะกว่าในห้าง แต่ราคาถูกกว่ากันเยอะเลย

วันนี้ซอยแครอทใส่หนึ่งลูก ผักกวางตุ้ง 10 บาท มาม่าควิก 3 ห่อ ใส่ไข่ 2 ฟอง  ตอนผัดก็มีเด็กๆ ข้างร้านมาเล่นกับณะโมว์ 2 คน เลยตักกินกัน สรุปว่าผู้ใหญ่กิน 3 คน เด็กอีก 3 คน แต่คนละถ้วยเล็กๆ 
ณะโมว์กินผักกวางตุ้งเป็นแล้ว  เพราะมันนิ่มๆ กินตรงใบ  ตอนนี้เริ่มโตแล้วเขาจะกินอะไรเขาจะบอกว่ากินอะไร เช่น ไข่ 
หมี่ ผัก ถ้าคีบใส่ปากผิดไปจากที่บอกก็จะคายออก ช่างเป็นเด็กที่มีความต้องการชัดเจนดีจริงๆ 

ลาบไก่คานาเป้

เราตกแต่งด้วยยอดผักชีฝรั่งอ่อนๆ เวลาตัดผักชีฝรั่งเราจะเก็บรากใส่กระป๋องแล้วใส่น้ำไว้ แช่สักอาทิตย์หนึ่งมันก็จะงอกออกมาให้เราได้กินอีก  ส่วนมากจะเอาไว้ตกแต่งอาหารเพราะมันเล็กๆ ใบจะเขียวๆ มันๆ กว่าใบแก่ 
คานาเป้คืออะไร??
  • คานาเป้ (ฝรั่งเศสCanapé) เป็นอาหารชิ้นเล็ก ๆ ที่มักมีไว้ตกแต่งอาหาร สามารถถือได้โดยนิ้วมือและมักรับประทานได้ภายในคำเดียว มักเสิร์ฟในช่วงค็อกเทล คานาเป้ส่วนใหญ่มักจะรสเค็มหรือเผ็ด เพื่อที่ทำให้แขกดื่มได้มากขึ้น ชิ้นส่วนของคานาเป้เช่น แคร็กเกอร์ ขนมปังหั่นเป็นแผ่นชิ้นเล็ก ๆ ขนมปังอบ ตัดออกในรูปร่างต่างกัน อาจทาเนย และด้านบนอาจเป็นเนื้อ เนย เนื้อปลา คาเวียร์ ฟัวกรา ซอสหรือเครื่องปรุง

ลาบไก่

เมื่อตอนเย็นกินลาบไก่ใส่เครื่องในของโปรด วันนี้ไม่ได้ทำเองอีกแล้วเป็นอาหารจากปิ่นโตตอนมื้อกลางวันยังไม่ได้กินก็เลยเอาไว้กินตอนกลางวัน  จริงๆ แล้วเราชอบกินลาบไก่ใส่เครื่องในมากกว่าลาบหมูอีก ที่ชอบเพราะใส่เครื่องในนี่หละ โดยเฉพาะกึ๋น ตอนเด็กๆ คนในหมู่บ้านทำอร่อยขึ้นชื่อเวลามีงานทีไรเขาจะต้องทำมาเลี้ยงประจำ

ขั้นตอนการทำก็เหมือนกับลาบหมูที่เคยทำ  แต่ไก่เราต้องสับเอง สับหยาบๆ หน่อยแล้วก็หั่นเครื่องในรวนให้สุกแล้วก็ปรุงรส แค่นี้ก็อร่อยได้อีกมื้อแล้ว

ตู้หยอดเหรีญขายพิซซ่าอัตโนมัติ-let's pizza

ถ้าใครไม่อยากนั่งรอพิซซ่า 15 นาที เวลาที่เข้าไปสั่งรับประทานภายในร้าน ลองตู้พิซซ่าหยอดเหรียญดูบ้างเป็นไร ที่เห็นในภาพเป็นตู้ผลิตพิซซ่าแบบหยอดเหรียญ ผลงานของนายคลอดิโอ ทอร์เกเล ผู้ประกอบการชาวอิตาเลียน ตู้ผลิตพิซซ่าของเขาสามารถปรุงและอบพิซซ่าเสร็จสรรพในเวลาเพียง 3 นาที โดยเจ้าเครื่องนี้จะเริ่มกระบวนการตั้งแต่ผสมแป้ง ตีแป้ง วางหน้าพิซซ่าและราดซอสมะเขือเทศก่อนอบ ทั้งหมดนี้ลูกค้าสามารถมองเห็นผ่านช่องกระจก จึงรับประกันความสดใหม่ สนนราคาเริ่มที่ประมาณ 4.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 162 บาท) ซึ่งไม่แพงเท่าไหร่ แต่ค่าตู้น่ะเครื่องละ 32,000 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือกว่า 1.15 ล้านบาท ใครจะลงทุนบ้าง
บทความจาก หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

น้ำพริกลงเรือ

เมื่อวานกินน้ำพริกลงเรือ ไม่ได้ทำเองเป็นอาหารจากปิ่นโตตอนกลางวัน  เพิ่งกินน้ำพริกลงได้สักสิบกว่าปีแล้ว ตอนเด็กกินแต่น้ำพริกกะปิย่าจะทำให้กินบ่อยๆ จะทำแบบเผ็ดของผู้ใหญ่ และแบบไม่ใส่พริกสำหรับเด็ก ๆ เลยทำให้เรากินน้ำพริกกะปิได้ตั้งแต่เล็กๆ กินกับชะอมชุบไข่ทอด

