เมนูแซ่บๆ รสชาติจี๊ดจ๊าดดดด

อร่อยเมนูเด็ดๆ ได้ไม่ยาก ใครๆ ก็ทำเองได้ ทำแป็บเดียวก็ได้ "แซ่บ" แล้ว

อาหารจานเดียว อาหารจานด่วนแบบง่ายๆ อร่อยๆ

ใช้เวลาทำไม่่นาน อร่อยเหมือนกินในร้านเลย

ขนมอบ เบอรี่แนวสุขภาพ

มาลองทำเบเกอรี่แนวสุขภาพ อร่อยด้วยและมีคุณค่าทางอาหาร ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

วิธีทำโยเกิร์ต น้ำเต้าหู้ ครีมชีสได้เองแบบง่ายๆ

เพาะต้นอ่อน คั้นน้ำข้าวสาลี เพาะถั่วงอกเอง สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด คุณก็ทำได้

อาหารคาวและกับข้าว

เมนูแบบบ้าน บ้าน แต่อร่อยเหมือนภัตตาคาร

6 December 2014

ยำแซลมอนกับไควาเระ


  • ปกติจะชอบเพาะต้นไควาเระ (ต้นอ่อนหัวไชเท้า) แต่เพาะเองจริงๆ แล้วจะต้นทุนจะแพงกว่าซื้อที่เขาเพาะใส่ถุงขายให้ห้าง แค่ห่อละ 16 บาทหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ส่วนตัวดาวจะซื้อที่ท็อปส์ประจำ เอามาประกอบอาหารได้ทุกอย่างเหมือนถั่วงอก ลองเสิร์ชหาดูในบล็อกนี้นะคะ มีทำไว้หลายเมนูคะ เผื่อคนที่เพาะไควาเระทานแล้วไม่รู้ว่าจะทำอะไรทานดี วันนี้มีเมนูที่ทำง่ายๆ อร่อยๆ รับรองว่าหลายๆ คนต้องชอบกันคะ 

  • พอดีไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนการทำ พอดีหิวๆ เลยไม่ค่อยมีอารมณ์ถ่ายรูปขั้นตอนการทำ แต่ทำง่ายๆ คะ เริ่มจากหั่นเนื้อปลาแซลมอนเป็นชิ้นลูกเต๋า มีน้ำจิ้มซีฟู้ดสำเร็จรูปที่ขายตามซุปเปอร์ทั่วไป (เลือกเอาตามชอบ) วันหลังจะรีวิวน้ำจิ้มซีฟู้ดยี่ห้อที่ดาวชอบ พอดีมันใกล้หมดแล้วเลยไม่ได้ถ่ายรูป ไควาเระหั่นครึ่ง ผสมเนื้อปลา น้ำจิ้มและไควาเระ คลุกเค้าให้เข้ากัน ตักใส่ชามโรยหน้าด้วยไควาเระเป็นต้นๆ สักนิดหน่อย ถ้าชอบรสเผ็ดๆ ซ่าๆ เติมวาซาบิลงไปหน่อยยิ่งอร่อย
  • เมนูนี้ได้แรงบันดาลใจจากที่ได้กินยำแซลมอนในร้านอาหารญี่ปุ่นตอนที่อยู่เชียงใหม่ เขาจะหั่นแตงกวาญี่ปุ่นใส่ด้วย แต่ดาวว่าใส่ไควาเระมันจะได้รสชาติเผ็ดๆ ไปอีกแบบนึง ยิ่งใส่ไควาเระเยอะๆ ยิ่งอร่อย แก้เลี่ยนได้ดีเชียว 
  • จะประยุกต์ใส่พวกต้นอ่อนต่างๆ เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนอัลฟัลฟ่า ต้นอ่อนป่าน ได้ทั้งนั้น หรือแกล้มกับผักสลัดต่างๆ ทำให้เราทานผักได้มายิ่งขึ้นด้วยคะ 


