10 July 2009

ซุปมิโซะ

  • ไม่ได้ทำซุปมิโซะมาหลายปีแล้ว เพราะจริงๆ ไปกินอาหารญี่ปุ่นแทบทุกเดือน เดือนละหลายๆ หน แถมเราเอามิโซะที่เหลือจากทำซุปมาทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่จนหมด แฮะๆๆ ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมด วันนี้ทำแบบครบเครื่องขาดแต่ปลาแห้งเท่านั้นเอง
  • ทำแบบไวๆ เพราะแอบแว่บหนีมาทำให้โมว์กินตอนเที่ยง ทำไปหลานก็รื้อครัวไป ปวดหัว (กะบาล) มากเลย T_T ตอนนี้ซื้อชุดเครื่องครัวเด็กๆ มาให้ก็ง่วนอยู่กับของเล่นได้นานหน่อยไม่มารบกวนน้าเวลาทำกับข้าว แบบว่าอยากจะทำแบบเราบ้าง แต่ว่าน้าไม่เคยเลียเขียงแบบโมว์นะ บรื๋อออออ
  • ไปห้างริมปิง ได้มิโซะ ลูกชิ้นปลา เต้าหูคินุ สาหร่ายวากาเมะ ส่วนเห็ดเข็มทองมีอยู่แล้ว
  • ตอนเด็กๆ ชอบจังลูกชิ้นปลามีวงๆ แบบนี้ คราวที่แล้วซื้อมากินไม่หมดเน่าไปเสียก่อน
  • ทำแบบรวดเร็วไม่ได้ถ่ายรูปมา ตอนแรกเราแค่เอาน้ำใส่หม้อตั้งไฟจนเดือดแล้วใส่คนอร์รสเห็ดหอมลงไปครึ่งก้อนพอให้ได้รสน้ำซุปใส่มากจะเค็มเพราะมิโซะก็เค็มอยู่แล้ว
  • พอเดือดเราก็ใส่สาหร่ายที่แช่น้ำเอาไว้แล้วมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในหม้อ ตามด้วยเต้าหู้ ลูกชิ้นปลา ต้มไปจนเต้าหู้ลอยขึ้นมาก็ใส่มิโซะ ค่อยๆ ใส่ทีละช้อนโต๊ะ คนให้ละลายแล้วก็ชิมรสชาติว่าเค็มพอดีหรือยัง ใส่มากน้อยตามชอบคะ ใส่มากไปมันก็จะเค็มเกิน
  • พอปรุงได้รสตามชอบ หย่อนเห็ดเข็มทองเป็นอันดับสุดท้าย ปล่อยให้เดือดอีกครั้งก็ปิดไฟ ตักใส่ถ้วยซุปโรยด้วยต้นหอมซอย คราวนี้ไม่ได้ซื้อต้นหอมญี่ปุ่นมา ไปกาดแล้วไม่เห็นชาวเขาเอามาขาย จริงๆ เราชอบมากมันเผ็ดๆ กว่าของไทย
  • ถ้าจะทำแยกน้ำซุปเหมือนที่เราไปทานในบุฟเฟ่ต์โรงแรมก็ได้คะ แค่ต้มน้ำซุปใส่เต้าเจี้ยวเอาไว้ พอจะทานก็ตักเต้าหู้ที่หั่นเอาไว้ สาหร่ายที่แช่น้ำเอาไว้ ต้นหอมญี่ปุ่น ลูกชิ้นปลาที่หั่นแค่นี้เอง
ถ้วยนี้ของณะโมว์ แต่คุณหลานไม่ค่อยคุ้นเคย ต้องทำการโปรโมทเยอะๆ จะได้อยากลองชิม
  • ประโยชน์ของมิโซะ
มิโซะชิหรุ ( Miso shiru ) หรือ ซุปเต้าเจี้ยว เป็นอาหารที่มีเครื่องปรุงที่ทำมาจาก มิโซะ- Miso (เต้าเจี้ยว) ซึ่ง มิโซะ ได้มาจากการแปรรูปอย่างหนึ่งของถั่วเหลืองโดยใช้วิธีการหมัก ทำให้สามารถเก็บไว้ได้นานและคุณค่าทางอาหารไม่เปลี่ยน มีคุณค่าทางโภชนาการและโปรตีนสูง มีรสชาติคล้ายสารสกัดจากเนื้อสัตว์ จึงใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารสำหรับคนที่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์เป็นอย่างดี (เหมาะสำหรับคนทานเจ) มิโซะยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการถึง 17 ชนิด มีสารชูรสและกลิ่นหอม สารที่ว่านี้ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระหว่างการหมัก ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด คนญี่ปุ่นมักนำมิโซะมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายชนิด ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้อาหารได้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโปรตีนในอาหารอีกด้วย มิโซะมีโปรตีน เนื่องจากในถั่วเหลืองมีโปรตีนมากที่สุด แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นบางตัว คือเมทไทออนีนและซีสตีนสูง แต่ไลซีนต่ำ ถ้าคิดเทียบน้ำหนักกับอาหารประเภทอื่น ๆ จะพบว่ามีปริมาณโปรตีนสูง เช่น สูงกว่าเนื้อสัตว์ 2 เท่า สูงกว่าไข่ไก่และข้าวสาลี 4 เท่า สูงกว่าขนมปัง 5-6 เท่า และสูงกว่านมวัว 12 เท่า สารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตในถั่วเหลืองไม่มีแป้ง จึงทำให้ถั่วเหลืองเป็นอาหาร ที่เหมาะสมสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ถั่วเหลืองอุดมไปด้วยเกลือแร่ เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก และที่สำคัญคือ ธาตุเหล็กช่วยในการบำรุงโลหิต ถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ,บี 1, บี 2 ,ดี, อี, เค และไนอะซีน จะพบว่าถั่วเหลืองมีวิตามินบี 2 มากกว่าพืชอื่น ๆ นอกจากนี้ยังพบว่าถั่ำวเหลือง ประกอบด้วยไบโอติน โคลิน และอิโนซิทอล ที่ทำหน้าที่คล้ายวิตามินด้วย
ป.ล. มีซุปมิโซะสำเร็จรูปที่เฮียเป้งซื้อมาจากญี่ปุ่นยังไม่ได้ลองเอามาดูเลย แต่เคยได้ยินว่าแบบผงๆ มันไม่ค่อยอร่อย จริงหรือเปล่าต้องลองดู

0 comments:

Post a comment