ได้กินน้ำพริกลงเรือครั้งแรกจากร้าน "รชา"  จำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว มันเป็นร้านอาหารไทยแบบ delivery สมัยก่อนร้านอาหารแถวบ้านไม่ค่อยมีต้องเดินไปไกลหรือไม่ก็ไปตลาด เราก็เลยชอบโทรสั่งมากินจะเป็นอาหารชุดๆ  เราต้องสั่งให้ครบสองร้อยถึงจะส่ง  ก็เลยได้ลองชุดข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ  มีน้ำพริกลงเรือมาให้ด้วย น้ำพริกลงเรื
อต้องกินกับขมิ้นขาวถึงจะอร่อยสุดๆ ร้านนี้แกะสลักมาอย่างสวยงามลเชียวหละ 
ชอบกินน้ำพริกลงเรือมากก็เลยหาวิธีทำจากหนังสือทำอาหารที่บ้านแล้วก็ลองทำ  การทำก็เหมือนทำน้ำพริกกะปิจากนั้นเราก็ทำหมูหวานแล้วก็เอามาผัดรวมกัน รสชาติจะออกหวานๆ เปรี้ยวๆ เค็มๆ เ อาไข่เค็มมาหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ โรยหน้า  กินกับผักสดต่างๆ เช่น แตงกวา ถั่วพลู ถั่วฟักยาว มะเขือ ขมิ้นขาว 
ไปค้นหาสูตรอาหารชาววังมาให้เผื่อใครอยากจะทำแบบต้นตำรับกันคะ

น้ำพริกลงเรือ

(ตำราเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์) เครื่องปรุง กะปิดี พริกชี้ฟ้า หรือพริกขี้หนู กระเทียม น้ำปลา น้ำตาล มะนาวหรือมะดัน กระเทียมดอง ไข่เค็ม ปลาดุกหรือปลาช่อน หมู 3 ชั้น มะเขือเปราะ น้ำมัน  วิธีทำ

  • ตำน้ำพริกอย่างน้ำพริกจิ้มผักธรรมดา แต่ให้เหลวหน่อย 
  • หมู 3 ชั้นหั่นทำหมูหวานไว้
  • ตั้งกระทะเจียวกระเทียมให้หอม
  • เทน้ำพริกลงไปผัดพอสุก เทใส่ถ้วยไว้
  • หั่นหมูหวานเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ปลาช่อนหนึ่งให้สุก แกะเอาแต่เนื้อ
  • เอามือขยี้ให้ละเอียดเอาลงทอดให้กรอบ ใส่ชามไว้
  • กระเทียมดองซอยหยาบๆ ไข่เค็มบิออกเป็นชิ้นเล็กๆ 
  • มะเขือ แตงกวาผ่าเป็นคำๆ
  • เอาจานลึกมาใส่ของทั้งหมด จัดให้สวยน่ากิน

กิน-ดื่ม ผลิตภัณฑ์ผสมสารอาหารดีชัวร์หรือมั่วนิ่ม

บทความจาก: นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 251

   คุณมาลี จิรวงศ์ศรี นักวิชาการอาหารและยา กองควบคุมอาหาร เล่าว่า “จริงๆแล้ว อาหารที่มีการเติมสารอาหารมีมานานแล้ว แต่ว่าได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มเล็กๆ แต่พอผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (อาหารรูปแบบ แคปซูลเม็ด) อยู่ในกระแสนิยมของผู้รักสุขภาพทั้งหลาย ทางยุโรปเขาก็มองว่า เราควรกินอาหารรูปแบบปกติ แต่ควรจะดึงดูดมากขึ้น โดยการเพิ่มสารอาหารลงไป จึงมีการขยายตัวของอาหารเติมสารอาหารมากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกอย่างหนึ่ง”

   “การเติมสารต่างๆ ลงไปทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก โดยขึ้นอยู่กับกระแสของสังคมตอนนั้นว่าสนใจอะไร ฉะนั้นการเติมสารตัวใดตัวหนึ่งจะเป็นเรื่องของการตลาดเป็นหลัก เป็นการเติมเพื่อสร้างจุดขายให้กับผู้บริโภคสนใจมากกว่า”

มีทั้งคุณและโทษในขวดเดียวกัน

   คุณมาลีอธิบายเพิ่มเติมว่า “ถ้าเป็นการเติมวิตามินและแร่ธาตุในรูปแบบและปริมาณที่เรากำหนดลงไปในอาหารไม่มีโทษแน่นอน แต่ถ้าเติมเกินขนาดที่กำหนด และกินติดต่อกันเป็นเวลานานก็เป็นอันตรายต่อร่างกายได้เหมือนกัน”

   “ส่วนสารอื่นๆที่ไม่ใช่วิตามินและแร่ธาตุ ถามว่าได้ประโยชน์ไหม เช่น ซอยเปปไทด์ ก็มีประโยชน์ตัวเช่นเดียวกับสารอาหารกลุ่มโปรตีน แต่ถามว่าได้แค่ไหน ไม่สามารถตอบได้เพราะยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะสรุปประโยชน์ในลักษณะอื่นๆได้ และเราไม่อนุญาตให้กล่าวอ้างสรรพคุณ คุณประโยชน์ทางอาหารบนฉลาก”

   ดร.เอกราช เกตวัลย์ นักวิชาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยเสริมความรู้เรื่องอาหารเติมสารว่า “ร่างกายคนเราจะได้รับประโยชน์จากสารที่เติมลงไปนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง คือหนึ่ง กระบวนการผลิต เช่น วิตามินที่เติมลงในน้ำผลไม้หรือเติมลงในนม ขนมปัง ต้องผ่านการให้ความร้อนก่อน วิตามินบางตัว เช่น วิตามินซี เมื่อได้รับความร้อนจะถูกทำลายได้ง่าย และอีกอย่างคือ เมื่อยู่ในรูปเครื่องดื่มอาจทำปฏิกิริยาระหว่างวิตามินหรือสารอาหารด้วยกันเอง ยิ่งถ้ามีสารอาหารหลายๆชนิดที่เติมลงไปแล้วผู้ผลิตไม่ได้ศึกษาถึงความคงที่ของสารที่เติมลงไป ร่างกายอาจไม่สามารถดูดซึมได้ดี

