เมนูแซ่บๆ รสชาติจี๊ดจ๊าดดดด

อร่อยเมนูเด็ดๆ ได้ไม่ยาก ใครๆ ก็ทำเองได้ ทำแป็บเดียวก็ได้ "แซ่บ" แล้ว

อาหารจานเดียว อาหารจานด่วนแบบง่ายๆ อร่อยๆ

ใช้เวลาทำไม่่นาน อร่อยเหมือนกินในร้านเลย

ขนมอบ เบอรี่แนวสุขภาพ

มาลองทำเบเกอรี่แนวสุขภาพ อร่อยด้วยและมีคุณค่าทางอาหาร ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

วิธีทำโยเกิร์ต น้ำเต้าหู้ ครีมชีสได้เองแบบง่ายๆ

เพาะต้นอ่อน คั้นน้ำข้าวสาลี เพาะถั่วงอกเอง สูตรน้ำจิ้มรสเด็ด คุณก็ทำได้

อาหารคาวและกับข้าว

เมนูแบบบ้าน บ้าน แต่อร่อยเหมือนภัตตาคาร

1 October 2014

ผัดยากิโซบะเจ

  • เมนูประจำเทศกาลกินเจคือ ยากิโซบะ สมัยก่อนเมื่อสัก 30 ปีที่แล้ว (นานเนอะ) เส้นฮกเกี้ยนหากินไม่ค่อยง่าย ถ้าอยากกินยากิโซบะต้องไปกินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไดมารูพระโขนง สมัยนั้นก็แพงมากๆ จะได้กินต้องโอกาสพิเศษๆ เท่านั้น แต่สัก 30 ปีก่อนเริ่มมีคนกินเจเยอะขึ้นจะมีร้านขายผัดเจที่ตลาด พ่อจะต้องซื้อมาให้กินเป็นประจำ จริงๆ ตอนเด็กๆ ไม่ได้กินเจหรอกแต่ลูกๆ ชอบกินยากิโซบะกันมาก สมัยก่อนจะผัดแบบจีนๆ ใส่ซีอิ๊วดำ ใส่กะหล่ำปลี คะน้า แครอทก็ไม่มีเพราะสมัยก่อนมีแต่ของเมืองนอก ใส่หมี่กึง เต้าหู้บ้าง ผัดแบบมันๆ น้ำแฉะๆ ใส่ห่อรองด้วยใบตอง แค่นี้ก็เริ่ดแล้ว 
  • ทุกเทศกาลกินเจ เราเลยไม่ค่อยพลาดที่จะทำยากิโซบะกิน หลังๆ ไม่ซื้อเขาเพราะว่าเขาผัดมันๆ แล้วใส่ซีอิ๊วดำๆ โดยส่วนตัวแล้วชอบผัดแบบใสซอสมะเขือเทศมากกว่า
  • พอดีไม่ได้ถ่ายตอนทำไว้ แต่ก็ผัดได้ไม่ยาก ผักที่ใช้จะมีกะหล่ำปลีหั่นซอยๆ ข้าวโพดอ่อน พริกหวาน 3 สี เต้าหู้เอาไปทอดแล้วหั่นเป็นชิ้น โรยหน้าด้วยถั่วงอกที่เพาะเอง (อันนี้แล้วแต่ชอบ)
  • เขาจะมีซอสยากิโซบะขายเป็นขวดๆ คือจะอร่อยไม่อร่อยอยู่ตรงซอยนี่หล่ะ แต่ว่าเราทำกินเองแบบง่ายๆ ดาวใส่โซยุของคิโคแมน + ซอสมะเขือเทศ + ผงปรุงรสเจ (ฟ้าไทย) + น้ำตาลเล็กน้อย ใช้แค่นี้เอง หรือใครชอบหวานๆ ใช้ซอสเทอริยากิ + โซยุของคิโคแมน (เพิ่มกลิ่น) ก็ได้
  • จะผัดแห้งๆ หรือแฉะๆ ก็ได้ตามใจชอบ แต่ดาวชอบแฉะๆ ซอสเยอะๆ หน่อย โรยถั่วงอกกรอบๆ กินด้วย

