เมนูแซ่บๆ รสชาติจี๊ดจ๊าดดดด

อร่อยเมนูเด็ดๆ ได้ไม่ยาก ใครๆ ก็ทำเองได้ ทำแป็บเดียวก็ได้ "แซ่บ" แล้ว

อาหารจานเดียว อาหารจานด่วนแบบง่ายๆ อร่อยๆ

ใช้เวลาทำไม่่นาน อร่อยเหมือนกินในร้านเลย

ขนมอบ เบอรี่แนวสุขภาพ

มาลองทำเบเกอรี่แนวสุขภาพ อร่อยด้วยและมีคุณค่าทางอาหาร ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

วิธีทำโยเกิร์ต น้ำเต้าหู้ ครีมชีสได้เองแบบง่ายๆ

เพาะต้นอ่อน คั้นน้ำข้าวสาลี เพาะถั่วงอกเอง สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด คุณก็ทำได้

อาหารคาวและกับข้าว

เมนูแบบบ้าน บ้าน แต่อร่อยเหมือนภัตตาคาร

5 October 2014

กุ้งอบวุ้นเส้น


 
  • ชอบทำกุ้งอบวุ้นเส้นมากกว่าจะไปกินตามร้านอาหาร เหตุผลแรกคือ ตามร้านอ้าหารชอบให้วุ้นเส้นน้อย ซู้ดยังไม่สะใจก็หมดหม้อละ เหตุผลที่สองคือ เขาชอบทำมันๆ เลี่ยนๆ แต่เวลาดาวทำจะใส่เฉพาะน้ำมันงา ไม่มีมันหมูรองก้นเพราะใช้กระทะเทฟล่อนทำ เน้นกินวุ้นเส้นเยอะๆ กระทะเดียวอิ่มเลย  ทำกินเองราคาถูกกว่าเยอะ วันนี้ดาวใช้กุ้งลายเสือกิโลละ 450 บาท ตัวขนาดกำลังดี กินแค่ 3 ตัว มีมันหน่อยๆ เนื้อแน่นๆ กว่ากุ้งอื่นๆ
  • แช่วุ้นเส้นไม่ฟอกสีห่อกลางๆ พอดีมีเซเลอรี่กำใหญ่ก็เลยเอามาใส่ ปกติเวลาเรากินตามร้านอาหารเขาชอบใส่ต้นหอมเป็นต้นๆ ใส่ไป ส่วนใหญ่จะเขี่ยออกเพราะมันใหญ่กินก็ลำบาก ส่วนตัวชอบใส่คื่นช่ายหรือเซเลอรี่ (มีอย่างไหนก็จะใส่อย่างนั้น) กุ้งลายเสือซื้อโลละ 450 บาท ตกตัวละ 40 กว่าบาท ได้เนื้อแน่นๆ มีมันกุ้งนิดด้วย ถ้าไปซื้อกินที่ร้านหม้อนึงได้นิดเดียวเอง