   “สอง ชนิดของสารอาหารที่เติมและสภาพร่างกาย เช่น คอลลาเจน เมื่อกินคอลลาเจนเข้าไปร่างกายจะย่อยให้แตกตัวเป็นกรดอะมิโนแอซิด แล้วจึงนำอะมิโนแอซิดที่ได้กลับไปสร้างเป็นคอลลาเจนใหม่ ไม่ใช่การดื่มเครื่องดื่มผสมคอลลาเจนเข้าแล้วจะได้เป็นคอลลาเจนเลย จึงขึ้นอยู่กับว่าร่างกายมีความสามารถสังเคราะห์กลับมาได้เท่าไร และความสามารถในสังเคราะห์กลับคืนมาขึ้นอยู่กับ สภาพร่างกาย เช่น ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีร่างกายไม่แข็งแรงการสังเคราะห์คอลลาเจนจะลดลง เมื่อกินคอลลาเจนเข้าไปเท่าไร ร่างกายก็จะสังเคราะห์เท่าที่ทำได้ ไม่มีการสังเคราะห์เพิ่ม ดังนั้นกินเข้าไปมากเท่าไรก็ไม่มีประโยชน์”

สำรวจตลาดผลิตภัณฑ์เติมสารอาหาร

   อาจารย์เอกราชจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้

  • กลุ่มบำรุงสมอง

   เปปไทด์ เปปไทด์ถั่วเหลือง (Soy Peptide) คือ โปรตีนหน่วยย่อยที่ได้จากการย่อยโปรตีนถั่วเหลืองด้วยเอนไซม์ ปัจจุบันมีการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ของเปปไทด์ถั่วเหลืองที่มีต่อสุขภาพในด้านการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง โดยจะช่วยเพิ่มการสร้างสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเปปไทด์ถั่วเหลือง (soy peptide) ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น การเรียนรู้ ความจำ และมีคุณสมบัติในการลดความเครียด แต่งานวิจัยในเรื่องดังกล่าวยังค่อนข้างจำกัดและไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ

   นอกจากนี้ร่างกายคนเรายังสามารถสร้างสื่อประสาทบางประเภทจากกรดอะมิโนหรือเปปไทด์ที่ได้จากการย่อยโปรตีนจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไป และยังมีสารสื่อประสาทอื่นๆ ที่ไม่ได้สร้างขึ้นจากกรดอะมิโนหรือเปปไทด์ อีกทั้งสารสื่อประสาทนั้น ได้รับการควบคุมโดย DNA ของแต่ละคน ซึ่งจะสร้างขึ้นตามความจำเป็นของร่างกาย การมีเปปไทด์ในกระแสเลือดมากขึ้น จึงไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาทมากขึ้น

   โอเมก้า 3 โอเมก้า 3 คือ กรไขมันไม่อิ่มตัวที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารทั่วไป แต่ก็มีอยู่ในปริมาณสัดส่วนที่ต่ำมาก โอเมก้า 3 มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง ตับ และระบบประสาทที่เกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้ รวมถึงเรตินาที่ช่วยการมองเห็น นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด

  • กลุ่มชะลอวัย

   คิวเทน (Q 10) ด้วยเหตุที่คิวเทนทำหน้าที่ในกระบวนการเสริมสร้างพลังงานให้แก่ทุกๆ เซลล์ และเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้นท์ช่วยป้องกันการทำลายเซล์เนื้อเยื่อของร่างกาย จึงมีการนำมาใช้ในด้านความสวยงาม อย่างไรก็ตามคิวเทนที่ได้รับจากอาหารจะดูดซึมเข้าสู่เลือด และอวัยวะต่างๆ แต่จะดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้น้อย ซึ่งจะให้ผลในด้านสุขภาพโดยรวมมากกว่าด้านผิวพรรณ

   คอลลาเจน คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่ง มีมากที่สุดในร่างกาย คือมีอยู่ประมาณ หนึ่ง ใน สาม คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง พบได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหนังตึงและเนียนเรียบ โดยทำหน้าที่คู่กับโปรตีนอีกชนิดหนึ่งคือ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ผิว แต่จริงๆแล้วในเชิงโภชนาการ คอลลาเจนจัดเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพต่ำ ถ้าเราได้รับโปรตีนในรูปของคอลลาเจนเพียงชนิดเดียว เราก็อาจเกิดอาการขาดโปรตีนได้ และส่งผลเสียต่อร่างกาย ที่สำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานวิจัยที่ยืนยันว่าการกินคอลลาเจนจะช่วยชะลอผิวหนังที่เสื้อมสภาพตามวัยได้

  • กลุ่มควบคุมน้ำหนัก

   อินูลินและโอลิโกฟรุคโตส อินูลินและลิโกฟรุคโตสสเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ มีความสามารถในการละลายน้ำได้ดีกว่าใยอาหารที่ละลายน้ำชนิดอื่นๆ เนื่องจากมีขนาดโมเลกุลเล็กว่า จึงถูกแบคทีเรียย่อยสลายได้ กลายเป็นอาหารที่ดีของจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ของเรา โดยเฉพาะจุลินทรีย์สุขภาพ ใยอาหารจำพวกนี้จัดเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) และการที่สารทั้งสองเป้นใยอาหารจึงให้ผลลัพท์เช่นเดียวกับใยอาหารอื่นๆ ในแง่ของระบบการย่อยอาหารและการขับถ่าย

   คาร์นิทีน ตามปกติร่างกายสังเคราะห์แอลคาร์นิทีนได้จากไลซีนและเมทไธโอนีนอยู่แล้ว การที่คนขายกล่าวอ้างว่า เมื่อรับประทานพร้อมกับการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญอาหารให้ดีขึ้น และช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่มีการวิจัยที่ยืนยันเรื่องนี้ชัดเจน

  • กลุ่มสวยงามและบำรุงสุขภาพ

   กลูต้าไทโอน (Gluta thione) เป็นกลุ่มอนุมูลย่อยของกรดอะมิโน 3 ชนิด (Tripetide) ได้แก่ Cysteine, Glycine และ Glutamic Acid มีหน้าที่สำคัญคือ ช่วยสร้างเอนไซม์ชนิดต่างๆ ที่ช่วยกำจัดพิษออกจากร่างกาย เช่น พิษของโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิดให้เป็นสารที่สะลายน้ำได้ดีขึ้น และง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย และจัดเป็นสารแอนตี้ออกวิเด้นท์ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ร่างกายสามารถสร้างกลูตาไทโอนได้เอง และกลุตาไทโอนไม่สามารถดุดซึมเข้าร่างกายได้ทันที ดังนั้นการกินกลูตาไทโอนที่เติมลงในอาหารจึงไม่ทำให้ผิวขาวได้