    ลองทำทานกันดูนะคะ ^_^

27 September 2014

เค้กกล้วยหอม (Banana Cake)

  • เวลากล้วยหอมที่บ้านออกเครือมาทีไรจะตัดถวายพระเสร็จแล้วก็จะเอามาทำเค้กกล้วยหอม ทำทีไรก็หมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว คราวนี้ตอนทำครั้งแรกหมดไวมาก วันรุ่งขึ้นเลยต้องทำ 2 เท่าของสูตรจะได้พอแจกจ่าย

  • วันนี้เอาสูตรเค้กกล้วยหอมของแม่สลิ่มมาก แต่ว่าลดปริมาณน้ำตาลลงไป ขนาดลดน้ำตาลลงแล้วยังหวานอยู่มาก เราจะต้องใส่น้ำตาลทีละนิด เมื่อเราผสมกล้วยแล้วจะได้ความหวานของกล้วยอีก ยิ่งกล้วยงอมรสชาติก็จะหวาน ถ้าหวานน้อยไปเราเติมเพิ่มเอาทีหลังดีกว่า
ส่วนผสม

ส่วนที่ 1

แป้งสาลีบัวแดง 180 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 3/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 180 กรัม (ดาวลดเหลือ 150 กรัมก็ยังหวานอยู่)
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนที่ 2

น้ำมันคาโนล่า 170 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 0)

ส่วนที่ 3

กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
กล้วยหอมบด 200 กรัม
โยเกิร์ต       100 กรัม (โยเกิร์ตทำเองจากนมไขมัน 0% ไม่มีจะใช้นมสดแทนก็ได้)
น้ำมะนาว 1เสี้ยว

ก่อนลงมือทำเราวอร์มเตาเอาไว้ที่ 200-210 c ใช้ไฟบนล่างและไม่เปิดพัดลม 

  • บดกล้วยหอมรอเอาไว้ ซื้อที่บดมันฝรั่งจากร้าน Daiso ราคา 60 บาท แหมใช้คุ้มดีจัง เอาไว้บดกล้วยหอม บดฟักทองเอาไว้ทำขนมปังฟักทอง 

  • ดาวชอบทำเบเกอรี่แบบง่ายๆ แล้วใช้ภาชนะน้อยๆ เพราะขี้เกียจล้าง อิอิ ฉะนั้นจึงเอาของแห้งรวมกัน เราร่อนแป้งกับผงฟูก่อนแล้วก็รวมของแห้งในโถผสม

  • เอาของเหลวใส่ในโถผสมที่เราบดกล้วยหอมเอาไว้

  • ใช้ที่ตะกร้อตีส่วนผสมให้เข้ากัน
  • ใส่ของแห้งแล้วคนให้เข้ากัน ดาวเพิ่มซินามอน (อบเชย) ป่นลงไปด้วย เพิ่มความหอม จะใส่หรือไม่ แล้วแต่ชอบเลย โรยหน้าด้วยอัลมอนต์สไลด์สักหน่อยเพื่อความหรูหรา 

  • ตักส่วนผสมใส่ในถ้วยนำเข้าอบ ที่ 200-210 c ไฟบนล่าง ไม่ต้องเปิดพัดลมระบายความร้อน เป็นเวลา 10 นาที หลังจาก 10 นาที เราลดอุณหภูมิลงเหลือที่ 180 c เป็นเวลา 10 นาที ระยะเวลาอบจะนานหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์เราด้วย เราใช้ไม้จิ้มเช็คดูถ้าไม่มีอะไรติดไม้จิ้มมาก็แสดงว่าสุกแล้ว

  • วางเค้กที่อบสุกแล้วบนตะแกรงทิ้งให้เย็นลง ก็ถึงเวลาอร่อยแล้ว

  • ทำเป็นถ้วยเล็กๆ พอดี 1 คำ ดาวอบไปพร้อมกับถ้วยใหญ่ แต่ตอนท้ายจะเอาออกจากเตาอบก่อน 