วิธีปรุงน้ำซอสทำกุ้งอบวุ้นเส้น

ส่วนผสม

  1. ซอสหอยนางรม 
  2. ผงปรุงรส
  3. ขิงสับ
  4. ชวงเจี่ย (ไม่มีไม่ต้องใส่)
  5. พริกไทยดำป่น
  6. น้ำมันงา
  • เซเลอรี่ของโครงการหลวง ต้นละ 59 บาท ใช้ทำอาหารได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 อย่าง 
  • วุ้นเส้นไม่ฟอกสี และต้นหอมหั่นเป็นท่อนๆ
  • กุ้งลายเสือผ่ากลาง
  • เอาวุ้นเส้นที่แช่น้ำแล้วใส่ในกระทะ ราดด้วยน้ำซอสที่เราปรุงไว้และคลุกเคล้าให้ทั่ว คือถ้าเป็นแบบดั้งเดิมหรือแบบที่เขาทำในร้านอาหารเขาจะรองด้วยมันหมู ซึ่งเราไม่อยากเพิ่มความมันและไม่ต้องกลัวติดก้นหม้อ เราเลยอบในกระทะเทฟล่อน ส่วนขิงแก่ที่ฝานรองก้นหม้อ เราก็เปลี่ยนเป็นขิงสับแทน มันได้รสชาติดีกว่า (ความชอบส่วนตัว)
  • แบ่งเซเลอรี่อบไปพร้อมกับวุ้นเส้นจะได้หอมๆ อีกส่วนเราเอาไว้โรยหน้า
  • ปิดฝากระทะไว้ 
  • พอใกล้สุกก็เปิดฝาออกมาดูสักหน่อย
  • วางกุ้งของเราลงไป ที่ใส่ทีหลังเพราะกุ้งจะได้ไม่สุกเกิน ไม่ชอบเนื้อแข็งๆ
  • ปิดฝารอจนกุ้งสุก
  • น้องกุ้งสุกแล้ว เนื้อเด้งกำลังดี มันของน้องเยิ้มน่ากินมากกกกก
  • โรยหน้าด้วยเซเลอรี่อีกรอบ สีสันตัดกันสวยงาม
  • หัวใจของกุ้งอบวุ้นเส้น กลิ่นหลักๆ คือน้ำมันงากับขิง มีพริกไทยอีกนิดถึงจะเป็นกุ้งอบวุ้นเส้น ทำยังไงๆ มันก็ใช่ มันก็อร่อย แม้ว่าจะเปลี่ยนจากกุ้งเป็นปู เป็นเห็ด หรือผักต่างๆ มันก็ยังได้อารมณ์ของกุ้งอบวุ้นเส้นหม้อดินแบบดั้งเดิมแม้ว่าจะทำในกระทะเทฟล่อนก็ตาม
  • น้องกุ้งตัวเดียวก็เต็มจานแล้ว เอาน้ำจิ้มซีฟู้ดมาจิ้ม ซู้ดวุ้นเส้นให้ชื่นใจ หอมๆ เผ็ดๆ ขิงกับพริกไทย ว่าแล้วก็อยากกินอีกจัง

3 October 2014

เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน (มาโบโตฟู)

  • มาโบโตฟู (เรียกแบบญี่ปุ่น) หรือ หม่าโผโตฟู (เรียกแบบจีน) หรือ เต้าหู้ผัดพริกเฉสวน (เรียกแบบไทยๆ) สมัยก่อนเห็นรูปมาโบโตฟูทีไรนึกอยากกินทุกที คือจริงๆ เป็นคนไม่ค่อยโปรดปรานเต้าหู้เท่าไหร่ โดยเฉพาะเต้าหู้นิ่มหยึ๋ยๆ เพราะโดนพ่อบังคับให้กินตั้งแต่เด็กๆ พ่อบอกว่ามีประโยชน์ ย่าจะทำแกงจืดเต้าหู้ทีไร จะโดนพ่อตักให้กินตลอด กินไปก็น้ำตาคลอเบ้าไป ด้วยรสชาติจืดๆ หยึ๋ยๆ แต่ก็แปลกทำไมเห็นเมนูนี้แล้วอยากกิน ครั้งแรกกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่น หนต่อมาเดือนหิ้วมาฝากจากมาเก๊า อันนี้รสชาติจัดจ้านกว่า กลิ่นหอมพริกมากๆ กลบรสหยึ๋ยๆ ของเต้าหู้จนหมด ทำให้เราสามารถกินเต้าหู้ได้แบบเอร็ดอร่อย เลยต้องลองทำเลย
  • พยายามหาพริกเสฉวนในซุปเปอร์มาเก็ตต่างๆ ก็หาไม่ได้ เห็นมีน้ำพริกเผาของสิงคโปร์ เขียนว่า Crispy Chili มันคือพริกทอดผสมกุ้งแห้งทอดกรอบๆ รสชาติออกเค็มๆ เผ็ดๆ เราใส่ชวงเจี่ยกับเต้าเจี้ยวเพิ่มก็ใช้ได้ละ 
  • ส่วนผสม เราจะใช้ไก่สับ (หมูสับก็ได้) ขิงสับ ต้นหอมซอย พริกเผาสิงคโปร์ ชวงเจี่ย เต้าหู้ญี่ปุ่นแบบนิ่ม 
  • หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า ไม่ต้องเล็กมากเพราะผัดแล้วเดี๋ยวเละ
  • ใส่น้ำมันเล็กน้อย เอาขิงสับไปผัดให้หอมๆ
  • ใส่ไก่สับลงไปผัด
  • ใส่น้ำพริกเผาสิงคโปร์ 
  • ใส่ชวงเจี่ย เต้าเจี้ยว เหยาะน้ำตาลตัดรสเล็กน้อย
  • ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย
  • เติมน้ำลงไปเล็กน้อย บางครั้งเขาจะใส่น้ำเยอะหน่อยแล้วเติมแป้งมันให้ข้น แต่ดาวชอบแบบน้ำพอดีกับเต้าหู้ รสชาติเข้มข้นหน่อยก็เลยไม่ใส่แป้งมัน
  • ปรุงรสได้ที่แล้วก็ใส่เต้าหู้
  • คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งให้เต้าหู้ซึมซับซอสสักหน่อย แต่เต้าหู้ญี่ปุ่นนี่ดีจังเลย คนตั้งหลายรอบเต้าหู้แทบจะไม่แตกเลย
  • ตักใส่ชาม ซอยต้นหอมโรยหน้า ถ้ามีต้นหอมญี่ปุ่นต้นใหญ่ๆ ซอยแล้วโรยหน้าคงจะสวยงามกว่านี้ ตอนที่ทำเสร็จ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเราควรจะซอยฝอยๆ มันจะดูน่ากินกว่านี้เนอะ แฮะๆ