   คลอโรฟิลล์ คลอโรฟิลล์เป็นกลุ่มของรงควัตถุที่มีสีเขียวพบในพืชทั่วไป ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์เป็นสารแอนตี้ออกวิเด้นท์ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี ปัจจุบันมีการเติมลงในเครื่องดื่ม หรือทำเป็นผงสำหรับชงดื่ม ที่อ้างว่าช่วยในการล้างพาในเลือดและทำให้ผิวหน้าใสนั้น จากการศึกษาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีการสรุปในระดับที่น่าเชื่อถือได้ ยังต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม

   สำหรับสรรพคุณในเรื่องช่วยลดกลิ่นปาก ถ้าจะให้ได้ผลจริงจะต้องใช้คลอโรฟิลล์ในปริมาณเข้มข้นมากว่าที่ขายในปัจจุบันมาก โดยทั่วไปสินค้าหลายๆ ขนิดที่มีการใช้คลอโรฟิลล์จะเป็นการใช้เพื่อ “แต่งสี” ให้มีสีสันน่ากินเท่านั้น ไม่ได้ใช้เพื่อช่วยลดกลิ่นปาก และคลอโรฟิลล์เองไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นใย จึงไม่ช่วยขับสารพิษจากร่างกาย

   กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่ร่างกายนำไปใช้เพื่อสร้างเวลล์เม็ดเลือดรักษาบาดแผลสร้างกล้ามเนื้อ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเก็บกรดโฟลิกไว้ได้นาน จึงต้องกินอาหารที่มีกรดโฟลิกเป็นประจำ ถ้าได้รับน้อยเกินไปจะทำให้เป้นโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็งลำไส้ใหญ่ และอัลไซเมอร์

   ปัจจุบันมีอาหารหลายชนิดที่เติมกรดโฟลิก เช่น ขนมปัง และซีเรียส เพื่อเสริมคุณค่าอาหารและป้องกันโรคดังกล่าว แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านมหรือมะเร็งต่อมลูหมาก นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ที่เป็นโรคลมชักเกิดอาการกำเริบกระทันหัน

   แครนเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถือเป็นผลไม้ที่มีวิตามินวีสูงมาก และประกอบไปด้วยสารพฤกษเคมีที่เป็นสาร แอนตี้ออกซิเด้นท์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดการเจริยเติบโตของเซลลืมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุปริมาณที่ควรบริโภคเพื่อให้เกิดผลทางสุขภาพ เพราะยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วยพอ ผลิตภัณฑ์จากแครนเบอร์รี่ที่พบในท้องตลาดคือ น้ำแครนเบอร์รื่วึ่งใช้แครนเบอร์รี่เข้มข้นที่นำเข้าจากต่างประเทศมาละลายน้ำและปรุงรสด้วยน้ำตาล ดังนั้นการบริโภคน้ำแครนเบอร์รี่สำเร็จรูปจึงควรระวังเรื่องปริมาณน้ำตาลด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีปับหาความอ้วนหรือเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

น้ำพริกอ่อง

มาอยู่เมืองเหนือก็ตั้งนาน แต่ไม่ค่อยชอบอาหารเมืองเท่าไหร่ คือกินได้ไปกินร้านอาหารเมืองก็กินได้ไม่มีปัญหา แต่จริงๆ ก็ชอบกินอาหารภาคกลางมากกว่าอยู่ดี

แต่น้ำพริกอ่องกินเป็นตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าแม่ทำให้กิน  จำได้ว่าตอน 7-8 ขวบแม่เคยทำใส่บาตร เราก็เลย
ได้กินเป็นครั้งแรก แม่จะทำออกหวานๆ ทำให้เด็กๆ 
กินได้ง่ายๆ  เอาแตงกวาแช่เย็นๆ มาจิ้มกินอร่อยดี 
 แถมทำให้เรากินมะเขือเทศได้ด้วย เพราะปกติจะไม่ชอบกินเลย
น้ำพริกอ่องถ้วยนี้ก็ไม่ได้ทำเอง (อีกแล้ว) เป็นอาหารปิ่นโตตอนกลางวัน  เอามาอุ่นใส่น้ำเติมไปนิด เติมเกลือ ใส่น้ำตาลนิดหนึ่ง  ปรุงให้ออกเค็มๆ หวานๆ  ไม่ต้องหวานมากนักแค่นี้ก็อร่อยแล้ว เอาผักสดๆ  แคบหมูมาจิ้ม เสียดายวันนี้ร้านยุ่งๆ เด็กที่ร้านก็ลาหยุดก็เลยต้องตักข้าวมากินข้างล่าง กินไปขายไป เดี๋ยวตอนเย็นจะนั่งกินแบบเป็นเรื่องเป็นราวให้อิ่มหนำใจไปเลย (กินมื้อเย็นเยอะๆ ก็เลยอวบแบบนี้แหละ)
ไปค้นสูตรมาเขาทำน่าทานมากเลย อยากลองทำเหมือนกันแต่ของปิ่นโตก็ต้องส่งมาประจำกินแทบไม่ทัน สรุปว่า รอกินปิ่นโตดีกว่า
วิธีทำตามลิงค์นี้คะ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=maneelulla&date=11-12-2005&group=4&gblog=11

ไข่ยัดไส้

กลางวันนี้กินข้าวกับไข่ยัดไส้ กับน้ำพริกอ่อง มีความรู้สึกว่าไส้ไข่ยัดไส้มันเหมือนน้ำพริกอ่องเลย ถ้าเราทำ "ไข่ยัดไส้น้ำพริกอ่อง" ก็คงจะได้อารมณ์เดียวกัน แต่ว่าเผ็ดกว่า ฮืม! เป็นไอเดียที่ดี