  • เนยเค้กนุ่มๆ ชุ่มฉ่ำ ถ้าชอบถั่วต่างๆ จะสับๆ ถั่วใส่ผสมในเค้กก็อร่อย แต่ดาวไม่ค่อยชอบเพราะถั่วในเค้กมันจะนิ่มๆ ชอบเอามาโรยหน้ามันกรอบๆ ดีกว่า

  • เมื่อก่อนเคยทำอีกสูตรนึง สูตรนั้นใส่กล้วยหอมน้อย แต่สูตรแม่สลิ่มใส่กล้วยหอมเยอะทำให้ได้กลิ่นกล้วยหอมฟุ้งเลย เนื้อเค้กก็ไม่แน่นมาก ชุ่มฉ่ำๆ ทิ้งเอาไว้ให้เย็นแล้วกินจะอร่อยกว่ากินร้อนๆ เพราะตอนเย็นลง หน้าเค้กมันจะฉ่ำขึ้น ก่อนกินเราฝากลางแล้วดมกลิ่นหอมๆ ก่อนค่อยกิน จะฟินกว่าเยอะ :p

24 September 2014

คุ้กกี้เจ-คุ้กกี้เนย (ถั่ว) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์

  • ต่อยอดจากการทำเนย (ถั่ว) มะม่วงหิมพานต์ เอามาทำคุ้กกี้ถั่วเจต่อ ลองทำดูรสชาติอร่อย หอม กรอบใช้ได้เลย คือเราไม่ต้องใส่ไข่ ใส่เนยก็ได้รสชาติอร่อยได้ ดาวเอาสูตรการทำเนยถั่วและคุ้กกี้ถั่วเจจาก Foodtravel.tv แต่ได้เปลี่ยนจากถั่วลิสงมาเป็นเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และขอเพิ่มใส่เกลือในคุ้กกี้เยอะหน่อย รสชาติของคุ้กกี้จะออกหวานนิดๆ กัดไปแล้วโดนเกลือเมล็ดๆ มันเค็มๆ มันอร่อย รู้สึกว่าเข้ากันมากๆ

    วิธีการทำเนย (ถั่ว) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ได้ที่นี่ http://www.thaifusionfoods.com/2014/09/cashew-nuts-butter.html

    วิธีทำคุ้กกี้เนยถั่วเจของ Foodtravel.tv http://www.foodtravel.tv/recfoodShow_Detail.aspx?viewId=1020

    ดาวได้ปรับสูตรดังนี้คะ
วัตถุดิบ

1. แป้งเค้ก 150 กรัม
2. ผงฟู 3/4 ชช.
3. เมล็ดมะม่วงหิมพานต์บดและอัลมอนต์สไลด์ สำหรับตกแต่งหน้า 
4. น้ำตาลทรายแดง 30 กรัม
5. น้ำเชื่อมกลิ่นวนิลลา 50 กรัม (พอดีที่บ้านมีไซรัปกลิ่นวนิลลาเลยลองเอามาใช้ จริงๆ ถ้าไม่มีก็ใส่น้ำผึ้งแล้วลดปริมาณน้ำตาลลง หรือว่าเคี่ยวน้ำตาลกับน้ำ สัดส่วน 1:1)
6. เนย (ถั่ว) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ 80 กรัม
7. น้ำมันคาโนล่า 60 กรัม (เลือกใช้น้ำมันตามชอบได้)
  • ระหว่างที่ผสมคุ้กกี้เราก็วอร์มเตาไว้ที่อุณหภูมิ 160c 
  • ผสมส่วนผสมของเหลวเข้าด้วยกันให้หมด คนให้เข้ากัน 
  • ร่อนแป้งเค้กและผงฟูใส่โถผสม 
  • ผสมให้เข้ากัน ตอนนี้แอบชิมรสชาติดู รู้สึกว่าหวานกำลังดี เหยาะเกลือไปสักสองหยิบมือ น่าจะประมาณเกือบ 1/2 ชช อันนี้แล้วแต่รสชาติของเนยถั่วที่เราทำด้วย ในส่วนของเกลือเราต้องกะปริมาณเอาเอง  
  • ใช้ช้อนตักไอติมตักใส่ถาด แล้วใช้ส้อมกดๆ ให้แบนๆ จากนั้นก็โรยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์บดและอัลมอนต์สไลด์ (พอดีลืมถ่ายรูปไว้) 
  • อบคุ้กกี้ที่อุณหภูมิ 160c โดยที่เราวอร์มเตาเอาไว้แล้ว อบถาดเล็กๆ ขนาดนี้ ประมาณ 11 ชิ้น กดบางๆ ก็ใช้เวลาประมาณ 18 นาทีก็ได้สีสวยกำลังดี สีกำลังน่ากินเลย 