23 November 2014

Fusilli With Red Suace


  • ปกติจะไม่กินมะเขือเทศไม่ว่าจะพันธุ์อะไรก็ตาม คืออยากกินอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนคนอื่น แต่ไม่ชอบรสชาติของไส้ วิธีที่จะให้ร่างกายได้รับไลโคปีนเยอะๆ คือต้องทำซอสแดง ต้มมะเขือเทศให้นิ่มๆ แล้วใช้มะเขือเทศราชินีเพราะเนื้อแน่น ไม่มีไส้รสชาติหยึ๋ยๆๆ นอกจากซอสแดงก็เป็นน้ำเงี้ยว น้ำพริกอ่อง เอารสชาติหมูสับกลบ ถ้าทำเองก็ใช้มะเขือเทศราชินีไม่ใช้มะเขือส้ม พยายามหัดกินทีละนิดๆ หวังว่าสักวันจะกินแบบเพียวๆ ได้  
  • เรามาลงมือทำกันดีกว่า ส่วนผสมมีหัวหอมใหญ่ มะเขือเทศราชินีหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีมีไส้กรอกของ S&P ก็เลยหั่นใส่ด้วย ถ้าไม่่มีหรือไม่ชอบไม่ต้องใส่ก็ได้ 
  • หมูสับ หรือไก่สับแล้วแต่ชอบ 
  • เส้นจะใช้เส้นสปาเก็ตตี้ พาสต้าต่างๆ ตามชอบ วันนี้ดาวใช้ Fusilli เป็นแบบโฮลวีทต้มใส่เกลือให้สุกกำลังดีแล้วเทใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ ใส่น้ำมันคลุกไม่ให้ติดกันสักหน่อย ต้มเอาไว้เยอะๆ แช่ในตู้เย็นได้หลายวัน เราก็เอามาทำอาหารอย่างอื่นได้ (ปกติไม่ค่อยชอบกินข้าว ชอบกินอาหารเส้นๆ มากกว่า) 
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย เอาหอมใหญ่ผัดกับหมูสับ ไส้กรอกจนหอม 
  • ผัดไปสักพักก็ใส่ผงปรุงรสนิดนึง ไม่ต้องใส่เยอะเพราะเราจะได้รสชาติของซอสมะเขือเทศอยู่แล้ว ถ้าไม่ใส่ผงปรุงรสก็ใส่ซอสหอยนางรมไปนิดนึงพอเพิ่มรสเค็ม 
  • ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ผัดสักพักก็เติมน้ำลงไปสักนิด ปิดฝาให้มะเขือเทศนุ่มลง 
  • มะเขือเทศเริ่มนุ่มแล้วก็เทซอสมะเขือเทศลงไป ก็กะๆ เอาชิมๆ ดูว่าเข้มข้นพอหรือยัง ถ้าชอบเผ็ดก็เติมซอสพริกไปนิดนึง โรยออริกาโน่ พริกไทย เคี่ยวให้น้ำซอสข้นๆ ก็ใช้ได้แล้ว 
  • ราดน้ำเยอะๆ อร่อยดี ตอนทำเสร็จก็นึกขึ้นมาได้ว่าเราน่าจะใส่น้ำมะเขือเทศดอยคำไปน่าจะดี ไม่หวานเหมือนใส่ซอสมะเขือเทศด้วย เอาไว้คราวหน้าลองทำดีกว่า 

10 November 2014

สูตรหมักหมูนุ่ม (แบบไม่ใส่แป้งมัน)

  • วิธีหมักหมูนุ่มแบบไม่ใส่แป้งมัน เราจะใส่ผงโซดาไบคาร์บอเนตทำให้หมูนุ่ม ถ้าใส่แป้งมันเวลาเราเอาไปทำอาหารจะทำให้อาหารเราข้น จะเหมาะกับการทำราดหน้ามากกว่า ถ้าเราจะเอาไปผัดไปต้มไปแกง เราก็ไม่อยากให้อาหารมันข้นจากแป้งมัน แต่ยังได้ความนุ่มเหมือนเดิม สูตรนี้ดาวหมักเอาไว้ในตู้เย็นประจำ สามารถหมักเก็บไว้ในช่องแช่แข็งได้เป็นเดือนไม่เสีย ยิ่งหมักนานยิ่งเข้าเนื้อ 
  • หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นบางๆ จะใช้เนื้อหมูส่วนไหนก็ได้ เพราะเราหมักอย่างไรก็นุ่ม จะประยุกต์เป็นเนื้อไก่ก็ได้
  • ดาวใช้เนื้อหมูประมาณ 3 ขีด ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ผงปรุงรส (ชอบของอร่อยชัวร์) น้ำมันงา พริกไทยป่น กะปริมาณตามรูป เคล็ดลับให้หมูหมักนุ่มคือใส่โซดาไบคาร์บอเนต หาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป หมูประมาณ 3 ขีด เราใส่โซดาไบคาร์บอเนตประมาณ 1 ช้อนชา ไม่ต้องใส่เยอะเพราะจะทำให้รสชาติเฝื่อน บางสูตรเห็นคนเอามาเผยแพร่ใส่ผงฟูเป็นซอง จะบอกว่ามันจะเฝื่อนจนกินไม่ได้เลย แค่ช้อนชาเดียวหมักข้ามคืนก็นุ่มสุดๆ แล้ว
  • คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้มือนวดๆ ให้เข้าเนื้อสัก 5 นาที จะทำให้เนื้อนุ่มไว เอาไปแช่ตู้เย็นไว้สัก 1-2 ชั่วโมงแล้วเอามาทำอาหารหรือสัก 1 คืน ทำแล้วแช่ช่องทำน้ำแข็งเก็บไว้ได้เป็นเดือนก็ไม่เสียเพราะเราไม่ได้ใส่แป้ง แป้งจะทำให้เสียง่าย เวลาไม่มีรู้จะทำอะไรกินดี ก็เอาออกมาทำผัดกะเพรา ผัดพริก ทำสุกี้ ผัดกระเทียมพริกไทย ผัดกับซอสเทอริยากิก็อร่อย