ตอนเด็กๆ ย่าจะทำไข่ยัดไส้ส่งปิ่นโตมาให้กินประจำ บางทีก็แม่ทำ หลังๆ เราก็หัดทำเองทำเป็นตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าแม่ทำไส้เอาไว้แล้วก็ทาขนมปังแล้วเอาไปใส่ในเครื่องอีคิวตี้  เป็นเครื่องทำแซนวิชแบบปิ้งๆ ที่บ้านมีตั้งแต่เด็กๆ เพราะแม่เป็นเจ้าแม่เครื่องไฟฟ้า จนตอนนี้เปลี่ยนไปหลายเครื่องแล้ว นั่งนึกๆ ถึงตอนเด็กๆ ไม่มีอะไรจะอร่อยเท่าขนมปังปิ้งไส้ไข่ยัดไส้ที่แม่ทำ เวลาไปเซเว่นอีเลเว่นทีไรเห็นเขาขายอยากจะซื้อมาลองชิมเหมือนกัน ว่าจะอร่อยเหมือนกันไหมน้า
ส่วนผสมของไส้
  • เนื้อหมูหรือเนื้อไก่สับ
  • มันฝรั่ง หัวหอมใหญ่  มะเขือเทศ  แครอทหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ
  • เมล็ดถั่วลันเตา หรือใช้ถั่วฟักยาวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้ (ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้)
  • บางทีก็ใส่ข้าวโพดอ่อนหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ซอสหอยนางรม 
  • เกลือป่น
  • น้ำตาล
  • พริกไท
  • ซอสมะเขือเทศ
  • ซอสพริกเล็กน้อยถ้าชอบเผ็ด
วิธีทำ
  • ใส่น้ำมันลงในกระทะเล็กน้อยพอร้อนก็ใส่หัวหอมใหญ่ลงไปผัดให้หอมจากนั้นก็ใส่หมูหรือไก่สับลงไปพอสุกก็ใส่ผักต่างๆ ที่เหลือ
  • ผัดจนมันฝรั่งสุกแล้วก็ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศก่อนแล้วเหยาะซอสพริกให้มีรสเผ็ดสักนิดเดียว แล้วก็ชิมดูเติมซอสหอยนางรม เกลือ พริกไท น้ำตาล
  • ชิมให้ออกเค็มๆ แล้วหวานตาม
  • ผัดไส้ให้แห้งอย่าให้แฉะ ถ้าทำเยอะก็เก็บเอาไว้ทาขนมเปัง เป็นไส้พาย หรือเอามาราดเส้นสปาเก็ตตี้ก็ได้ หรือจะทอดไข่ดาวกรอบๆ  แล้วเอาไส้ราดข้างบนก็กลายเป็น "ไข่ระเบิด" แล้วคะ
  • ถ้าจะทำไข่ยัดไส้ก็ตีไข่สักสองฟองใส่น้ำปลาลงไปนิดเดียวพอมีรส ใช้กระทะเทฟล่อนแบบแบนๆ ทาน้ำมันเล็กน้อย พอกระทะร้อนก็เทไข่ที่ตีแล้วรีบๆ กรอกไข่ให้เป็นแผ่นบางๆ ให้ทั่วกระทะ ใช้ไฟอ่อนๆ ถ้าเราใส่น้ำมันเยอะจะทำให้เรากรอกไข่ได้ยาก ถ้าเราใช้กระทะเทฟล่อนมันจะทำได้ง่าย
  • ค่อยๆ ใช้ทัพพีแซะไข่เจียวออกดูว่าไข่เหลืองสวยดีหรือยัง ก็กลับไข่อีกด้านนาบกับกระทะจนสุก บางทีถ้าอีกด้านสุกก็แทบไม่ต้องกลับไข่เลย
  • ตักไส้ใส่ตรงกลางกะให้พอดีกับไข่ จากนั้นเราก็พับทั้งสี่ด้านให้ปิดไส้ให้สนิทแล้วก็กลับด้านขึ้น แค่นี้ก็เสิรฟ์ได้แล้วคะ
  • ตอนเด็กๆ ย่าจะทำเป็นแท่งกลมๆ ม้วนๆ ห่อเหมือนปอเปี้ยะเลย เวลาจะกินก็เอามาหั่นเป็นท่อนๆ ทำให้เด็กๆ ทานได้ง่ายๆ 

ปลาทูต้มเค็ม

ปลาทูต้มเค็ม เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่กินมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะ่พ่อชอบมาก ย่าก็เลยต้องทำให้กินออกบ่อยๆ นอกจากจะใช้ปลาทูแล้วก็ยังใช้ปลาตะเพียนมาต้มแบบไม่ต้องขอดเกล็ด เคี้ยวเกล็ดนิ่มๆ อร่อยเชียวหละ 
พอย่าเสียอาก็ทำให้กินแทน พอย้ายมาอยู่เชียงใหม่ก็มีอาหารปิ่นโตตอนกลางวันมาส่งจะมีเมนูปลาทูต้มเค็มด้วย  หม่อมแม่โปรดปรานเป็นยิ่งนัก แฮะๆๆ
แม่จะซอยหอมแดง หั่นพริกขี้หนู โรยผักชี  บีบมะนาวลงไปอีก แรกๆ งงว่าแม่ทำอะไรเนี่ยประหลาดจัง แต่พอกินไปแล้วอร่อยมาก ทำให้เรานึกถึงเมนูเนื้อตุ๋นอะไรสักอย่างออกเค็มๆ หวานๆ พ่อพาไปกินที่ร้านวิรัชแถวปากน้ำเมื่อนานมาแ ล้วมันรสเค็มๆ หวานๆ บีบมะนาวเปรี้ยวๆ  กินปลาทูต้มเค็มแบบนี้ทำให้หายคิดถึงได้ดีทีเดียว
สรุปว่า ปลาทูต้มเค็มจานนี้ไม่ได้ทำเอง แต่เป็นอาหารปิ่นโตตอนกลางวัน ก็ได้ไปค้นวิธีทำแบบชาววังมา เขาก็กินคล้ายๆ กับที่แม่เอามาทำ แม่เราก็ไม่ได้มั่วเองนะเนี่ย มีหลักการจริงๆ
- - - - - - - - - - - - - - - - - 
เครื่องปรุง ปลาทูสดตัวโต ๆ ท่อนอ้อย มันหมู มะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลปีบ วิธีทำ ตัดหัวปลาทูออก ควักไส้ ล้างให้สะอาด ผ่าท่อนอ้อยทั้งเปลือก เรียงปูไว้ก้นหม้อให้เต็มทั่วก้นหม้อ กันตัวปลาติดก้นหม้อ เพราะเวลาต้มคนตัวปลาไม่ได้ เอาปลาวางเรียงในหม้อให้เต็ม ขยำมะขามเปียกกับน้ำปลา น้ำตาลปีบ ชิม 3 รส ให้ชอบใจ แล้วกรองเอาผงทิ้งไป เอาน้ำที่กรองแล้วราดใส่ตัวปลาในหม้อให้น้ำท่วมปลา หั่นมันหมูเป็นชิ้นเล็กๆโรยข้างบนสักหนึ่งกำมือ มันหมูนี้ไปช่วยให้ก้างปลาละเอียดนิ่มเป็นสำลี ส่วนมะขามเปียก ไปช่วยให้เนื้อปลาแข็งไม่เละ เสร็จแล้วยกขึ้นตั้งไฟ ครั้งแรกใช้ไฟแรงให้ปลาสุกดีก่อน แล้วค่อยผ่อนไฟใช้ไฟอ่อนลงตั้งเคี่ยวไป 3 วัน เอามือลองบี้ก้างดู ถ้าก้างเปื่อยเป็นแป้งก็ใช้ได้ เวลาเคี่ยว ถ้าน้ำในหม้องวดลงก็เติมน้ำเปล่าได้ เครื่องคลุกปลา ถ้าจะกินอย่างปลาต้มเค็มเฉยๆก็ได้ ถ้าอยากอร่อยพิสดาร ต้องคลุกกับขิงหั่นฝอย หอมเล็กซอย ต้นหอม ผักชีหั่นละเอียด พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเส้น รวมคลุกกับปลาต้มเค็ม บีบส้มซ่าใส่ด้วย กินแกล้มไข่ดาวทอดให้สุกจริงๆ
ูสูตรโดย : (เนื่อง นิลรัตน์,ม.ล. 2537 :64,81)