  • ครบกำหนดก็คีบคุ้กกี้วางลงบนตะแกรงสักพัก คุ้กกี้จะกรอบขึ้น เราจะเก็บคุ้กกี้ใส่กล่องตอนมันอุ่นๆ อย่าปล่อยทิ้งโดนลมเอาไว้ คุ้กกี้จะนิ่ม 

  • นับว่าเป็นคุ้กกี้กึ่งๆ คลีนได้เลย เพราะว่าไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่เนย มีเกลือนิดหน่อย ใส่น้ำผึ้งกับน้ำตาลแดง แต่แอบมีไซรัปหน่อยนึง 
  • แต่ถ้ามันนิ่มเราก็เอาไปอบในเตาอบใหม่ ใช้ไฟอ่อนๆ สัก 140-150c ประมาณ 5-10 นาที เอาออกมาวางบนตะแกรงสักพักก็รีบเก็บใส่กล่อง คุ้กกี้ก็กรอบกริก
  • ลองทำครั้งแรกก็อร่อยแล้ว พรุ่งนี้จะทำใหม่ สูตรนี้เรามันขึ้นอยู่กับเนยถั่วที่เราเลือกใช้ เราเริ่มจากทำเนยถั่วเอง จะประหยัดกว่าที่เราซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเนยถั่วที่ขายอยู่จะใส่น้ำมันกับน้ำตาล ที่คุณภาพไม่ค่อยดี ถ้าเราซื้อเนยถั่วสูตรคลีนหรือแฮลตี้หน่อยราคายิ่งสูง ฉะนั้นเราต้องทำเนยถั่วเอง
  • ถั่วที่เราเลือกก็เลือกอย่างที่เราชอบได้เลย เช่น ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน อัลมอนต์ แมคคาเดเมีย ฯลฯ ทำเนยถั่วแล้วก็เอามาทำคุ้กกี้เนยถั่วหอมๆ อร่อยๆ  

23 September 2014

ผักรวม+ต้นอ่อนทานตะวัน+ควีนัวชุบแป้งทอด

  • ชอบกินของทอดๆ มีอะไรติดบ้านก็จับชุบแป้งทอดตลอด ยิ่งช่วงกินเจ ต้องทำเอาไว้กินเล่นๆ เสมอๆ แต่วันนี้นอกจากเราจะเพาะต้นอ่อนทานตะวันเอาไว้แล้ว เรายังผสมควีนัวลงไป เพื่อเพิ่มมวลสารที่มีประโยชน์อีกด้วย มาดูกันว่าวันนี้ใส่อะไรบ้าง

  • ต้นอ่อนทานตะวันเพาะเองใหม่ๆ สดๆ ใครสนใจอยากจะเพาะเมล็ดทานตะวันอ่อน หรือจะสั่งซื้อต้นอ่อนทานตะวันกรอบๆ สดๆ ลองเข้าไปสอบถามที่ https://www.facebook.com/SunflowerSprouts ดาวซื้อเมล็ดจากที่นี่ประจำคะ เพาะง่าย งอกงามดี ^_^ 
  • ผสมแป้งทอดกรอบให้ข้นๆ แบบนี้ เหยาะเกลือหรือผงปรุงรสให้ออกรสเค็มๆ สักหน่อย 

  • ผักรวมแช่แข็งต้องมีติดบ้านเสมอ เอามาละลายแล้วบีบน้ำออก 

  • ควีนัวที่เราหุงแล้วเก็บใส่กล่องไว้ได้หลายวัน สะดวกดีแบ่งมากิน ไม่ต้องหุงบ่อยๆ วิธีการหุงควินัวดูที่นี่คะ http://www.thaifusionfoods.com/2014/06/how-to-cook-quinoa.html 