5 October 2014

กุ้งอบวุ้นเส้น


 
  • ชอบทำกุ้งอบวุ้นเส้นมากกว่าจะไปกินตามร้านอาหาร เหตุผลแรกคือ ตามร้านอ้าหารชอบให้วุ้นเส้นน้อย ซู้ดยังไม่สะใจก็หมดหม้อละ เหตุผลที่สองคือ เขาชอบทำมันๆ เลี่ยนๆ แต่เวลาดาวทำจะใส่เฉพาะน้ำมันงา ไม่มีมันหมูรองก้นเพราะใช้กระทะเทฟล่อนทำ เน้นกินวุ้นเส้นเยอะๆ กระทะเดียวอิ่มเลย  ทำกินเองราคาถูกกว่าเยอะ วันนี้ดาวใช้กุ้งลายเสือกิโลละ 450 บาท ตัวขนาดกำลังดี กินแค่ 3 ตัว มีมันหน่อยๆ เนื้อแน่นๆ กว่ากุ้งอื่นๆ
  • แช่วุ้นเส้นไม่ฟอกสีห่อกลางๆ พอดีมีเซเลอรี่กำใหญ่ก็เลยเอามาใส่ ปกติเวลาเรากินตามร้านอาหารเขาชอบใส่ต้นหอมเป็นต้นๆ ใส่ไป ส่วนใหญ่จะเขี่ยออกเพราะมันใหญ่กินก็ลำบาก ส่วนตัวชอบใส่คื่นช่ายหรือเซเลอรี่ (มีอย่างไหนก็จะใส่อย่างนั้น) กุ้งลายเสือซื้อโลละ 450 บาท ตกตัวละ 40 กว่าบาท ได้เนื้อแน่นๆ มีมันกุ้งนิดด้วย ถ้าไปซื้อกินที่ร้านหม้อนึงได้นิดเดียวเอง