ข้าวตังหน้าตั้ง (ประยุกต์)

เพิ่งทำใหม่ๆ สดๆ กินยังไม่ทันหายปากมันก็รีบเอามาอัพเสียหน่อย เนื่องจากว่างคุณหลานออกไปเยี่ยมละ่อ่อนน้อยเพิ่งเกิดกับปะป๊าและแม่ๆ คุณน้าก็เลยทำอาหารว่างมารับประทาน จริงๆ ตั้งใจจะทำตั้งนานแล้ว อุส่าห์ไปซื้อถั่วลิสงคั่วมาจากตลาด 10 บาท แต่แม่แอบกินไปเกือบครึ่งถุงมักขนาดเลย หยิบกินแล้วจุบจับๆ เมนูนี้ดัดแปลงมาจากหลนไก่เป็นอาหารปิ่นโตที่ส่งตอนกลางวัน เดือนหนึ่งมีหลนมาหลายถุงกินไม่ค่อยทัน แล้วก็เบื่อด้วยเพราะกินแบบนี้มาหลายปี เราก็เลยเอามาทำเป็นผัดหมี่กะทิอย่างที่ทำไปแล้วบ้าง ทำหน้าตั้งเอาไว้กินกับข้าวตังบ้าง วันนี้ไปกาดเห็นข้าวแต๋น หรือภาคกลางเรียกว่า ข้าวตัง หรือนางเล็ด พอดีเขาไม่ได้ราดน้ำแตงโมหรือน้ำบะเต้า เป็นอันน้อยๆ กินพอคำเชียวหละ ขายถุงละซาวห้าบาท (25 บาท) เราเอาถั่วลิสงที่ซื้อมาสิบบาทมาตำพอหยาบๆ แล้วก็เอาไปคั่วในกระทะให้หอมๆ จริงๆ มันสุกแล้ว จากนั้นก็เทหลน และเติมน้ำเปล่าลงไปเพราะมันข้นจัด พอมันเริ่มเดือดก็เติมเกลือกับน้ำตาลลงไปอีก ให้มีรสเค็มหวาน ทิ้งให้มันเดือดจนแตกมันสวยงามดีแล้วก็ตักใส่ชาม ทำเสร็จแม่ก็มาชิม กินหมดจานเลย สงสัยตามมากินถั่วลิสงนั่นเองเพราะเราเอามาทำหน้าตังหมดเลย แฮะๆๆ เมื่อก่อนเคยเอาหลนมาทำหน้าัตั้ง แต่ไม่ได้ซื้อข้าวตังเพราะเขาขายถุงใหญ่ 80 บาทแหนะแถมต้องเอาทอดเองอีก เราก็เลยทอดข้าวเกรียบกุ้งมากินด้วยก็อร่อยไปอีกแบบ แต่เดี๋ยวนี้หาซื้อข้าวตังได้ง่ายๆ ที่ตลาดนัดที่บ้านกรุงเทพเขาทอดใหม่ๆ สดๆ เราซื้อแบบไม่ราดน้ำตาลมากะจะให้เดือนเอาธัญพืชมาใส่ข้างหน้าแล้วเอาไปอบ แต่ไม่ทันจะได้ทำก็นั่งกินกันจนหมดอดทำจนได้ ข้าวตังที่อร่อยที่สุดเท่าที่จำได้ตอนเด็กๆ แม่จะซื้อมาจากออฟฟิคเป็นข้างตังหน้าตั้งใส่เนื้อปูด้วย แม่จะชอบซื้อมาให้กินเป็นประจำ รสชาติเค็มๆ หวานๆ เอาข้างตังจิ้มน้ำแล้วช้อนเนื้อปูขึ้นมาด้วย อืม!! น้ำลายไหลจริงๆ เสียดายไม่ได้กินแะบบนั้นอีกแล้ว แต่ไม่เป็นไรเอาไว้วันหลัง (ถ้า) มีเวลา (มากกว่านี้) จะลองทำแบบของแท้ดั้งเดิมดูบ้างแล้วซื้อเนื้อปูแกะเป็นขีดๆ มาใส่กินให้หนำใจเลย ใครอยากลองทำลองดูทำตามสูตรแม่สลิ่มตามลิงค์นี้ได้คะ เอาไว้จะทำบ้างเหมือนกัน คลิ๊กตรงนี้ีคะ