ถั่วแขกผัดพริกเสฉวน (Gan Bian Si Ji Dou)

  • ช่วงกินเจได้กินอาหารเจที่บริษัทดอกบัวคู่ทำแจกที่หน้าบริษัท เป็นอะไรบางสิ่งที่เอาไปทอดเส้นยาวๆ แต่เขาทอดจนเกรียม เส้นแบน ดูมันเหี่ยวๆ แต่กินแล้วได้รสหอมเกรียมๆ ผัดพริกอร่อยเชียว วันนี้ก็เลยอยากลองทำกินเอง ไปเสิร์ชในกูเกิ้ลเลยรู้ว่ามันคือ Gan Bian Si Ji Dou หรือถั่วผัดพริกเสฉวน พอดีมีถั่วแขกซื้อไว้ตอนกินเจยังไม่ได้ทำอะไร วันนี้เลยลงมือทำเลย 
  • เอาถั่วแขกมาตัดหัวท้ายและผ่าครึ่ง วันนี้ใช้น้ำพริกเผาของสิงคโปร์ (อีกแล้ว) ในน้ำพริกจะมีกุ้งแห้งผสม จริงๆ แล้วพริกเสฉวนจะมีชวงเจี่ย เต้าเจี้ยวด้วย ดังนั้นเราก็เติมทั้งสองอย่างเพิ่มต่างหาก แค่นี้ก็เป็นพริกเสฉวนแล้ว 
  • สับกระเทียมกับขิง
  • หน้าตาน้ำพริกเผาสิงคโปร์ (ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไรแต่มันทำมาจากสิงคโปร์) หาซื้อได้ที่ท็อปส์ 
  • เทน้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ไม่ต้องเยอะมาก พอให้เคลือบถั่ว ถ้าใครไม่กล้วอ้วนก็เอาไปทอดแบบ Deep Fried เลยก็ได้ แต่จริงๆ แค่นาบๆ ก็หอมอร่อยแล้ว 
  • ทอดไปเรื่อยๆ ถั่วจะค่อยๆ สลดลง ผิวใส เริ่มเกรียมนิดๆ  
  • เกรียมประมาณนี้ ใช้เวลานานหน่อย แต่ว่ายิ่งเกรียมก็ยิ่งหอม 
  • พอถั่วแขกของเราเกรียมแล้วก็ใส่กระเทียมกับขิงสับ ไม่ต้องใส่น้ำมันเพิ่มเพราะเดี๋ยวเราได้น้ำมันจากน้ำพริกเผาอีกมันจะยิ่งมันเยิ้ม 
  • ผัดให้หอมๆ  
  • ใส่น้ำพริกเผาสิงคโปร์ ชวงเจี่ย เต้าเจี่ยว น้ำตาล (ตัดรสนิดหน่อย)  ผัดให้เข้ากันดี
  • กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน เราไม่ต้องปรุงรสอะไรเพิ่ม เพราะในพริกเผาและเต้าเจี้ยวมีรสเค็มอยู่แล้ว แค่เหยาะน้ำตาลตัดรสก็พอ 
  • ใครไม่ชอบกลิ่นฉุนๆ ก็ใส่ชวงเจี่ยน้อยๆ เพราะตอนกินแรกๆ ก็รับกลิ่นไม่ค่อยได้ พอกินไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันทำให้อาหารของเราหอมขึ้น หาซื้อชวงเจี่ยได้ในแผนกเครื่องเทศ คือมีติดบ้านเอาไว้เราก็สามารถเอามาประยุกต์ผัดกับผักต่างๆ ได้ ที่คิดๆ ดูน่าจะเอา หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วลันเตาหวาน ถั่วฟักยาว มะเขือยาว มะเขือม่วงต่างๆ หรือผักที่มีเนื้อแข็ง เอาไปทอดให้เกรียมแล้วเอามาผัด น่าจะได้เหมือนกัน