วิธีปรุงน้ำซอสทำกุ้งอบวุ้นเส้น

ส่วนผสม

  1. ซอสหอยนางรม 
  2. ผงปรุงรส
  3. ขิงสับ
  4. ชวงเจี่ย (ไม่มีไม่ต้องใส่)
  5. พริกไทยดำป่น
  6. น้ำมันงา
  • เซเลอรี่ของโครงการหลวง ต้นละ 59 บาท ใช้ทำอาหารได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 อย่าง 
  • วุ้นเส้นไม่ฟอกสี และต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ
  • กุ้งลายเสือผ่ากลาง
  • เอาวุ้นเส้นที่แช่น้ำแล้วใส่ในกระทะ ราดด้วยน้ำซอสที่เราปรุงไว้และคลุกเคล้าให้ทั่ว คือถ้าเป็นแบบดั้งเดิมหรือแบบที่เขาทำในร้านอาหารเขาจะรองด้วยมันหมู ซึ่งเราไม่อยากเพิ่มความมันและไม่ต้องกลัวติดก้นหม้อ เราเลยอบในกระทะเทฟล่อน ส่วนขิงแก่ที่ฝานรองก้นหม้อ เราก็เปลี่ยนเป็นขิงสับแทน มันได้รสชาติดีกว่า (ความชอบส่วนตัว)
  • แบ่งเซเลอรี่อบไปพร้อมกับวุ้นเส้นจะได้หอมๆ อีกส่วนเราเอาไว้โรยหน้า
  • ปิดฝากระทะไว้ 
  • พอใกล้สุกก็เปิดฝาออกมาดูสักหน่อย
  • วางกุ้งของเราลงไป ที่ใส่ทีหลังเพราะกุ้งจะได้ไม่สุกเกิน ไม่ชอบเนื้อแข็งๆ
  • ปิดฝารอจนกุ้งสุก
  • น้องกุ้งสุกแล้ว เนื้อเด้งกำลังดี มันของน้องเยิ้มน่ากินมากกกกก
  • โรยหน้าด้วยเซเลอรี่อีกรอบ สีสันตัดกันสวยงาม
  • หัวใจของกุ้งอบวุ้นเส้น กลิ่นหลักๆ คือน้ำมันงากับขิง มีพริกไทยอีกนิดถึงจะเป็นกุ้งอบวุ้นเส้น ทำยังไงๆ มันก็ใช่ มันก็อร่อย แม้ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งเป็นปู เป็นเห็ด หรือผักต่างๆ มันก็ยังได้อารมณ์ของกุ้งอบวุ้นเส้นหม้อดินแบบดั้งเดิมแม้ว่าจะทำในกระทะเทฟล่อนก็ตาม
  • น้องกุ้งตัวเดียวก็เต็มจานแล้ว เอาน้ำจิ้มซีฟู้ดมาจิ้ม ซู้ดวุ้นเส้นให้ชื่นใจ หอมๆ เผ็ดๆ ขิงกับพริกไทย ว่าแล้วก็อยากกินอีกจัง

3 October 2014

เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน (มาโบโตฟู)

  • มาโบโตฟู (เรียกแบบญี่ปุ่น) หรือ หม่าโผโตฟู (เรียกแบบจีน) หรือ เต้าหู้ผัดพริกเฉสวน (เรียกแบบไทยๆ) สมัยก่อนเห็นรูปมาโบโตฟูทีไรนึกอยากกินทุกที คือจริงๆ เป็นคนไม่ค่อยโปรดปรานเต้าหู้เท่าไหร่ โดยเฉพาะเต้าหู้นิ่มหยึ๋ยๆ เพราะโดนพ่อบังคับให้กินตั้งแต่เด็กๆ พ่อบอกว่ามีประโยชน์ ย่าจะทำแกงจืดเต้าหู้ทีไร จะโดนพ่อตักให้กินตลอด กินไปก็น้ำตาคลอเบ้าไป ด้วยรสชาติจืดๆ หยึ๋ยๆ แต่ก็แปลกทำไมเห็นเมนูนี้แล้วอยากกิน ครั้งแรกกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่น หนต่อมาเดือนหิ้วมาฝากจากมาเก๊า อันนี้รสชาติจัดจ้านกว่า กลิ่นหอมพริกมากๆ กลบรสหยึ๋ยๆ ของเต้าหู้จนหมด ทำให้เราสามารถกินเต้าหู้ได้แบบเอร็ดอร่อย เลยต้องลองทำเลย
  • พยายามหาพริกเสฉวนในซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ ก็หาไม่ได้ เห็นมีน้ำพริกเผาของสิงคโปร์ เขียนว่า Crispy Chili มันคือพริกทอดผสมกุ้งแห้งทอดกรอบๆ รสชาติออกเค็มๆ เผ็ดๆ เราใส่ชวงเจี่ยกับเต้าเจี้ยวเพิ่มก็ใช้ได้ละ 
  • ส่วนผสม เราจะใช้ไก่สับ (หมูสับก็ได้) ขิงสับ ต้นหอมซอย พริกเผาสิงคโปร์ ชวงเจี่ย เต้าหู้ญี่ปุ่นแบบนิ่ม 
  • หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า ไม่ต้องเล็กมากเพราะผัดแล้วเดี๋ยวเละ
  • ใส่น้ำมันเล็กน้อย เอาขิงสับไปผัดให้หอมๆ
  • ใส่ไก่สับลงไปผัด
  • ใส่น้ำพริกเผาสิงคโปร์ 
  • ใส่ชวงเจี่ย เต้าเจี้ยว เหยาะน้ำตาลตัดรสเล็กน้อย
  • ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย
  • เติมน้ำลงไปเล็กน้อย บางครั้งเขาจะใส่น้ำเยอะหน่อยแล้วเติมแป้งมันให้ข้น แต่ดาวชอบแบบน้ำพอดีกับเต้าหู้ รสชาติเข้มข้นหน่อยก็เลยไม่ใส่แป้งมัน
  • ปรุงรสได้ที่แล้วก็ใส่เต้าหู้
  • คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งให้เต้าหู้ซึมซับซอสสักหน่อย แต่เต้าหู้ญี่ปุ่นนี่ดีจังเลย คนตั้งหลายรอบเต้าหู้แทบจะไม่แตกเลย
  • ตักใส่ชาม ซอยต้นหอมโรยหน้า ถ้ามีต้นหอมญี่ปุ่นต้นใหญ่ๆ ซอยแล้วโรยหน้าคงจะสวยงามกว่านี้ ตอนที่ทำเสร็จ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเราควรจะซอยฝอยๆ มันจะดูน่ากินกว่านี้เนอะ แฮะๆ