กึ๋นไก่ผัดพริกหนุ่มราดข้าว

เมื่อวานแวะไปท้อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เคยเป็นริมปิงมาก่อน ณโมวิ่งเล่นทั่วห้าง วิ่งไปหยิบสินค้าที่มีลายโดเรมอนมาถือไว้หลายชิ้น แถมพอได้ชิ้นใหม่ก็จะเอาอันเก่าไปคืน ยังจำได้อีกว่ามันอยู่ตรงไหน ทำไมเด็กสมัยนี้มันฉลาดอย่างนี้น้า.... ได้กึ๋นไก่ชิ้นสวยงามมาหนึ่งแพ็ค นานๆ ทีจะมีแต่กึ๋นไก่ไม่รวมกับตับมาด้วย เพราะเราชอบกินกึ๋นไก่แต่ตับไก่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่กินได้ ส่วนพี่เดียร์จะชอบกินตับมากกว่ากึ๋น สรุปรวมแล้วว่ากินได้หมดแต่ความชอบแตกต่างกัน เราเลยเอากึ๋นมาแพ็คหนึ่ง แพ็คละ 27 บาท นั่งอยู่ในร้านถึงบ่าย 3 แล้วยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกัน จนพูดขึ้นมาว่าจะกินอะไรดีมีกึ๋นอยู่แพ็คหนึ่ง จะผัดกระเพราก็ต้องไปซื้อที่กาด น้องนุชเด็กที่ร้านบอกว่าเอาไปผัดพริกซิ เออ! พอดีเลยเห็นแม่ซื้อพริกหนุ่มมามัดหนึ่งเอามาผัดแทนพริกหยวกดีกว่า เพราะเราไม่ค่อยชอบกลิ่นพริกหยวกเท่าไหร่ "พริกหนุ่ม" คือพริกที่เอามาทำน้ำพริกหนุ่มนั่นเอง ร้านปอเปี๊ยะเจ้าประจำที่แม่ชอบซื้อเขาจะหั่นเป็นแว่นๆ แฉลบๆ เอาไว้กินกับปอเปี๊ยะสดอร่อยมาก เรายังชอบกินเลยบางทีก็เอาพริกหนุ่มจิ้มน้ำจิ้มปอเปี๊ยะเผ็ดๆ ดี แต่่กินได้แค่ชิ้นสองชิ้นก็ยอมแพ้แล้ว วิธีทำ

  • กลัวจะมีคลอเรสเตอรอลเยอะเกินไปก็เลยหั่นกระเทียมจีนเม็ดใหญ่ๆ เป็นแว่นๆ ลงไปด้วย เวลาผัดก็ใช้น้ำมันมะกอกเล็กน้อยผัดพอให้กระเทียมเกรียมๆ ก็เอากึ๋นที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัด ดาวใส่คนอร์ลงไปค่อนข้างเยอะ (แบบว่าหลุดมือ) ก็เลยใส่ซอสพริกไทดำไปได้นิดเดียวพอดีมีซอสพริกไทดำอยู่ หรือว่าจะใส่ซอสหอยนางรมแล้วตำพริกไทดำพอหยาบๆ ใส่ลงไปก็ได้ จากนั้นก็เหยาะน้ำตาลลงไปหน่อยนึง
  • พอกึ๋นสุกก็ใส่หอมใหญ่ กับพริกหนุ่มลงไป ที่ใส่หอมใหญ่ที่หลังเพราะอยากกินแบบที่ยังกรอบๆ อยู่ ถ้าใครชอบนิ่มๆ ก็เอาไปผัดพร้อมกับกระเทียมมันก็จะหอมแต่กว่าเราจะผัดเสร็จมันจะนิ่มลง
ป.ล. ถ้าไม่กลัวเรื่องคลอเรสเตอรอลจะใส่ไข่ดาวแบบกรอบๆ กินกับพริกน้ำปลาบีบมะนาวก็คงจะลำขนาด

อาหารที่อย่ารับประทานบ่อย

1. ผักขมและปวยเล้ง ถึงผักคู่หูดูโอสองอย่างนี้จะมีคุณค่าอาหารสูง  แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มันจะทำให้ร่างกายเราขับสังกะสีและแคลเซียมทิ้งไปเป็นจำนวนมาก  จนร่างกายขาดแคลเซียม ทีนี้โรคกระดูกพรุนก็ตามมา  2. ไข่เยี่ยวม้า ไข่เยี่ยวม้าจานนี้พกสารตะกั่วมาด้วยเพียบเลย เมื่อเข้าไปในร่างกายเรา ตะกั่วจะทำให้ร่างกาย ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง ถ้านานๆกินไข่เยี่ยวม้าทีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ากินบ่อยๆ  นอกจากร่างกายจะขาดแคลเซียมจนกระดูกบางลงแล้ว สารตะกั่วยังจะทำให้สมองเสื่อม  เป็นโรคเอ๋อ.. แถมเป็นหมันเอาดื้อๆ ด้วย 3. เมล็ดทานตะวัน การกินเมล็ดทานตะวันบ่อยๆ จะทำให้ไขมันไปสะสมอยู่ที่ตับมากเกินไป และกลายเป็นโรคตับแข็งทั้งๆ ที่ไม่ได้ดื่มเหล้าสักหยด 4. ปาท่องโก๋ ถึงเวลาแล้วล่ะที่สาวๆ จะเปลี่ยนเมนูอาหารเช้าจากปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ไปเป็นอย่างอื่น  เพราะเวลาทำปาท่องโก๋ เขาต้องใช้สารส้มเป็นส่วนประกอบ และในสารส้มก็มีตะกั่วปนอยู่มาก  คนกินก็เลยพลอยได้รับสารตะกั่วไปด้วย พิษภัยของสารตะกั่วเป็นอย่างไรก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว  แบบนี้ถึงจะหอเจี๊ยะแค่ไหนก็คงต้องถอยห่างแล้วมั๊ง 5. ตับหมู ตับเป็นอาหารที่มีคุณค่าอาหารมากมาย แต่ขณะเดียวกันก็มีโคเลสเตอรอลมาเป็นของแถมอีก เพียบเหมือนกัน จึงไม่ควรจะกินบ่อยเกินไป เพราะโคเลสเตอรอลน่ะทั้งทำให้เส้นเลือดอุดตัน  เสี่ยงกับโรคหัวใจ อัมพาต อัมพฤกษ์ มะเร็ง  6. บะหมี่สำเร็จรูป บะหมี่พวกนี้มีสารอาหารต่ำมาก แต่กลับมีสารกันบูดสูงปรี๊ด  ถ้ากินบ่อยๆ สารกันบูดจะเข้าไปสะสมอยู่ในตับ และกลายสภาพไปเป็นสารก่อมะเร็งได้ง่ายๆ 7. เนื้อย่าง ควันไฟดำๆ ที่ลอยมาติดเนื้อย่างก็คือมะเร็งดีๆ นี่เอง เพราะมันคือสารเบนโซไพรีน  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งโดยตรง สาวกหมูกะทะทราบแล้วเปลี่ยน 8. เต้าหู้ยี้ เต้าหู้น่ะมีประโยชน์แน่ๆ แต่กระบวนการหมักที่สะอาดไว้ใจได้นั้นมีน้อย  ถ้าคนหมักทำไม่ดี เต้าหู้ยี้สุดอร่อยก็จะเป็นที่รวมเชื้อโรค กินแล้วจู๊ดๆ ไม่รู้ด้วย 9. ผักดอง จะดองธรรมดาหรือหมักเกลือก็มีโซเดียมสูงด้วยกันทั้งนั้น แถมกระบวนการหมักดองยังเป็น บ่อเกิดของสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวหลักอีกด้วย ที่มา spicy