  • หั่นต้นอ่อนทานตะวันให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ควินัว ผักรวม 

  • คนให้เข้ากัน ส่วนผสมข้นๆ แบบนี้กำลังดี แป้งไม่เยอะเกินไป 

  • เอาไปทอดในน้ำมันรำข้าว ที่บ้านไม่ใช้น้ำมันปาล์ม ใช้เป็นรำข้าวจะดีต่อสุขภาพมากกว่า น้ำมันรำข้าวทนความร้อนได้สูงเราสามารถเอามาทอดแแบบ Deep Fried ได้สบายหายห่วง  

  • น้ำจิ้มใช้เป็นน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ยแบบโลว์โซเดียม ทุบๆ เมล็ดฟักทองใส่ลงไป คือว่ามันมีคุณค่าทางอาหารมากกว่าถั่วลิสง 

  • กรอบๆ อร่อยๆ ดีต่อสุขภาพ ทำเองกินเอง เลือกของดีๆ สะอาดกว่าซื้อเขาแน่นอน

เนย (ถั่ว) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์-Cashew Nuts Butter



  • ตั้งใจจะทำเนยถั่วมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้หาถั่วมาทำสักที คือถ้าเราซื้อถั่วลิสงมาอบแล้วก็ต้องร่อนเปลือกอีก เลยหาดูในครัวมีเมล็ดมะม่วงหิมพานต์แบบบดเอาไว้ทำคุ้กกี้เหลืออยู่เยอะก็เลยเอามาทำเนย (ถั่ว) เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ หรือ Cashew nut butter แล้วผสมอัลมอนต์บดเป็นผงใส่ลงไปด้วย อันนี้ก็เหลือจากทำมาการอง จริงๆ แล้วเราอะไรที่เป็นถั่วๆ พวก nuts ต่างๆ เอามาใส่ได้หมด เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน อัลมอนต์ แมคคาเดเมีย เอามารวมๆ กันก็ยิ่งอร่อย ปั่นแบบหยาบๆ เคี้ยวกรุบกรับอร่อยเชียว

  • เนยถั่วกินตั้งแต่เด็กๆ แม่ต้องซื้อติดบ้าน แต่เราชอบกินแบบบดหยาบ ทาเนยถั่วแล้วราดนมข้นหรือน้ำผึ้งเพิ่ม คราวนี้เรามาทำเนยถั่วแบบคลีนๆ กินบ้าง ส่วนผสมมีแค่ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์บดเอาไปอบให้หอมประมาณ 300 กรัม น้ำมันคาโนล่า 5 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งและเกลือใส่ตามชอบ 

  • เราต้องอบก่อนเอาไปปั่น จะได้หอมๆ ดีกว่าอบไว้ก่อน 

  • ใส่โถปั่น  จะบอกว่าซื้อเครื่องนี้เพราะว่าอยากทำเนยถั่วกินเอง แต่กว่าจะได้ทำก็ผ่านไปเกือบปี ขยันจริงๆ เนอะ 

  • ปั่นแค่นี้พอ ถ้าชอบเนื้อเนียนๆ ก็ปั่นต่อ 

  • ใส่อัลมอนต์บดลงไปสัก 3 ช้อนโต๊ะ 

  • เติมน้ำมันคาโนล่าลงไป 5 ช้อนโต๊ะ หรือใครชอบเหลวๆ ก็เติมเพิ่มได้ตามชอบ จากนั้นก็ปั่นต่อ 

  • ใส่น้ำผึ้งไปสัก 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือแล้วแต่ชอบ ใครไม่ชอบหวานจะไม่ใส่เลยก็ได้ แล้วเหยาะเกลือลงไปด้วย จะได้รสชาติของเนยถั่วแบบเค็มๆ หวานๆ มันๆ ดาวใส่เกลือโลว์โซเดียม แต่ส่วนตัวคิดว่ารสชาติมันเฝื่อนๆ ไม่ค่อยอร่อยเลย ใช้เกลือแท้ๆ แต่ใส่ปริมาณน้อยๆ เพื่อลดโซเดียมเองจะดีกว่า 