1 October 2014

ผัดยากิโซบะเจ

  • เมนูประจำเทศกาลกินเจคือ ยากิโซบะ สมัยก่อนเมื่อสัก 30 ปีที่แล้ว (นานเนอะ) เส้นฮกเกี้ยนหากินไม่ค่อยง่าย ถ้าอยากกินยากิโซบะต้องไปกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไดมารูพระโขนง สมัยนั้นก็แพงมากๆ จะได้กินต้องโอกาสพิเศษๆ เท่านั้น แต่สัก 30 ปีก่อนเริ่มมีคนกินเจเยอะขึ้นจะมีร้านขายผัดเจที่ตลาด พ่อจะต้องซื้อมาให้กินเป็นประจำ จริงๆ ตอนเด็กๆ ไม่ได้กินเจหรอกแต่ลูกๆ ชอบกินยากิโซบะกันมาก สมัยก่อนจะผัดแบบจีนๆ ใส่ซีอิ๊วดำ ใส่กะหล่ำปลี คะน้า แครอทก็ไม่มีเพราะสมัยก่อนมีแต่ของเมืองนอก ใส่หมี่กึง เต้าหู้บ้าง ผัดแบบมันๆ น้ำแฉะๆ ใส่ห่อรองด้วยใบตอง แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว 
  • ทุกเทศกาลกินเจ เราเลยไม่ค่อยพลาดที่จะทำยากิโซบะกิน หลังๆ ไม่ซื้อเขาเพราะว่าเขาผัดมันๆ แล้วใส่ซีอิ๊วดำๆ โดยส่วนตัวแล้วชอบผัดแบบใสซอสมะเขือเทศมากกว่า
  • พอดีไม่ได้ถ่ายตอนทำไว้ แต่ก็ผัดได้ไม่ยาก ผักที่ใช้จะมีกะหล่ำปลีหั่นซอยๆ ข้าวโพดอ่อน พริกหวาน 3 สี เต้าหู้เอาไปทอดแล้วหั่นเป็นชิ้น โรยหน้าด้วยถั่วงอกที่เพาะเอง (อันนี้แล้วแต่ชอบ)
  • เขาจะมีซอสยากิโซบะขายเป็นขวดๆ คือจะอร่อยไม่อร่อยอยู่ตรงซอยนี่หล่ะ แต่ว่าเราทำกินเองแบบง่ายๆ ดาวใส่โซยุของคิโคแมน + ซอสมะเขือเทศ + ผงปรุงรสเจ (ฟ้าไทย) + น้ำตาลเล็กน้อย ใช้แค่นี้เอง หรือใครชอบหวานๆ ใช้ซอสเทอริยากิ + โซยุของคิโคแมน (เพิ่มกลิ่น) ก็ได้
  • จะผัดแห้งๆ หรือแฉะๆ ก็ได้ตามใจชอบ แต่ดาวชอบแฉะๆ ซอสเยอะๆ หน่อย โรยถั่วงอกกรอบๆ กินด้วย

    ลองทำทานกันดูนะคะ ^_^

27 September 2014

เค้กกล้วยหอม (Banana Cake)

  • เวลากล้วยหอมที่บ้านออกเครือมาทีไรจะตัดถวายพระเสร็จแล้วก็จะเอามาทำเค้กกล้วยหอม ทำทีไรก็หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว คราวนี้ตอนทำครั้งแรกหมดไวมาก วันรุ่งขึ้นเลยต้องทำ 2 เท่าของสูตรจะได้พอแจกจ่าย