 

ภูมิแพ้ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด

ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ ทราบหรือไม่ว่าควรงดทานอาหารประเภทใด วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน... อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ คือ 1.อาหารที่อยู่ในกลุ่มอาหารขยะ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกรุบกรอบในซองสวยๆ น้ำอัดลม ลูกอม ลูกกวาด  เพราะทั้งหมดนี้มีสารปนเปื้อน แต่งสี แต่งกลิ่น ตลอดจนสารกันบูด สารกันเชื้อรา  สารเหล่านี้จะกระตุ้นทำให้อาการของภูมิแพ้กำเริบได้ 2.นมวัว ในกรณีเด็กบางรายที่เคยมีอาการแพ้นมวัว ให้สงสัยว่าอาการภูมิแพ้ครั้งนี้อาจเกิดจากนมวัวอีกก็ได้  ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิดและดื่มนมถั่วเหลืองทดแทน 3.ผงชูรส ควรงดเด็ดขาด เพราะโซเดียมในผงชูรสทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลงได้ 4.อาหารทอด อาหารมัน ถ้ารับประทานมากเกินไป ความมันจะกระตุ้นให้เกิดเสมหะในทางเดินหายใจ  มีผลทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลงได้ รู้อย่างนี้แล้ว ใครรู้ตัวว่าเป็นภูมิแพ้ ก็ระวังเรื่องอาการการกินด้วย เพื่อสุขภาพที่ดี. ที่มา เดลินิวส์

เกี๊ยวไส้กุ๊ยช่ายทอด

 
  • ตั้งใจจะทำเกี๊ยวไส้กุ๊ยช่ายทอดมาหลายวัน อยู่ๆ นึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะเอาไส้กุ๊ยช่ายใส่ในเกี๊ยวทอดดู เพราะเราเคยกินแป้งห่อไส้กุ๊ยช่ายแล้วเอาไปทอดเป็นแป้งเปล่าๆ ธรรมดาเราชอบกินมากรู้สึกว่าเป็นสูตรของชลบุรี เขาจะกินกับซอสพริก ขายชิ้นละสองบาท เราจะซื้อกินคนเดียวสิบกว่าชิ้นเชียวหล่ะ

  • เราซื้อแป้งทำขนมกุ๊ยช่ายเอาไว้แล้วแต่ไม่มีเวลาจะทำเลย ขนาดซื้อแป้งเกี๊ยวกับกุ๊ยช่ายเอาไว้ตั้งสามวันแล้วเพิ่งหาโอกาสทำก็วันนี้ เนื่องจากคุณหลานหลับยังไม่ตื่นก็เลยรีบทำอย่างรวดเร็ว

  • ดาวซื้อแป้งเกี๊ยวแบบหนาที่เชียงใหม่จะมีแบบหนามากๆ เขาจะเอาไว้ทอด เราก็เลยซื้อมาสิบบาท ซื้อกุ๊ยช่ายกำละห้าบาท 


วิธีทำ


  • เริ่มต้นล้างกุ๊ยช่ายให้สะอาด จากนั้นก็หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอากระทะตั้งไฟใส่น้ำมันมะกอกจากนั้นก็ใส่กุ๊ยช่าย เหยาะผงปรุงรสลงไปนิดเดียวพอให้ออกรสเค็ม ผัดจนแห้ง 
  • ตักไส้ใส่แผ่นเกี๊ยว ใช้น้ำทาให้รอบขอบเกี๊ยว จากนั้นก็พับปิดเป็นสามเหลี่ยม พยายามปิดให้สนิททุกด้าน เวลาทอดจะไส้จะไม่ทะลักออกมา 
  • ทอดเกี๊ยวในน้ำมันร้อนๆ ใช้น้ำมันท่วมพลิกกลับจนเกี๊ยวเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นใส่จาน น้ำจิ้มดาวใช้ซอสพริกตรากระต่ายบินสุดโปรดผสมกับน้ำจิ้มไก่ตราแม่ประนอมแค่นี้ก็อร่อยสุดๆ แล้ว 

กุ๊ยช่ายห้าบาททำไส้ใส่เกี๊ยวได้ 13 ชิ้น ถ้าอยากได้จำนวนเยอะกว่านี้ก็ซื้อกุ๊ยช่ายเยอะขึ้น ก็กะๆ เอานะคะ เพราะไม่รู้ว่าที่อื่นให้เยอะมากน้อยแค่ไหน ดาวใส่ไส้ค่อนข้างเยอะแต่ไม่ทะลักนะคะ เวลาผัดกุ๊ยช่ายจะเหลือนิดเดียว