  • ตักใส่ขวดตอนแรกนึกว่าจะได้นิดเดียว ที่ไหนได้ล้นขวดเลย ขวดใหญ่กว่าที่เขาขายอีก ทำกินเองมันคุ้มอย่างนี้นี่เอง

  • เนื้อข้นดี มีเนื้อสัมผัสหยาบๆ เคี้ยวแล้วกรุบๆ เดี๋ยวคืนนี้ทำขนมปังเจมากินคู่กันดีกว่า



  •  ถ้าเรากินกันหลายคนอาจจะใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ถ้าใครชอบหวานก็ราดน้ำผึ้งเพิ่มได้ 


 

  • ทำเนยถั่วเอาไว้แล้วจะทำคุ้กกี้เมล็ดมะม่วงหิมพานต์เจ ไม่เคยทำแต่จะลองทำดู จะได้มีขนมแบบเจๆ กินตอนเทศกาลกินเจ 

1 September 2014

เค้กสปันจ์เสาวรส (Passion Fruit Sponge Cake)

  • เค้กเสาวรสดัดแปลงมาจากเค้กส้มในตำนาน ทำเหมือนเค้กส้มเลย หน้าส้มก็ทำเหมือนกันแต่เราเพิ่มเสาวรสลงไปด้วย จะได้รสชาติเข้มข้น เปรี้ยวและหอมกว่า ทำเอาลืมเค้กส้มเฉยๆ ไปเลย ดาวใช้สูตรเค้กส้มในตำนาน สูตรตามนี้เลยคะ http://pantip.com/topic/30132377

    ส่วนของตัวเค้ก 
    Sponge Cake ( สำหรับ 3 ปอนด์ ) 
1. แป้งเค้กอเนกประสงค์ 100 กรัม
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. น้ำตาลทราย 80 กรัม
4. นมข้นจืด 40 กรัม
5. น้ำสะอาด 30 กรัม
6. ไข่ไก่เบอร์ 0 3 ฟอง น้ำหนักของไข่ไก่เบอร์ 0 จะอยู่ที่ 70-75 กรัม รวมเปลือก
     (ดาวใช้เบอร์ 1 จำนวน 3 ฟองก็ใช้ได้ เพิ่มเป็น 4 ฟอง ส่วนผสมมันเหลวไป)
7. เกลือ 1/4 ช้อนชา
8. SP 10 - 15 กรัม (ใส่หรือไม่ก็ได้ หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ หาง่ายคะ)
9. เนยสดละลาย 80 กรัม
10. กลิ่นส้ม 1 ช้อนชา


  • ก่อนผสมเราต้องวอร์มเตาอบก่อน เปิดไฟ 175c ไฟบนล่าง จากนั้นก็ผสมส่วนของเหลว ไข่ นม น้ำ น้ำตาล เกลือ 
  • หน้าตา SP ถ้าไม่มีไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่ใส่แล้วก็อุ่นใจว่ามันจะนุ่มฟูไม่ยุบตัว 
  • ปาด SP ที่หัวตี 
  • ตีด้วยความเร็วสูงสุด นาน 10 นาที ส่วนผสมจะข้น
  • ร่อนแป้งกับผงฟู
  • ค่อยๆ เทแป้งกับผงฟูใส่ ใช้สปีดต่ำสุด ตีสัก 1 นาทีให้แป้งเข้ากัน จากนั้นตีด้วยความเร็วปานกลาง 5 นาที ระหว่างตีแป้งเราก็ปาดขอบอ่างเป็นระยะๆ ด้วย ส่วนผสมจะได้เข้ากันดี 
  • ครบ 5 นาทีก็ใส่วานิลลาแล้วตีด้วยสปีดต่ำสุด 1 นาที
  • เอาเนยสดใส่ไมโครเวฟจนเนยละลายเป็นน้ำเหลวเลย ถ้าเนยละลายไม่ดีจะทำให้เค้กเป็นไต
  • แบ่งเทเนยเป็นสามส่วน ตีด้วยสปีดปานกลาง 1 นาทีแล้วพักปาดอ่าง จากนั้นก็เทเนย แล้วตีสปีดปานกลาง 1 นาที ทำแบบนี้จนครบสามครั้ง
  • ตีครบ 3 นาทีแล้วก็ปาดอ่างอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ส่วนผสมนอนก้น จะทำให้เค้กเป็นไตได้
  • เทเค้กใส่พิมพ์ กระแทกก่อนนำเข้าอบเพื่อไล่ฟองอากาศ จากนั้นนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบนล่าง อุณหภูมิ 175c ประมาณ 25-30 นาที ขึ้นอยู่กับพิมพ์ เราใช้ไม้แหลมจิ้มเค้กดู ถ้าไม่มีอะไรติดไม้ก็ใช้ได้แล้ว ทิ้งให้เย็นสักพักนึงให้เค้กเย็นลง จากนั้นเราค่อยทำหน้าเค้ก