  • วันนี้เอาสูตรเค้กกล้วยหอมของแม่สลิ่มมาก แต่ว่าลดปริมาณน้ำตาลลงไป ขนาดลดน้ำตาลลงแล้วยังหวานอยู่มาก เราจะต้องใส่น้ำตาลทีละนิด เมื่อเราผสมกล้วยแล้วจะได้ความหวานของกล้วยอีก ยิ่งกล้วยงอมรสชาติก็จะหวาน ถ้าหวานน้อยไปเราเติมเพิ่มเอาทีหลังดีกว่า
ส่วนผสม

ส่วนที่ 1

แป้งสาลีบัวแดง 180 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 3/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 180 กรัม (ดาวลดเหลือ 150 กรัมก็ยังหวานอยู่)
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนที่ 2

น้ำมันคาโนล่า 170 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 0)

ส่วนที่ 3

กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
กล้วยหอมบด 200 กรัม
โยเกิร์ต       100 กรัม (โยเกิร์ตทำเองจากนมไขมัน 0% ไม่มีจะใช้นมสดแทนก็ได้)
น้ำมะนาว 1เสี้ยว

ก่อนลงมือทำเราวอร์มเตาเอาไว้ที่ 200-210 c ใช้ไฟบนล่างและไม่เปิดพัดลม 

  • บดกล้วยหอมรอเอาไว้ ซื้อที่บดมันฝรั่งจากร้าน Daiso ราคา 60 บาท แหมใช้คุ้มดีจัง เอาไว้บดกล้วยหอม บดฟักทองเอาไว้ทำขนมปังฟักทอง 

  • ดาวชอบทำเบเกอรี่แบบง่ายๆ แล้วใช้ภาชนะน้อยๆ เพราะขี้เกียจล้าง อิอิ ฉะนั้นจึงเอาของแห้งรวมกัน เราร่อนแป้งกับผงฟูก่อนแล้วก็รวมของแห้งในโถผสม

  • เอาของเหลวใส่ในโถผสมที่เราบดกล้วยหอมเอาไว้

  • ใช้ที่ตะกร้อตีส่วนผสมให้เข้ากัน
  • ใส่ของแห้งแล้วคนให้เข้ากัน ดาวเพิ่มซินามอน (อบเชย) ป่นลงไปด้วย เพิ่มความหอม จะใส่หรือไม่ แล้วแต่ชอบเลย โรยหน้าด้วยอัลมอนต์สไลด์สักหน่อยเพื่อความหรูหรา 

  • ตักส่วนผสมใส่ในถ้วยนำเข้าอบ ที่ 200-210 c ไฟบนล่าง ไม่ต้องเปิดพัดลมระบายความร้อน เป็นเวลา 10 นาที หลังจาก 10 นาที เราลดอุณหภูมิลงเหลือที่ 180 c เป็นเวลา 10 นาที ระยะเวลาอบจะนานหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์เราด้วย เราใช้ไม้จิ้มเช็คดูถ้าไม่มีอะไรติดไม้จิ้มมาก็แสดงว่าสุกแล้ว

  • วางเค้กที่อบสุกแล้วบนตะแกรงทิ้งให้เย็นลง ก็ถึงเวลาอร่อยแล้ว

  • ทำเป็นถ้วยเล็กๆ พอดี 1 คำ ดาวอบไปพร้อมกับถ้วยใหญ่ แต่ตอนท้ายจะเอาออกจากเตาอบก่อน 

  • เนยเค้กนุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ถ้าชอบถั่วต่างๆ จะสับๆ ถั่วใส่ผสมในเค้กก็อร่อย แต่ดาวไม่ค่อยชอบเพราะถั่วในเค้กมันจะนิ่มๆ ชอบเอามาโรยหน้ามันกรอบๆ ดีกว่า

  • เมื่อก่อนเคยทำอีกสูตรนึง สูตรนั้นใส่กล้วยหอมน้อย แต่สูตรแม่สลิ่มใส่กล้วยหอมเยอะทำให้ได้กลิ่นกล้วยหอมฟุ้งเลย เนื้อเค้กก็ไม่แน่นมาก ชุ่มฉ่ำๆ ทิ้งเอาไว้ให้เย็นแล้วกินจะอร่อยกว่ากินร้อนๆ เพราะตอนเย็นลง หน้าเค้กมันจะฉ่ำขึ้น ก่อนกินเราฝากลางแล้วดมกลิ่นหอมๆ ก่อนค่อยกิน จะฟินกว่าเยอะ :p