ถั่วแขกผัดพริกเสฉวน (Gan Bian Si Ji Dou)

  • ช่วงกินเจได้กินอาหารเจที่บริษัทดอกบัวคู่ทำแจกที่หน้าบริษัท เป็นอะไรบางสิ่งที่เอาไปทอดเส้นยาวๆ แต่เขาทอดจนเกรียม เส้นแบน ดูมันเหี่ยวๆ แต่กินแล้วได้รสหอมเกรียมๆ ผัดพริกอร่อยเชียว วันนี้ก็เลยอยากลองทำกินเอง ไปเสิร์ชในกูเกิ้ลเลยรู้ว่ามันคือ Gan Bian Si Ji Dou หรือถั่วผัดพริกเสฉวน พอดีมีถั่วแขกซื้อไว้ตอนกินเจยังไม่ได้ทำอะไร วันนี้เลยลงมือทำเลย 
  • เอาถั่วแขกมาตัดหัวท้ายและผ่าครึ่ง วันนี้ใช้น้ำพริกเผาของสิงคโปร์ (อีกแล้ว) ในน้ำพริกจะมีกุ้งแห้งผสม จริงๆ แล้วพริกเสฉวนจะมีชวงเจี่ย เต้าเจี้ยวด้วย ดังนั้นเราก็เติมทั้งสองอย่างเพิ่มต่างหาก แค่นี้ก็เป็นพริกเสฉวนแล้ว 
  • สับกระเทียมกับขิง
  • หน้าตาน้ำพริกเผาสิงคโปร์ (ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไรแต่มันทำมาจากสิงคโปร์) หาซื้อได้ที่ท็อปส์ 
  • เทน้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ไม่ต้องเยอะมาก พอให้เคลือบถั่ว ถ้าใครไม่กล้วอ้วนก็เอาไปทอดแบบ Deep Fried เลยก็ได้ แต่จริงๆ แค่นาบๆ ก็หอมอร่อยแล้ว 
  • ทอดไปเรื่อยๆ ถั่วจะค่อยๆ สลดลง ผิวใส เริ่มเกรียมนิดๆ  
  • เกรียมประมาณนี้ ใช้เวลานานหน่อย แต่ว่ายิ่งเกรียมก็ยิ่งหอม 
  • พอถั่วแขกของเราเกรียมแล้วก็ใส่กระเทียมกับขิงสับ ไม่ต้องใส่น้ำมันเพิ่มเพราะเดี๋ยวเราได้น้ำมันจากน้ำพริกเผาอีกมันจะยิ่งมันเยิ้ม 
  • ผัดให้หอมๆ  
  • ใส่น้ำพริกเผาสิงคโปร์ ชวงเจี่ย เต้าเจี่ยว น้ำตาล (ตัดรสนิดหน่อย)  ผัดให้เข้ากันดี
  • กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เราไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่ม เพราะในพริกเผาและเต้าเจี้ยวมีรสเค็มอยู่แล้ว แค่เหยาะน้ำตาลตัดรสก็พอ 
  • ใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆ ก็ใส่ชวงเจี่ยน้อยๆ เพราะตอนกินแรกๆ ก็รับกลิ่นไม่ค่อยได้ พอกินไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันทำให้อาหารของเราหอมขึ้น หาซื้อชวงเจี่ยได้ในแผนกเครื่องเทศ คือมีติดบ้านเอาไว้เราก็สามารถเอามาประยุกต์ผัดกับผักต่างๆ ได้ ที่คิดๆ ดูน่าจะเอา หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วลันเตาหวาน ถั่วฟักยาว มะเขือยาว มะเขือม่วงต่างๆ หรือผักที่มีเนื้อแข็ง เอาไปทอดให้เกรียมแล้วเอามาผัด น่าจะได้เหมือนกัน