  • อบแล้วเนื้อนุ่ม กลิ่นห๊อม หอม

  • ซื้อพิมพ์ซิลิโคนลดราคาจากอิเกียมา แต่ว่าไม่ค่อยเหมาะกับเค้กที่ราดหน้า ราดแล้วไม่สวยเลย

ส่วนผสมหน้าเสาวรส

1. น้ำสะอาด 300 กรัม
2. น้ำส้มซันควิก 75 กรัม
3. น้ำตาลทราย 90 กรัม (ไม่ชอบหวานลดลงเหลือ 70-80 กรัมได้)
4. แป้งกวนไส้ 25 กรัม
5. เนยสดรสเค็มหั่นเต๋า 25 กรัม
6. เสาวรส (พร้อมน้ำ เนื้อ เมล็ด) ประมาณ 300-400 กรัม (ปริมาณเพิ่มตามชอบได้เลย

ดาวไม่ใส่สีเพิ่ม ไม่ได้ใส่น้ำมะนาว บางครั้งไม่ใส่เนยสดด้วยก็ได้รสอร่อย แค่เพิ่มเกลือเพื่อตัดรสนิดนึงพอ

  • ผสมส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นแป้งกวนไส้ ผสมไปชิมไปให้ได้รสได้กลิ่นตามต้องการ ดาวใส่เยอะหน่อยเพราะอยากได้รสชาติจี๊ดๆ กลิ่นหอมๆ เหยาะเกลือตัดรสนิดนึงด้วย ชิมๆ ได้ตามชอบแล้วก็ใส่แป้งกวนไส้ (ซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์เบเกอรี่ ไม่มีใช้แป้งข้าวโพดแทนได้)
  • คนให้เข้ากัน แป้งไม่เป็นเม็ดก็เอาไปตั้งเตาด้วยไฟอ่อนๆ หมั่นคนตลอด
  • ช่วงที่ซอสเริ่มข้น เราต้องคนอย่าหยุดมือ คนจนเราเห็นรอยของตะกร้อเป็นริ้วๆ ก็ใส่เนย คนไวๆ ให้เข้ากัน จริงๆ แล้วบ่อยครั้งที่ลืมใส่เนย พอชิมดูแล้วรสชาติก็อร่อยดี หลังๆ ก็ไม่ใส่เพราะยิ่งใส่ยิ่งอ้วน ก็ลดๆ เนยลงบ้าง (ก็ดี)
  • ราดหน้าเสาวรสให้หนาประมาณสัก 1-1.5 ซม กำลังดี เอาเข้าไปแช่ตู้เย็นให้เค้กเซ็ทตัวก่อนตัด เค้กเสาวรสรสชาติจะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่เลี่ยน ทำให้ใครชิมมีแต่คนชอบ หมดอย่างรวดเร็ว กินได้เรื่อยๆ หยุดไม่ค่อยได้ อิอิ ถ้าไม่ชอบเมล็ดจะกรองออกก่อนก็ได้ แล้วแต่ชอบ แต่ดาวชอบให้มีเมล็ดมันดูสวยดี เวลาเคี้ยวเมล็ดมันกรุบๆ แต่จริงๆ เราเอาออกสักครึ่งนึง ใส่ครึ่งนึงก็กำลังดี