8 October 2009

สเต็กลาวทำเองอร่อยเหาะ

  • หลังจากที่พาอาอึ่งไปกินส้มตำที่ร้านไอดินกลิ่นครกเมื่อเดือนที่แล้ว อาิทิตย์นี้ก็ไปกินกับที่บ้านอีก ได้ชิมสเต็กลาวทุกครั้งก็ติดใจเป็นหนักหนาพอกินเสร็จก็ไปเดินห้างคาร์ฟูร์ใกล้ๆ กันพอดี ในใจอยากจะซื้อผงหมักโชตธนโชติมานานแล้วตั้งแต่อ่านเจอในเว็บเมเนเจอร์ว่าหมักหมูได้นุ่มแถมทำมาจากเอ็นไซน์ของสัปรดด้วย แต่เดินหาที่แผนกเครื่องปรุงเครื่องเทศต่างๆ ไม่เจอ แต่วันนี้โชคดีมาเจอตรงแผนกขายเนื้อโชว์ไว้เลยรีบเอามาหนึ่งซอง ราคาแพงไม่เบาร้อยกว่าบาทแหนะแต่ก็ต้องกัดฟันลองซื้อมาชิมเสียหน่อย
  • หน้าตาเป็นแบบนี้คะ ขนาด 180 กรัม ร้อยกว่าบาทจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่า 129 หรือเปล่า พอดีซื้อหลายอย่างลืมไปจริงๆ ในสูตรบอกว่า 1 กิโลกรัมใส่ผงหมักไป 30 กรัม เท่ากับว่า 1 ห่อขนาดนี้หมักได้ 6 กิโล นับว่าแพงเอาเรื่องเหมือนกัน
  • ซื้อข้าวโพดอ่อน กับพริกไทยอ่อนมาอย่างละ 10 บาท แครอทมีเหลือเล็กน้อย เนื้อหมูมา 6 ขีดเลือกส่วนที่มันติดมัน
  • วิธีผสม เนื้อหมู 6 ขีด เราใส่ผงหมักไปแค่ 2 ช้อนโต๊ะ (ลองน้อยๆ ก่อน) ผงปรุงรสสัก 2 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรมเล็กน้อยให้มีสีสรร พริกไทยป่น น้ำมันเมล็ดชา (มีน้ำมันพืชอะไรก็ใส่ลงไปได้คะ) 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำลงไปสักครึ่งถ้วยคนให้ละลาย จากนั้นก็ใส่หมูที่หั่นเป็นชิ้นๆ ไว้แล้วคลุกๆ ให้เข้ากันใส่ทัฟเฟอร์แวร์แช่ช่องธรรมดาหรือช่องแข็งก็ได้ วันรุ่งขึ้นนำมาทอดใส่เนยลงไปนิดเดียวเพราะมันของหมูจะออกมาอีก
  • เราใส่ผงหมักน้อยกว่าสูตรที่เขาบอกแต่หมูก็นุ่มมาก เรียกว่านุ่มเชียวหละ แค่ใช้ช้อนกับส้อมแยกเนื้อก็ออกได้ง่ายไม่ต้องใช้มีดหั่นก็ได้ เราหั่นหมูหนาหน่อยทอดไฟกลางๆ ให้เนื้อยังฉ่ำๆ อยู่ เวลาทอดระวังกระเด็นด้วยเพราะผงมันทำให้กระเด็นแล้วจะไหม้ง่ายนิดหนึ่ง
  • ผ่าครึ่งข้าวโพดอ่อนกับหั่นแครอทลงไปผัดกับเนยให้หอมๆ เตรียมเอาไว้ทานด้วยกัน เราซื้อสลัิดมาอีก 1 แพ็ค
  • น้ำมันที่เหลือจากทอดถ้าเหลือไม่มากก็เอามาทำน้ำเกรวี่เลย แต่ถ้าน้ำมันออกมาเยอะเกินไปเทออกไปบ้างก็ได้ เราจะเอาน้ำที่เหลือจากที่หมักหมูเทลงในกระทะคนให้สุกดีน้ำจะข้นขึ้นเรื่อยๆ พอสุกดีแล้วก็ใส่เมล็ดพริกไทยสดรูดเอาแต่เมล็ดใส่ลงไป
  • หั่นเนื้อหมูใส่จาน ใส่ผักที่ผัดกับเนยแล้วก็ราดน้ำเกรวี่ที่่ทำไว้ ทานกับน้ำจิ้มแจ่วและสลัด
  • น้ำจิ้มแจ่วทำง่า่ยๆ ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปีบ ข้าวคั่ว พริกป่น ผักชีฝรั่งและหอมแดงหั่นฝอย ผสมให้เข้ากันรสชาติออกเค็ม เปรี้ยวและหวานตามคะ

0 comments:

Post a comment